“คุณยาย”

เล่าเรื่องผีๆ - คุณยาย

เรื่องเล่าผีๆ - คุณยาย

เรื่องนี้ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่  เพราะเป็นยายเราเอง  บ้านเราอยู่กันทั้งหมด 8 คน มีเรา  พ่อแม่ น้องชาย ตา ยาย  แล้วก็น้าผู้ชายอีก 2 คน  ตอนนั้นเราอายุ 16 อยู่ ม.4 ยายแกป่วยมาตั้งนานแล้ว เป็นหลายโรค  เบาหวาน ไตวาย ความดัน พวกเราก็พายายไปรักษาตลอด จนมาระยะสุดท้าย คือแกเป็นไตวาย  หมอบอกอยู่ได้ไม่ถึง 10 วัน เราก็พายายกลับบ้าน ตอนนั้นที่หมู่บ้านเราก็เชื่อกันว่า มี ผีปอบ  อาละวาด คือ บางคนอยู่ดีๆก็ตาย บางคนแค่ป่วยเป็นไข้นิดหน่อยก็ตาย

ส่วนใหญ่จะเป็นคนแก่ ๆ เราก็พายายมาอยู่บ้าน โดยให้ยายนอนข้างล่าง เพราะจะได้สะดวกหน่อย เพราะแกเดินไม่ได้ พวกเราก็สลับสับเปลี่ยนกันนอนเฝ้ายาย จนเวลาผ่านไป เดือนกว่าๆ ((หมอบอก10 วันแต่ยายเราอึดมาก)) 

เหตุการณ์ก็ปกติ ยายเรามีอาการดีขึ้น กินข้าวได้ พูดคุยหัวเราะ แต่ยังเดินได้ไม่ถนัดนัก มีอยู่คืนหนึ่ง คืนนั้น เราไม่ได้เฝ้ายาย เรานอนข้างบนบ้าน กับน้องชาย ส่วนแม่กับพ่อ  แล้วก็ตา เรานอนอยู่กับยายข้างล่าง((น้าอีก2คนกลับไปทำงานที่กรุงเทพ

เรานอนบนตียง (เตียงเก่าของยายกับตา ตอนที่ยายยังไม่ปวยยายกับตาก็นอนตรงนี้) ตรงหัวเตียงเราเป็นหน้าต่างไม้ คืนนั้นฝนตกหนัก  ไฟฟ้าดับ พอฝนหยุดไฟก็ยังไม่มา  พวกเราเลยเปิดหน้าต่างนอน กัน เพราะอากาศร้อนอบอ้าว  เราก็นอนอยู่ซักพักก็มีลมเย็นๆวูบเข้ามาทางหน้าต่าง เราก็เคลิ้มๆนะ แต่ยืนยันว่าไม่ได้ฝัน

เพราะตอนนั้นยังมองไปทางหน้าต่างอยู่เลย  เพราะกลัวว่าฝนจะตกแล้วฝนมันจะสาดเข้าห้อง หันไปทางน้องชายมันก็ยังหลับอยู่ เราก็เลยนอนต่อ พอผ่านไปซักพัก  เรายังไม่หลับด้วยซ้ำ เราก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน  เป็นเสียงผู้ชายแก่ๆกับผู้หญิง  เค้าคุยกันประมาณว่า (( อันนี้เค้าพูดเป็นภาษาอิสานนะคะ แต่เราแปลให้ดีกว่า))  

ผช.-  อ้าว..ไหนบอกว่ามันอยู่ตรงนี้ไง

ญ-  อยู่สิ  มันอยู่ที่นี่แหละ ฉันรู้  ฉันได้กลิ่น ลูกหลานมันคงเฝ้าไว้เราเลยมองไม่เห็น

ผช.- แล้วอีหนูนี่กับบักนี่ล่ะ ((ภาษาอิสานใช้เรียกเด็กผู้ชาย))

ญ.- อย่าไปใกล้มัน ปล่อยมันไว้อย่างงี้แหละ เดี๋ยวพอพวกมันเผลอ เราค่อยมาอีกที

ตอนนี้เราเคลิ้มๆนะ ครึ่งหลับครึ่งตื่น แต่คิดว่าคงไม่ได้ฝัน ตอนนั้นเรากลัวมากนะ แต่ก็พยายามจะลืมตาดูว่าเป็นใครแต่มันก็ทำไม่ได้  จนหลับไปตอนไหนไม่รู้  ตื่นมาอีกทีก็เช้าแล้ว ก็อาบน้ำไปโรงเรียนตามปกติ โดยที่เราลืมเรื่องเมื่อคืนไปแล้ว อาจเป็นเพราะอยู่ในช่วงสอบก็ได้เราเลยไม่ได้คิดอะไร  พอลงมาข้างล่างเตรียมตัวจะไปโรงเรียน ก็เห็นแม่ป้อนข้าวยายอยู่ ดูสีหน้ายายดูเหนื่อยๆชอบกล  แต่ก็ยังยิ้มแล้วบอกกับเราว่าขอให้ตั้งใจสอบล่ะ

ผู้สนับสนุน

เราก็เลยถามยายว่ายายอยากินอะไรไหม สอบเสร็จจะซื้อมาฝาก   ยายบอกอยากกินข้าวเหนียวปิ้ง พอสอบเสร็จเราก็กลับมาหายายซื้อขนมข้าวเหนียวปิ้งมาให้ยายด้วย ตอนนั้น เวลาประมาณสี่โมงเย็น เราก็ป้อนขนมยาย ส่วนแม่กับพ่อ ต้องออกดูข้าวที่นา เพราะเมื่อคืนฝนตกหนักต้องออกไปดูว่าน้ำจะท่วมข้าวรึเปล่า ตอนนั้น  เราอยู่กับยาย แล้วก็ตา 3 คน

พอยายกินข้าวเสร็จแกก็นั่งพัก เราก็เช็ดตัว ทำความสะอาดให้แก แล้วก็ปูที่นอนให้รอยายย่อยอาหารซักแปบแล้วค่อยนอน  ผ่านไปซักพัก ตาก็เข้าครัว เราก็บอกให้ยายนอนรออยู่ที่นี่  เราจะขึ้นบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า  พอเราเดินขึ้นบันได เราก็มองไปที่ยายที่นอนอยู่ เหมือนแกหายใจแปลกๆ  แต่เราก็ไม่คิดอะไร  คงเพราะแกนอนล่ะมั้ง เลยหายใจแรง ประกอบกับตอนนั้นท้องแกเริ่มบวม มันเลยทำให้เวลาหายใจท้องแกจะดูพองๆผิดปกติ พอเราลงมาตาก็ยังอยู่ในครัว เราก็เดินมาหายาย ตอนนั้นตัวยายอยู่บนฟูกแค่ช่วงบน  ส่วนช่วงเอวมาถึงขา แกจะอยู่บนพื้น  เราเลยจะปลุกแกหน่อยเพื่อให้แกขยับตัวขึ้นมานอนบนฟูก เราก็ปลุก  ยายๆๆ ...ยายได้ยินหนูมั้ย  ..เงียบ 

เราเรียกยายประมาณ 3-4 ครั้ง ยายก็ไม่ตื่น ตอนนั้นยายนอนหงายแต่แขนของยายจะปิดหน้าไว้ เราก็เริ่มใจไม่ดีละ  พอดีที่แม่กับพ่อกลับมา แม่เราถามว่ามีอะไร เราก็บอกแม่ว่าปลุกยายแล้วยายไม่ตื่น  แม่เลยเลยรีบวิ่งมาดู มาปลุกยายเหมือนกัน  แต่ ก็เงียบ สุดท้ายแม่เลยเอาแขนที่ปิดหน้ายายออก ปรากฏว่า ยายไม่หายใจแล้ว ริมฝีปากคล้ำจนเป็นสีม่วง  แต่ตายายหลับสนิท

คือยายเสียแล้วค่ะ เราเสียใจมากที่ปล่อยยายไว้คนเดียว พอสักพักเราก็รีบทำความสะอาด แล้วตั้งศพยายไว้ที่บ้านค่ะ ตามประเพณีคนอิสานจะไม่นิยมตั้งศพไว้ที่วัดค่ะ 

คืนแรก...งานศพผ่านไปด้วยดี  แต่มีติดขัดบ้างเพราะช่วงนั้นเป็นช่วงหน้าฝน  ฝนตกหนัก พายุก็เข้า ไฟก็ดับ คือแบบหลอนสุดๆเลย  แต่เราไม่กลัวยายนะ นอนเฝ้าใกล้ๆโลงศพยายตลอดค่ะ และแต่ละคืนพระจะมาสวดที่บ้าน

ระหว่างที่สวด พวกลูกๆหลานๆ ก็จะมีหน้าที่นำถาดอาหาร ที่มีอาหารคาวหวานครบจุดเทียน 1 เล่ม แล้วโรยขี้เถ้าไว้ตรงถาด โดยมีความเชื่อว่า ถ้าหากวิญญาณคนตายมากินของที่เราหาไว้ก็จะทำให้เกิดรอยบนขี้เถ้า ระหว่างนั้นต้องคอยดูด้วยว่าต้องไม่ให้เทียนดับค่ะ

เราก็เป็นคนรับหน้าที่นี้ กับน้องชายและก็เพื่อนข้างบ้านอีกหนึ่งคน  พอพระสวดไปสักพัก เพื่อนมันก็อุ้มน้องเล็กๆประมาณ 2 ขวบกว่าๆมาบอกว่าแม่ไม่อยู่ให้เราช่วยมันดูน้องด้วย  เราก็เล่นกับน้องไป ดูเทียนไป สักพักน้องมันก็ชี้ ไปที่ถาดกับข้าว แล้วเรียก ยายๆๆ ยายมากินข้าว ((น้องคนนี้จะรู้จักยายค่ะ เพราะตอนยายยังอยู่แม่ของน้องชอบเอามาฝากที่บ้านเลี้ยงค่ะ ยายชอบเด็กอยู่แล้ว เลยสนิทกัน))

เราก็พยายามมองนะแต่ไม่เห็นค่ะ น้องมันก็เรียก  ยายๆๆๆ อยู่ตลอด จนเสร็จพิธี เราก็เดินไปเก็บสำรับค่ะ พอไปดูตรงขี้เถ้า ปรากฏรอย คล้ายๆกับที่เราเอามื้อไปเขี่ย หรือไปวาดเป็นเส้นๆอ่ะค่ะ ((เสียดาย สมัยนั้นยังไม่มีกล้องมือถือเหมือนทุกวันนี้ ))

เราก็ตกใจ เอาไปให้แม่กับคนเฒ่าคนแก่ดู เค้าก็บอกกันว่า ยายคงมากินข้าวที่เราหาไว้ให้แหละ  คือมันมหัศจรรย์มาเลยนะ เพราะเราโรยเองกับมือ แล้วมันเกิดรอยได้ยังไง ????  เราตั้งศพยายไว้ที่บ้าน 3 วันค่ะ แล้วก็เผาเลย ตลอดงานศพไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่มันมาเกิดหลังงานศพนี่สิ!!!!!!!

หลังงานศพยาได้ 3-4 วัน ก็เกิดมีผีเข้ายายอีกคนที่อยู่บ้านถัดๆไป เราขอเรียกว่ายายสานะคะ  ยายสาแกจะเป็นคนจิตอ่อนหรืออะไรไม่ทราบได้เพราะแกจะถูกผีเข้าบ่อยมาก ครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่ผีที่เข้าแกว่ากันว่าเป็นผีปอบ ((คนที่หมู่บ้านที่เล่นของแล้วเอาไม่อยู่...รู้ด้วยว่าเป็นใคร)) 

เราก็ไปดูนะ ตอนที่เค้าจะทำพิธีขับไล่ ตอนนั้น ภาพที่เห็นคือ  ยายสาถูกชาวบ้านจับไว้แล้วเอาแหคลุมทั้งร่าง แกร้องโวยวาย นับตาแหใหญ่เลยว่ามีกี่ตา เพราะชาวบ้านขู่ว่าถ้าไม่บอกว่าเป็นใคร  มาจากไหน ก็นับตาแห ว่ามีกี่ตา แล้วจะปล่อยออกไป

 แกก็นับใหญ่เลยค่ะ 1 2 3 4...........12 15 17  แล้วก็กลับมานับ หนึ่งใหม่ แกทำแบบนี้ซ้ำหลายรอบเลยค่ะแต่สุดท้ายแกก็ยอมบอกว่าเป็นใครมาจากไหน  ขอเล่าบทสนทนาย่อๆระหว่างหมอผีกับปอบที่เข้ายายสานะคะ ((ขอตัดคำไม่สุภาพออกนะคะ แล้วใช้คำที่ใช้ได้แทน จริงๆ ก็พูดกรู เมิง แหละ))

หมอ :  ถ้าแกนับไม่ไหว ก็บอกมาว่าเป็นใคร มาจากไหน ...บอกมา แล้วรีบออกจากร่างนี้ซะ 

ผีปอบ :  จะออกแล้ว ไม่ไหว  ตาลายแล้ว เจ็บๆๆ  ((ถูกตีด้วยว่านไฟ))

หมอ : บอกมาๆ ว่าเป็นใครแล้วจะปล่อย 

ผีปอบ : บอกแล้วๆๆ ข้าชื่อ......(ไม่ขอเอ่ยนามนะคะ)  อยู่กับ....((ชื่อคนที่อยู่ด้วยก็คนที่เล่นของในหมู่บ้านแหละค่ะ))  อยู่มานานมากแล้ว กินคนในหมู่บ้านหลายคนแล้ว 

หมอ :  มีใครบ้างเอ็งลองบอกมาซิ

ผีปอบ : ยาย...ตา.... เยอะมากแต่ไม่ขอเอ่ยนามค่ะ  ประมาณ 10 กว่าคนได้ แล้วหนึ่งในนั้นก็มียายเราด้วย มีบอกด้วยว่า  กว่าจะกินยายเราได้ ต้องใช้เวลามากเพราะลูกหลานมันเยอะ  เข้าไปกินไม่ได้ วันที่ยายเสียมันบอกด้วยว่า รอเวลาให้ลูกหลานเผลอ แล้วก็เข้าไปหักคอ แล้วก็กินค่ะ

เรานี่ขนลุกเลย เพราะตอนยายเสีย คอยายอ่อนมาก  อ่อนจนมีเสียงดังกร๊อบๆเลยค่ะ ตอนที่ทำความสะอาดเปลี่ยนชุดให้ยายยังสงสัยอยู่เลยว่าทำไมคอยายถึงมีเสียง เพราะยายนอนตายนิ่งๆ คอก็ไม่ได้กระแทกอะไร  มีบอกอีกนะว่าคนนั้นกินอร่อย  คนนี้กินไม่อร่อย

ส่วนใหญ่คนที่มัยบอกกินอร่อย จะป่วยเป็นโรคเน่าจากข้างใน  แบบมะเร็งตับ มะเร็งปอดอะไรอย่างนี้ค่ะ ตอนนั้นจำได้ว่า พวกชาวบ้านต้องลงขันกันจ้างหมอผีมาทำพิธีค่ะ ไม่ได้ไล่นะคะ  แต่เค้ามาทำพิธีกันบ้านกันเรือนอ่ะค่ะ คือกันไม่ให้ผี หรือสัมภเวสีเข้ามาในบริเวณบ้านได้  ส่วนคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นปอบเราก็ทำอะไรเค้าไม่ได้ เพราะเรื่องแบบนี้ถ้าไม่มีหลักฐานเราก็ไปว่าอะไรเค้าไม่ได้ก็เลยต้องกันไว้ก่อน  ถึงจะไม่เชื่อแต่ก็ต้องกันไว้ล่ะเนาะ ....

กลัวเหมือนกันนะ ไอ้พวกที่มองไม่เห็นเนี่ย.....

พอยายเสียได้ประมาณ 2 อาทิตย์  พวกเราก็ใช้ชีวิตกันแบบปกติค่ะ ไม่มีอะไร แต่น้องชายจะกลัวยายมาก ตอนนั้นน้องชายเราก็อยู่ ป.5 อายุก็ประมาณ 11 ขวบ คือมันจะไม่กล้านอนคนเดียวเลยต้องมานอนที่ห้องเราตลอด  ตอนนี้เราย้ายมานอนชั้นล่างแล้ว แต่น้องก็ยังตามมาอีก พ่อกับแม่นอนข้างบนค่ะ

คือบ้านชั้นล่างจะมีห้องนอน 1 ห้องค่ะ เรากับน้องชายจะนอนบนเตียงด้วยกันเลย คือเรานอนชิดขวาติดกำแพง น้องเรานอนฝั่งซ้าย กางมุ้งด้วยนะคะ เพราะบ้านนอกยุงเยอะ ตรงปลายเท้าจะเป็นชุดเครื่องเสียง ทีวี เยื้องๆมาหน่อยจะเป็นโต๊ะคอม แล้วก็ประตุห้องค่ะ

คืนนั้นน้องเราไม่ค่อยสบาย น้องเราไม่สบายบ่อยค่ะ  เป็นหอบแล้วก็ความดันด้วย เพราะตัวค่อนข้างอ้วน หนักประมาณ 80 กิโล ((ตอนนี้อายุ 25 หนัก 120 กิโล)) เวลาเป็นหวัดหรือป็นไข้มันจะนอนลำบาก ซึ่งเรื่องอาการป่วยของน้องชายเรา  ยายจะเป็นห่วงมาก

คืนนั้น เราก็อาบน้ำ เปิดทีวีดูตามปกติ ส่วนน้องชายเราแม่ก็ให้กินยาและก็นอนพักผ่อน พอเราดูทีวีได้ซักพัก รู้สึกง่วง  แต่อีกใจนึงก็อยากดูทีวี ก็เลยตั้งเวลาปิดไว้ ((เผื่อหลับ))  ลืมบอกไปค่ะ ตอนนั้นปิดไฟหมดแล้วเพราะน้องนอนอยู่ กลัวมันด่า เลยต้องปิดไว้

แต่ห้องก็ไม่มืดนะคะเพราะยังมีแสงสว่างจากทีวี แล้วก็แสงจากไฟข้างนอกบ้านที่เปิดไว้ตลอด ลอดเข้ามา บ้าง ทำให้ในห้องดูสลัวๆ พอมองเห็นบ้างว่าอะไรเป็นอะไร เราหลับได้ซักพัก  ก็ตื่นมาดูน้องเพราะมันไอมาก ตอนนั้นทีวีปิดไปแล้ว แต่ก็ยังมีแสงจากข้างนอกลอดเข้ามานิดนึง ทำให้มองเห็นได้บ้าง

พอดูน้องแล้วเห็นมันไม่ได้เป็นอะไรเลยนอนต่อค่ะ แต่ก็ยังไม่หลับซักที เรานอนพลิกตัวไปมาอยู่หลายครั้งค่ะ หลังจากนั้นประมาณ 10 นาทีได้ เราก็เลยมองไปทางทีวี คิดว่าจะปิดรีโมทดีไหม เพราะถ้าตั้งเวลาปิด หน้าจอจะดับแต่ไฟตรงปุ่มมันจะไม่ดับ กำลังควานหารีโมท สายตาก็ไปสะดุดกับอะไรบางอย่าง คล้ายผ้าอยู่ทางฝั่งที่น้องเรานอน

เราเลยเพ่งมองชัดๆว่ามันคืออะไร เพราะห่างไม่เกิน 3 เมตรแน่ๆ แต่ที่มองไม่ถนัดคือ ผ้านั้นอยู่นอกมุ้ง เราอยู่ในมุ้งมันเลยมองไม่ค่อยถนัดนัก เราเพ่งดูซักพักก็พอจะดุออกว่าอะไรเป็นอะไร สิ่งที่เราเห็นคือผ้าถุงสีฟ้า ถัดขึ้นไปเป็นคล้ายๆเงาคน ก้มๆเงยๆเหมือนพยายามจะเข้ามุ้งมาหาพวกเรา  เราทำอะไรไม่ถูกเลยค่ะ ได้แต่มอง ตอนนั้นขยับตัวได้นะคะ  แต่เราไม่ขยับเอง กลัวเค้ารู้งัยว่าเราเห็นเค้า

ผ่านไป 5 นาทีได้  เงานั้นก็ค่อยๆเดินมา  ไม่ใช่สิ...ลอยมามากกว่านะเพราะไม่ได้ยินเสียงเดินเลย ค่อยๆลอยมาทางเรา แต่ตอนนั้นก็ยังเห็นเป็นเงาอยู่ แล้วมาหยุดที่ปลายเตียงตรงกับที่เรานอนพอดี  มาถึงตอนนี้ชัดเลยค่ะ  เงาที่เห็นเป็นยายเราเอง ใส่ผ้าถุงสีฟ้า แต่ไม่เห็นเสื้อเพราะแสงไม่พอ แต่รูปร่างโดยรวมแล้วคือเป็นยายเราแน่ๆ  เรามอง เค้าก็มอง แต่มองกันผ่านมุ้งนะคะ  เราก็ได้แต่นิ่ง ตอนนั้นไม่กลัวนะคะ

เราแค่ไม่รู้จะทำยังไง จะทักดีมั๊ย คือมันสับสนค่ะ เรามองหน้ากันซักพักใหญ่ๆได้ค่ะ (คิดว่ามองหน้านะ  เพราะมันมืดเลยไม่แน่ใจ) แล้วยายก็ค่อยๆถอย  ห่างออกไปทางประตู  แล้วหายไปเลย แล้วเราก็ลุกขึ้นนั่ง พยายามคิดนะว่าสิ่งที่เห็นคืออะไร กำลังสับสนอยู่ดีๆ  จู่ๆน้องชายเราก็เปิดไฟหัวเตียง

ถามเราว่าเป็นอะไร เราก็บอกว่าไม่มีอะไร  นอนต่อเถอะ มันก็ไม่ยอมนะ  ถามเราตลอดว่าเราเห็นอะไร  เราก็งงนะว่า เมิงจะเซ้าซี้อะไรหนักหนาวะ เราเลยบอกน้องว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าจะเล่าให้ฟัง มันเลยยอมนอน ....ก่อนจะนอนเราดูนาฬิกา ตอนนั้นจะตีหนึ่งแล้ว

พอตอนเช้า  แม่ลงมาปลุก เรากำลังจะเล่าให้แม่ฟังเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน  แม่ก็ถามเราก่อนเลยว่า  เป็นไงบ้าง เมื่อคืน เจออะไรบ้างเปล่า  เราก็..เฮ๊ย ..แม่รู้ได้ไง  แม่เล่าว่าเมื่อคืน แม่นอนอยู่  แบบครึ่งหลับครึ่งตื่น แกก็เห็นยายมานั่งอยู่ข้างมุ้ง มาปลุกให้แม่ลงไปดูน้องชายเราหน่อย  มันไอทั้งคืน กลัวจะหอบขึ้น นี่กรูไปดูมาแล้ว มันไอใหญ่เลย

แกมาแนวบ่นๆนะว่า ทำไมแม่นอนขี้เซา ไม่ยอมไปดูลูก อะไรแบบนี้ค่ะ  แต่แม่เราง่วงมากแกเลยไม่สนใจ แต่ก็ตอบกลับยายแบบง่วงๆ แบบฝันๆว่า  อืมๆๆแล้วจะไปดู  แล้วแม่ก็หลับไปค่ะ  เราก็เลยเล่าเรื่องทุกอย่างให้แม่ฟัง ตอนเล่าน้องเรามันก็นั่งฟังเงียบๆค่ะ  ไม่พูดอะไร แม่บอกยายแกคงเป็นห่วงแหละ  เลยมาหา  อย่ากลัวยายเลยนะ

เอาจริงๆเราก็ไม่กลัวนะ  แต่แค่ตกใจนิดนึง พอไม่มีอะไรแล้วเราเลยชวนแม่ไปวัด ไปทำบุญให้ยายค่ะ  แต่ก่อนจะไป ก็ไม่ลืมที่จะพูดแซวน้องชายว่า แกน่ะนอนขี้เซา ยายเป็นห่วง ยายมาหา  แกยังหลับได้ น้องเรามันบอก

ใครบอกว่ากรูหลับ กรูน่ะตื่นตั้งแต่เมิงนอนพลิกไปพลิกมาละ ...แล้วตอนยายมาก้มดูมันนะ  มันเห็นหน้ายายแบบชัดระดับ HD เลยล่ะ แต่มันกลัวยาย มันเลยทำอะไรไม่ถูกไง ..เลยแกล้งทำเป็นหลับ ....เรื่องของยายเราก็มีแค่นี้ค่ะ

เครดิตเรื่องเล่าจากกระทู้ เรื่องผีๆที่อยากเล่า ของคุณ สมาชิกหมายเลข 2666118
“คุณยาย” “คุณยาย” Reviewed by Nobibi on เมษายน 20, 2561 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.