ทีหลังอย่าเก็บเข้ามาในบ้าน...

ทีหลังอย่าเก็บเข้ามาในบ้าน

ช่วงนี้บรรยากาศเป็นใจเลยแวะมาแบ่งปันเรื่องราวขนลุก บวกข้อคิดดีๆให้เพื่อนๆทุกคนค่ะ บรื้อ อออ
เข้าเรื่องเลยนะคะ ...

บ้านเราประกอบไปด้วย คุณพ่อ ซึ่งทำงานที่จังหวัดเลย เกี่ยวกับเหมือง หิน ดิน ทราย รับเหมา เยอะแยะเลยค่ะ ท่านจะกลับมาบ้านช่วงวันหยุดค่ะ และคุณแม่ เป็นแม่บ้านอยู่บ้านดูแลลูกๆเป็นอย่างดีค่ะ ท่านมีลูกรวมเรากับน้องๆก็ 4คนค่ะ ซึ่งบ่อยครั้งที่บ้านเราเนี่ยจะเกิดเรื่อง งงงวย น่าสงสัย อันเกิดจากความเเรง หรืออานุภาพของเจ้าที่เจ้าทางก็เป็นได้ อันนี้ถ้าเพื่อนๆอยากรู้เอาไว้จะเล่าให้ฟังทีหลังนะคะ วันที่เกิดเรื่องครั้งแรก จำได้แม่นค่ะ ตรงกับวันศุกร์ เพราะคุณพ่อกลับมาบ้าน ตอนดึกๆ น้องหมาที่นอนอยู่ในห้องนอนกับเราประจำ อยู่ๆนางก็ไม่ยอมเข้ามานอนด้วยเหมือนทุกที


นางตัดช่องน้อยแต่พอตัวหนีไปนอนห้องแม่ ซึ่งห้องนั้นเค้านอนรวมกันหมดทุกคนค่ะ น้อง แม่ พ่อ อยู่ห้องนั้นหมดเพราะ เป็นห้องใหญ่สุด ส่วนเหตุผลที่นอนรวมก็คือน้องๆขี้กลัวผีค่ะ ส่วนเราโตแล้ว อยากมีโลกส่วนตัวบ้าง (ตอนนั้นอายุ 20 แล้วค่ะ) อ่อ ลืมบอกค่ะ นอกจากน้องหมาที่นอนด้วยกันประจำ เรามีนกแก้ว ซันคอนัวร์ สุดรักอีกตัว ซึ่งรักมากถึงขนาดนอนด้วยกันบนเตียงค่ะ คืนนั้นเราหลับๆอยู่ น้องนกแก้วนางก็ตื่นมา แหกปากโวยวาย กรี้ดๆๆๆๆ ดังมาก หลายคนเลี้ยงแก้วซัน คงนึกออกค่ะ ซึ่งปกตินางไม่เป็นนะคะ เราตื่นค่ะ รำคาญมาก เลยเอานางไปใส่กรงเอาผ้าคลุมนางจึงจะสงบ สรุปคืนนั้นไม่มีอะไรค่ะ

จากนั้นก็เป็นวันเสาร์ อาทิตย์ ซึ่งเราสังเกตว่า ทั้งน้องหมา และนกแก้วของเรามีอาการตื่นตกใจอะไรสักอย่างบ่อยๆ น้องหมานี้หนักเลยค่ะ ฉี่ อึแตกกระจาย เรี่ยราดมาก แถมข้าวก็กินไม่ลง ชอบไปนั่ง งงๆตามมุมห้อง นกแก้วในกรงก็แหกปากเป็นพักๆตานี้เหลือกเลย เหมือนกลัวมาก เหมือนมีคนมาแกล้งเลยค่ะ จวบจนเช้าวันจันทร์ ตอนนั้นเราต้องไปเรียนเช้าค่ะ ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 7.50น.

แต่นาฬิกาไม่ทันดังเราดันตื่นก่อน เพราะนกแก้วเราแหกปากเช่นเคย ดูนาฬิกาทางโทศัพท์ บอกเวลา 7.45น. ก็เลยไม่นอนต่อ แต่ก็ยังไม่ลุกรอนาฬิกาปลุกก่อน ทันใดนั้นสายตาเจ้ากรรมก็ไปกระทบกับวัตถุอันตรายเข้าอย่างจัง เค้ายืนหันข้างเข้าผนังอยู่ปลายเตียง สูงมากน่าจะไม่เกิน 2 เมตรเพราะหัวเค้าเกือบชนเพดานเลยหรือเค้าลอยอยู่อันนี้ไม่ทราบค่ะ ไม่เห็นเพราะมัวแต่พินิจความหล่อของใบหน้าเค้า ลักษณะเป็นผู้ชาย แต่ผอมมากๆ จะสลิมไปไหน ดำมากกกก ดำเหมือนกาแฟเลยค่ะ ไม่มีผม ตา จมูก ปาก หรืออาจจะมีแต่เราไม่เห็นจริงๆเพราะเค้าร่างดำมาก ตอนนั้นเค้ากำลังเคลื่อนที่เข้าหาผนังช้าๆค่ะ เรานี้ตาเหลือกเลย แต่ไม่กล้ากระโตกกระตาก เดี๋ยวเค้ารู้ว่าเราเห็น น้องนกก็แหกปากไปสิ หมาก็นั่งชนมุมห้อง หน้าตกใจสุดขีดคือกันกะเราเลย….และเค้าก็ทะลุไปผนัง…..เท่านั้นแหละค่ะ เราลุกรีบอาบน้ำเต่งตัวออกจากบ้านเลย


จนเรียนเสร็จกลับบ้านมาแบบซีดๆ เล่าให้แม่ฟังทันทีค่ะ ยังไม่ทันได้ฟังอะไรมาก แม่บอกว่าเป็นผู้ชาย ดำๆผอมๆใช่มั้ย แม่ก็เจอ ที่แม่เล่าคือ แม่ฝันเมื่อคืนวันอาทิตย์ (นั้นคือแม่ฝันก่อน แล้วเราตื่นมาเจอเช้าวันจันทร์) แม่ฝันว่าผู้ชายคนนี้ยืนอยู่กลางบ้านเลยค่ะ แล้วก็มีเสียงคนแก่กระซิบแม่ว่ามันมาไม่ดี ให้ไล่มันออกไป มันคิดร้ายให้ไล่มันออกไป เสียงในฝันพูดอยู่แค่นั้นค่ะ แล้วแม่ก็ตื่น

เราและแม่ งงมากว่ามันคืออะไร เราไม่เคยไปทำอะไรใคร ทำไมมีอะไรแปลกๆมาอยู่ในบ้านเรา แล้วเวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงวันพุธ เราทนไม่ไหวจริงๆ เพราะว่าสงสัยน้องๆกลัวมาก แต่ต้องบอกก่อนว่าเรื่องนี้เราไม่ได้ไปเล่าให้ใครฟังนะคะรู้กับแม่สองคน แต่น้องชายตัวดี กะน้องสาวเค้าเห็นเงาผู้ชายเดินแวบๆ ไหวๆผ่านหน้า แถมบางทีอาบน้ำ มายืนฮัมเพลงอยู่ข้างหลัง หันไปก็ไม่เจออะไร บางทีเหมือนมาเป่าๆที่คอ จนเค้ารู้กันว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล เลยพากันกลัว และสงสารน้องหมามาก นางอาการหนักสุดๆ เคยเห็นหมากลัวผีมั๊ยคะ นั้นแหละไม่เป็นอันกิน อันนอน แถมที่แปลกสุดๆคือ นางไม่ยอมเดินไปอึข้างนอกเลย เหมือนพอเดินไปใกล้ๆปะตูทางออก นางก็วิ่งปรู๊ดหนีทันที เหมือนโดนคนแกล้งเลยค่ะ

เป็นเหตุให้นางต้องอึเรี่ยราดในบ้าน ซึ่งปกติไม่เคย ยกเว้นนางท้องเสียวิ่งไม่ทันอ่ะค่ะ แถมบรรยากาศในบ้านก็โคตรน่ากลัวเลยค่ะ คือเวลาแค่ 1 ทุ่ม วังเวงอย่างกับตี2 รู้สึกทั้งหนาว ขนลุกๆด้วยอ่ะ เพื่อนที่มาบ้านยังทักเลยว่า เออ บ้านเมิงเย็นเนอะอย่างกะเปิดแอร์ ข้างนอกก็ร้อนๆอ่ะ เข้ามานี้เยือกเลย ดูๆมันทัก อินี้! ทั้งๆที่เราไม่ได้เล่าอะไรให้มันฟังนะคะ เพราะยังพิสูจน์ไม่ได้ เดี๋ยวมันจะล้อไปยันลูกบวช เลยอมไต๋ไว้ก่อน เผื่อรอมันเจอเอง

และเราโทรไปหารุ่นพี่ คนนี้เค้าเป็นแนวๆคนเล่นของค่ะ เค้าเลี้ยงน้องๆกุมารไว้ห้าองค์ ไอเราอ่ะไม่เคยเชื่อหรอก แต่พอมาเจอแบบนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ พี่เค้าแนะนำให้ไปหาหลวงน้าที่ปากน้ำ เค้าเป็นคนให้น้องๆกุมารทั้งห้ามา (ที่เรียกหลวงน้าเพราะเค้าเคยบวชเป็นพระค่ะ แล้วศึกออกมา มีเหมือนคล้ายๆวิชาคะ)

เรานี้ก็รีบไปทันที วันนั้นเลย แล้วเล่าให้หลวงน้าฟัง คำตอบที่ได้รับทำเอาขนหัวลุกมาก หลังจากที่เราได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้หลวงน้าฟัง เค้าก็นั่งนึกๆเงียบๆ หลวงน้าบอกว่าเห็นแค่ลางๆว่ามีร่างดำ แต่เห็นไม่ชัด แล้วก็พูดเป็นประเด็นๆ ประเด็นที่หนึ่ง ใครเอาของแปลกๆเข้ามาในบ้านมั้ย ไปเช็คซะนะ ถ้ามีรีบเอาออกไปเลย มันน่าจะติดมากับของสิ่งนั้น ประเด็นที่สอง อาจจะเป็นไปได้ว่าเป็นครูบาอาจารย์ของใครสักคนในบ้าน อาจจะเป็นอาจารย์ของเรา ของน้อง หรือของแม่ก็ได้ แล้วเค้าอาจจะมาปรากฎกาย เพราะต้องการให้มีพิธีครอบครูให้เป็นเรื่องเป็นราวซะ เราก็คิดตาม อืม มีความเป็นไปได้นะ….หลวงน้าเลยแนะนำให้ว่า วันนี้นะกลับบ้านไป จุดธูปซะ (เราจำไม่ได้เเล้วอ่ะว่ากี่ดอก)

เเล้วไปยืนกลางแจ้ง อธิฐานว่า “หากว่าเป็นครูบาอาจารย์ให้มาบอกในฝัน เพื่อที่จะทำพิธีครอบครูให้เรียบร้อย” เราก็รับปากอย่างดิบดี ค่ะหลวงน้า เดี๋ยวหนูจะทำตามค่ะ พอตอนจะกลับหลวงน้าได้ยื่นขวดน้ำมนต์ให้ พร้อมกำชับว่า “ถ้าหลังจากจุดธูปบอกร่างดำนั้นแล้วไม่มีใครมาเข้าฝัน หรือ หายเงียบไปเลย แปลว่ามันมาไม่ดีแล้วล่ะ ให้นำน้ำมนต์ไปพรมให้ทั่วบ้านนะ แล้วหลังจากพรมน้ำมนต์แล้ว เจออะไรแปลกๆห้ามทัก” บอกตรงๆว่าตอนนั้นเราเฉยๆ แทบไม่เชื่อหลวงน้าเลย เพราะด้วยเหตุที่ว่าเราคิดว่าหลวงน้าจะเป็นแนวแบบ ลูกประคำเยอะๆใส่ชุดไทย แล้วก็เหมือนเข้าทรง เหมือนในละคร แต่อันนี้เค้าจะเป็นแบบเหมือนคนถือศีลธรรมดาๆเลยค่ะ แล้วก็ไม่เก็บเงินเราสักบาทด้วย

หลังจากนั้นเรากลับมาบ้าน จุดธูปกลางแจ้งบอกกล่าวเค้า แล้วก็ทานข้าว อาบน้ำนอน ตามปกติคืนนี้เงียบมาก นกก็ไม่ร้อง น้องหมาก็คึก คือต้องบอกก่อนว่าคืนก่อนที่จะจุดธูป บรรยากาศในบ้านมันแย่มาก แล้วต้องโดนแกล้งตลอด เหมือนมีคนจ้องมองมาเวลานั่งดูทีวี บางทีก็มีลมไหวๆผ่านตัวไป เหมือนมีคนเดินผ่านค่ะ แต่คืนนี้เงียบมาก เราก็นอนและคิดในใจว่าขอให้ฝันทีเถอะ เพราะว่าอยากให้เค้ามาดีค่ะ แต่ผลปรากฏว่า เงียบเลย…

ตื่นเช้ามาเลยเอาน้ำมนต์มาพรมๆจนทั่วบ้าน แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราก็คิดว่าโอเคทุกอย่างผ่านไปแล้ว ดีใจจริงๆค่ะ ตกคืนนั้นได้เรื่องเลย คือเรียกได้ว่าเป็นคืนที่เราโดนคนเดียว จัดหนักจัดเต็ม ทีเดียวค่ะ เริ่มจากช่วงทุ่ม สองทุ่มเราก็อาบน้ำตามปกติ

จากนั้นมีคนมาเคาะที่ปะตูห้องน้ำ โครมๆๆ! คือเคาะดังมากซะไฟสั่นเลยค่ะ เราก็คิดว่าเป็นน้องมาแกล้ง หรือมาขอเข้าห้องน้ำ ก็เลยเปิด ที่ปรากฏตรงหน้าคือ ไม่มีใคร…ทั้งสิ้น…เลยเดินลงไปที่ชั้นล่าง เห็นน้องๆนั่งดูทีวีอยู่อีกห้อง เราเริ่มซีดๆ คิดในใจว่า คงไม่มั้งง…อาบน้ำเสร็จเลยรีบนอน แต่คืนนั้นเก็บนกเข้ากรงเพราะไม่อยากตื่นมากลัวกลางดึก น้องหมาก็ไม่ยอมมานอนด้วยเหมือนเดิม

เราเปิดทีวีทิ้งไว้เป็นเพื่อน แล้วก็หลับไป เริ่มฝัน คือเราฝันน่ากลัวมาก เรียกได้ว่าแทบจะที่สุดในชีวิตแล้วค่ะ ในฝันคือเรายืนอยู่กลางบ้านตัวเราเองชั้น1 แต่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์เลยสักชิ้น เป็นบ้านเปล่าๆ จากนั้นมีแรงผลักหรือถีบไม่รู้ มาจากทางด้านหลัง ทำให้เราหน้าคว่ำเลยค่ะ ล้มเสร็จหันมามอง เห็นร่างดำยืนคร่อมอยู่ สูงมาก คือหุ่นเค้าไม่ใช่คนปกติค่ะ ดำเป็นเงาเลย ไม่มีหูตา จมูก แล้วเค้าเอาเท้ามาเหยียบที่คอ ค้างอยู่อย่างงั้นไม่พูดอะไรสักคำ เราสะดุ้ง กรี้ด ด ดด ตื่นทันที

เราอยู่ในท่านอนหงาย ลืมตามาเจอแสงจากทีวีที่สาดมา ทำให้เราเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คือ เค้ายืนค่อมเราอยู่จริงๆ แล้วเราหนาวมาก ขยับตัวก็ไม่ได้ แต่เห็นหมดนะคะว่าทีวีเปิดอยู่รายการช่องสารคดี เห็นนาฬิกาติดผนังที่ติดอยู่เหนือทีวี บอกเวลา ตีสอง…..ในหัวตอนนั้นอื้ออึงไปหมดเลยค่ะ กลัวซะจนขวัญกระเจิงไปหมดแล้ว ที่ยืนคร่อมเราอยู่ก็ไม่ขยับไหวติงเลย แต่มีเสียงหายใจ ครืด ครืดดด คือเสียงเหมือนคนหายใจแบบติดขัดอะค่ะ รู้สึกว่านาน นานมากจริงๆค่ะ พยายามยกแขน ขา ก็ยกไม่ได้ แต่พอจะขยับหัวหันซ้าย ขวาได้ เลยเบี่ยงหน้า หลับตาปี๊ ในหูก็ได้ยินเสียง ครืดด ครืดดด ไม่อยากเห็นเค้า จนเราหลับไปอีกรอบ

ตื่นมาอีกทีก็เช้าเลยค่ะ รีบวิ่งออกมาจากห้องร้องไห้ วิ่งเข้าห้องแม่แล้วก็นอนขลุกอยู่ในผ้าห่มจนสายเลย จนเที่ยงอาบน้ำเสร็จ ลงมากะว่าจะฟ้องแม่ แต่เห็นแม่เค้าสาระวนอยู่กับการหอบหิ้วอะไรสักอย่าง ดูเป็นถุงไม่เล็ก แต่แม่ทำท่าเหม็นหนักมากกกก เลยเดินไปดู เปิดถุงมาคือก้อนแร่ใหญ่อะไรไม่รู้ ประมาณเกือบฟุต เป็นลักษณะคล้ายๆหิน แต่หนักกว่าหินมากค่ะ เลอะดินแดงๆอยู่ แม่บอกว่าพ่อให้เอาไปให้เพื่อนเค้าที่ขนส่งสายใต้ เพราะพ่อเก็บมาจากที่เหมือง ที่จังหวัดเลย อยากให้เพื่อนพ่อเค้าตรวจสอบเปอร์เซ็นต์แร่ อะไรไม่รู้เราไม่เข้าใจเพราะไม่มีความรู้เรื่องนี้ค่ะ เราเลยเอาไปฉีดน้ำล้างให้ เพื่อนๆเชื่อมั้ยคะ เราล้างจนดินแดงๆออกหมดทำเอาขนลุกเลย คืนไอก้อนหินแร่เนี่ย มันมีสีดำค่ะ แล้วพ่อเก็บมาจากในเหมืองที่อยู่ในป่า คือมีอะไรสิงมาปล่าวก็ไม่รู้ เราเลยนึกถึงคำพูดหลวงน้า ที่บอกว่า

“ใครเอาของแปลกเข้ามาในบ้านมั้ย ไปเช็คซะนะ ถ้ามีรีบเอาออกไปเลย มันน่าจะติดมากับของสิ่งนั้น”

 แม่จ้าววววว!!! ไอก้อนนี้มันตั้งอยู่ในบ้านเรามาเป็นอาทิตย์ ใครจะไปรู้ เรารีบห่อแล้วบอกแม่ว่าเอามันไปไกลๆเหอะ แล้ววันนั้นเค้าก็ไปค่ะ แม่เอาไปส่งให้เพื่อนพ่อ คืนนั้นฝันอีกว่า มีนกสีดำ ใหญ่มาก น่าจะใหญ่เป็นเมตรเลย บินมาไล่โฉบเรา แล้วก็บินหายออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว พอเราตื่นขึ้นมาเรารีบไปหาหลวงน้าเลยคะ หลวงน้าเห็นหน้าเรา เค้าก็ยิ้มๆ บอกไปแล้วหรอร่างดำอ่ะ เราเลยอุ่นใจขึ้นว่าเค้าไปแล้วจริงๆแน่นอน เพราะหลวงน้าไม่เห็นอะไรลางๆแล้ว เลยเล่าให้หลวงน้าฟัง โดนบ่นไปสองสามยกว่าทีหลัง ของแบบนี้อย่าเอาเข้ามาในบ้านอีกเด็ดขาด เพราะเป็นของในป่าในเขา ไม่รู้เค้าผ่านอะไรมาบ้าง อาจจะผ่านพิธีกรรมอะไรมา หรืออาจจะเป็นของไม่ดีต้องสาปมาโดนทิ้งไว้ เก็บเข้ามาแบบนี้ก็เหมือนพาเพื่อนมาบ้านแหละ เจ้าที่เจ้าทางถึงมีก็คงห้ามไม่ไหว เจ้าของบ้านเล่นแบกเข้ามาแบบนี้

จากนั้นหลวงน้าเลยมอบขวดน้ำมันให้ขวดนึง ในขวดใส่ไม้กาฝาก และก็มีผ้าสามสีเล็กๆผูกอยู่ หลวงน้าบอกว่าเอาน้องไปดูแลซะนะ เวลาของไม่ดีอะไรเข้ามา น้องจะได้จับกินให้หมด แล้วก่อนเอาเข้าบ้านก็ขอเจ้าที่เจ้าทางให้น้องมาอยู่ซะนะ น้องชื่อ นฤเดช โดนรถชนตาย และน้องเป็นพราย ดูแลกันดีๆล่ะ แล้วก็เอาน้องเข้าบ้านทำตามวิธีที่หลวงน้าบอกและจากวันที่เกิดเรื่องพี่มืด ร่างดำนั้น หลวงหน้าได้มอบขวดน้ำมัน ใส่ไม้กาฝากและผ้าสามสีมาให้ ซึ่งทางหลวงน้าบอกว่าน้องเป็นพรายไม่เหมือนกุมารนะคะ อันนี้เราเองก็ไม่แน่ใจในเรื่องความต่าง หลวงน้าต้องการให้น้องมาปกปักรักษา ดูแลน้องให้เหมือนลูก กินอะไรก็คอยเรียกน้อง และดูแลกันและกันตามประสาแม่ลูกค่ะ เดี๋ยวขอเล่าแถมเรื่องน้อง นฤเดช หน่อยนะค่ะ

ทีนี้วันที่เอาน้องเข้าบ้านเนี่ย ก็จุดธูปบอกเจ้าที่ตามพิธี แล้วก็เรียกน้องเข้าบ้านค่ะ นำน้องไปวางเป็นโต๊ะที่เป็นคลายๆหิ้งในห้องนอนค่ะ แล้วก็ซื้อขนม นมเนยไว้ให้เค้า เราเองมานั่งคิดๆดู เอิ่มมม ม ถ้าน้องโผล่มาจ๊ะเอ๋เราเองคงช็อคตายแน่แท้ เลยทำการพูดกับน้องค่ะว่า จะเอาอะไรมาบอกดีๆนะลูก ในฝงในฝันก็ได้ ไม่เอาแบบโผล่มาเป็นตัวเป็นตน แม่กลัวมากนะคะ เดี๋ยวแม่จะช็อคตายขึ้นมา ไม่มีคนซื้อหนมให้กินน้าา ได้ผลค่ะน้องไม่เคยโผล่มาเป็นตัวเลย

แต่……….หลังจากอยู่กันไปได้สักพักใหญ่ เหตุการณ์เริ่มเกิด จากการที่เราซื้อขนมมาจากเซเว่น มาตุนไว้ให้เค้านั้นแหละ เราจะเเบ่งให้เป็นวันๆไปค่ะ ที่นี้เราเอาขนมไปวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง ใกล้ๆกะหิ้งน้องเค้า แล้วด้วยความไม่ระวัง ขนมห่อเล็กๆ สองสามห่อ มันล่วงออกจากถุงลงถังขยะที่อยู่ใต้โต๊ะ ไอ้เราอ่ะเห็นนะ แต่ด้วยความขี้เกียจเพราะนอนอยู่บนเตียงแล้ว เราเลยคิดในใจว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเก็บล่ะกัน แล้วก็หลับไป จนเช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ลืม จนเรียนเสร็จ กลับมา ใช้ชีวิตประจำวันเรื่อยเปื่อย แล้วก็ถึงเวลาประมานสี่ทุ่ม เราเลยไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน อาบน้ำเสร็จเข้าห้องมายืนเช็ดๆตัวอยู่ตรงหน้าปะตูค่ะ ได้ยินเสียง ก๊อกๆๆๆๆ แบบรัวๆ ดังมาจากโต๊ะเครื่องแป้ง ก็คิดในใจ เห้ยปลวกกินโต๊ะหรอไง เลยเดินไปยืนหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง

เงียบ………เราเลยเดินมาที่ปะตูใหม่ จะเดินออกไปข้างนอกห้องและ แต่ดันได้ยินเสียงดังมาจากที่เดิมค่ะ คราวนี้ระรัวเป็นกลองเลย แบบเหมือนเอามือทุบอ่ะค่ะ ตุบๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เราก็ อุ้ย! ไม่ใช่ปลวกล่ะ หันหน้าไปมองที่มาของเสียง ซึ่งดังมาจาก ถังขยะที่มีขนมหล่นอยู่!!! เราก็ เห้ยยย เราลืมเก็บนะ เราเลยรีบเดินไปเก็บให้ มาวางที่เดิมในถุง ทีนี้มีลมไหวผ่านหลัง วูบ เหมือนมีคนวิ่งผ่าน ขนลุกซู่ทันทีเลยค่ะ คือเค้าคงอยากบอกเราว่า ขนมอ่ะ เก็บขึ้นมาให้ด้วย!! เรายืนสูดหายใจลึกๆ แล้วก็สวมวิญญาญอาจารย์โกย วัดหน้าตั้ง ลงมาชั้นล่างเพื่อตั้งสติค่ะ ในใจคิดว่า โอ้ยชั้นนี้เป็นคนที่แย่จริงๆ! ลืมขนมน้องได้ไง ………และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมดค่ะ………


อ่านลืมกดไลค์เพจ >> https://www.facebook.com/pantipghosts/ นะ จะได้ไม่พลาดเรื่องหลอนใหม่ๆ กัน
เครดิตเรื่องเล่า จากกระทู้ ทีหลังอย่าเก็บเข้ามาในบ้าน... ของคุณ สมาชิกหมายเลข 744154
ทีหลังอย่าเก็บเข้ามาในบ้าน... ทีหลังอย่าเก็บเข้ามาในบ้าน... Reviewed by Nobibi on พฤษภาคม 07, 2561 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.