ครั้งหนึ่งในชีวิต เกือบตาย

เรื่องเล่าสยอง ครั้งหนึ่งในชีวิต เกือบตาย

อ่านเรื่องผี
เรื่องเล่าสยอง ครั้งหนึ่งในชีวิต เกือบตาย

เรื่องเล่าจากประสบการณ์จริงที่เจอมากับตัว  ขอแชร์ให้เพื่อนๆ ผมไม่ได้เป็นนักเขียนหรือนักเล่า อาจจะเล่าไม่ค่อยน่ากลัวแต่เชื่อเถอะครับว่า ผมเจอมากับตัวจากคนที่ไม่กลัวอะไรจนตอนนั้นยังคิดว่าตัวผมไม่น่ารอดแล้ว สำหรับคนที่ไม่เชื่อก็อ่านแค่ผ่านๆก็พอครับ




ผู้สนับสนุน

เริ่มเลยนะครับ ย้อนไปตอนนั้นผมอายุ17 น่าจะ13ปีมาละ กำลังเกรียนใครทักสอนอะไรก็จะมึนๆ ก็ใช้ชีวิตเตร่ไปเตร่มาจนวันๆ  แล้วเรื่องก็ขึ้นเมือรุ่นพี่ในหมู่บ้านที่โตตามกันมาตั้งแต่เด็กๆ ชวนผมไปต่างจังหวัดเป็นเพื่อนหน่อย ผมขอเรียกพี่คนนั้นว่า พี่พี นะครับ พี่พีเค้ามีแฟนแล้วพอดีแฟนพี่เค้าจบราชภัฏมา แล้วปีนี้มีสอบคัดครูอะไรสักอย่างสักนี้ละครับ  พี่พีเลยให้ผมมาเป็นเพื่อนคุยระหว่าง และให้แฟนเค้านอนที่เบาะหลังเพื่อนอนเอาแรงไว้สอบวันรุ่งขึ้น  แล้วผมก็ถามพี่พีว่าทำไมถึงให้ผมมาด้วย พี่เค้าว่าจะขับไปไกลกว่าทุกทีที่เคยไปเที่ยวกัน ออลืมบอกว่าบ้านพวกผมอยู่ที่เชียงราย อำเภอติดกับพะเยาครับ ผมก็ถามพี่เค้านะครับว่าเดินทาววันไหนพี่เค้าบอกว่าพรุ่งนี้เย็น ผมก็โอเค... อย่างน้อยพรุ่งนี้จะได้นอนเอาแรงช่วงกลางวันเยอะๆเพราะกลางคืนจะได้นั่งคุยกันในรถเป็นเพื่อนพี่พีเค้า ผมก็ถามต่อไปว่าที่เราจะไปขับรถไปนี่จังหวัดอะไร พี่พีบอกว่าจังหวัด สุโขทัย เมือถามเสร็จผมก็ขอตัวกลับบ้าน วันนี้งดมึนเมากันกับบ้านพรุ่งนี้เจอกัน

พอถึงเวลานัดผมก็ไม่ได้เตรียมของอะไรมากพี่เค้าบอกว่า เมือส่งแฟนเค้าสอบเสร็จก็จะแวะเที่ยวสักพักแล้วก็กลับกันเลย เวลาเราออกเดินทางจากเชียงรายประมาณ1หรือ2ทุ่มนี่ล่ะครับผมไม่แน่ใจ แต่เรามาถึงสุโขทัยกันตอนรุ่งเช้าก็ยังมืดนิดๆอยู่ครับค่อยขับรถมากันขับแบบไม่รีบมาเเวะพักบ้างอะไรบ้าง จนมาถึงที่ที่จะมาส่งแฟนพี่พีมาสอบคิดในใจมาเรามาถึงเช้ามืดคงมีที่จอดรถง่ายๆ ไม่ต้องวนหาที่จอดแต่พอไปถึงจริงๆขุนพระ รถเยอะมากผมคิดในใจเค้ามาถึงกันกี่วะเนี่ย พี่พีก็ขับรถวนหาที่จอดไปครับ สถานที่ผมไปนี่จำไม่ผิดนี่น่าจะเป็นโรงมัธยมที่เค้าจัดสอบคัดโควต้าครู ข้างหน้าสนามรถจอดเต็มไปหมด พี่พีก็วนไปจนได้ที่จอดตรงหลังโรงเรียนแต่ผมก็แปลกใจนิดหนึ่งว่าทำไมหลังโรงเรียนนี้ไม่มีกำแพงด้านหลัง เมือสังเกตดีผมนี่ตกใจเลยครับ ภาพที่เห็นคือกองอิฐเก่าๆ เจดีย์ คูน้ำเลยไปจากที่จอดรถ ต้นไม้ใหญ่หลายตันแต่ถ้าสังเกตดีดูต้นไม่เหล่านี้ ปลูกได้เป็นแนวเป็นจุด

ผมนี่ตื่นเต้นมากนี่มันเขตเมืองโบราณชัดๆ เอาง่ายๆครับเคยแต่ในทีวีครับ พอพี่พีจอดรถแฟนเค้าก็ลงไปเช็คดูว่าได้สอบห้องไหน ตอนนี้ผมกับพี่พีเริ่มง่วงล่ะ เมือคืนก็คุยมาทั้งคืนก็เลยปรับเบาะนั่งน่ารถกันกะว่าจะนอนเอาแรงกัน แต่อยู่ดีๆผมก็ปวดฉี่ผมก็ถามพี่เค้าว่าห้องน้ำอยู่ทางไหนพี่เค้าก็ว่าไม่รู้เหมือน ตัวผมปวดฉี่แบบว่าปวดมากๆคือไม่อยากหามันห้องน้ำหามุมลับตาคนนิดหนึ่งแล้วก็จัดเลยแถวๆนี้ พอฉี่เสร็จสบายตัวมาก อากาศก็ดีช่วง7-8โมงเช้า แดดก็ไม่ร้อน กะว่านอนสักแปบแล้วจะมาเดินดูเมืองเก่าสักหน่อยไหนๆก็ได้ถึงที่ละ พี่พีก็เห็นด้วยจึงชวนกันนอน พี่จะนอนที่เบาะคนขับ ผมจะนอนตรงข้างเบาะคนขับ เราเปิดประตูรถแล้วเอากระจกเพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก ผมก็เดินมานอนก่อนพี่พีเค้าบอกผมว่าโทรศัพท์บอกคนที่บ้านเชียงรายว่าถึงสุโขทัยแล้วกำลังรอแฟนสอบอยู่ ด้วยความเพลียง่วงแล้วอากาศก็ดีมันให้เคลิ้มจะหลับ แต่ก็มองเห็นพี่ผมนั่งคุยโทรศัพท์หลังกระบะรถคือมองผ่านกระมองหลัง กำลังจะหลับตาอยู่ดีร่างกายทำไมมันแข้งแขนขยับไม่ คิดในใจว่าเป็นอะไรวะเนี่ยตาก็ยังไม่หลับมองไปได้รอบๆแต่ขยับได้แค่ลูกตา ตอนนี้ใจเสียล่ะครับเริ่มกลัวล่ะ แล้วหางตาผมก็เห็นพี่พีคุยโทรศัพท์เสร็จเดินมาทางหน้ารถข้างคนขับ

ผมเรียกพี่พีแต่เห้ย พูดได้แต่ไม่มีเสียง เอาไงทีนี่เหงื่อเต็มเลยครับ แขนขาทั้งตัวขยับไม่ได้พูดก็ไม่มีเสียง  คือตอนพี่พีมาหน้าก็มองหน้าผมแล้วก็มาหยิบบุหรี่ในเป๋าเสื้อแขนยาวที่พาดกะเบาะหน้าข้างๆผม แล้วไปยืนดูดบุหรี่ข้างหน้ารถผมก็คิดพี่เค้าไม่เห็นเหรอไงวะว่าผมนอนตาค้างเหงื่อแตกอยู่  ละสายตาจากพี่พีที่หน้ารถผมรู้สึกว่าอากาศเริ่มเปลี่ยนไป จากมีแสงสว่างยามเช้าก็เริ่มมืดครึ้มเหมือนฝนกำลังจะตก ผ่านไปไม่กี่อึดใจเริ่มมีหมอกขาวลอยมาจากทุกทิศเลย




ผู้สนับสนุน
ผมก็คิดว่าเราเป็นอะไรวะผีอำรึป่าว พอคิดเท่านั้นละครับเงาดำเห็นไกลๆ5-6เงาก็เดินออกมาจากหมอกบางๆ แต่ที่ผมตกใจและเริ่มกลัวมาขึ้นนี้เพราะเงาเค้าเหบ่านั้นเดินตรงมาที่  ผมพยายามดิ้น ตะโกนให้มีเสียงเพื่อเรียกพี่ผมที่ยืนชิลข้างหน้ารถ แต่ทุกอย่างมันกับลงผมเหมือนใจไม่ออกหัวใจผมเต้นแรงมาก พอแลสายตามาทางกลุ่มเงาดำที่เดินตรงมาตอนนี้ชัดเลยครับ ห่างผมนี่ไม่ถึง 10 ก้าวเห็นชัดเลยว่าเค้าเป็น ทหาร ครับ ทหารที่สักยันต์เต็มตัว ตัวใหญ่ ตัวหนา บางคนมีหนวด บางคนไม่มีหนวด บางคนใส่เสื้อยันต์ บางคนไม่ แต่ที่เหมือนกันคือว่าสายตาพวกเค้าดูโกรธผมมาก เหมือนผมไปทำอะไรผิดมา จนที่สุดเค้าก็เดินมาถึงข้างๆผมอาการหายใจไม่ออกเริ่มขึ้น พอทหารโบราณมาข้าง 5-6 คนนี้ เหมือนรู้งานกันบางคนกดขาผม กดแขน กดไหล่ กดหน้าอก แล้วมีคนหนึ่งจับหัวเหมือนไม่ให้ขยับ ตอนนั้นผมเริ่มหอบละหายไม่คิดในใจตายแน่ๆ  แล้วอยู่ดีก็มีแปบว่าตกใจผมตื่นมาก็เจอพวกอีกเป็นแบบนี้หลายรอบมาก  นาทีนั้นคิดว่าคงตายแน่ๆ ผมก็คิดแล้วพูดขึ้นมาในใจว่า ถ้าผมทำสิ่งไม่ถูกไม่ควรผมขอขมาทุกท่าน แล้วถ้าวันนั้นท่านๆปล่อยผมไปเมื่ออายุผมเข้าเกณฑ์ทหารผมจะสมัครเป็นทหารโดนไม่จับใบดำใบแดงเลย พอจบคำพูดในใจปุบแขวนผมเหวี่ยงไปฟาดกับขอบประตูรถ ผมก็ร้องเห้ยๆ เสียงดังมากจนพี่ผมที่ยื่นชิวอยู่วิ่งมาถามว่าเป็นไร เชื่อไหมครับช่วงที่เกิดเรื่องไม่ถึง10นาที แต่สำหรับผมมันนานมาก ผมก็เล่าให้พี่ผมฟังพี่ผมก็บอกว่าตอนเดินมาหยิบบุหรี่ก็เห็นหลับอยู่แต่ก็สังเกตเห็นเหงื่อออกคิดว่าผมร้อน พอคุยกันเสร็จผมนี้ใจเสียหน้าเสีย พี่ผมบอกว่าอย่าเพิ่งเล่าให้แฟนเค้าฟังขานั้นเด่วจะทำให้บรรยากาศกลับหน้ากลัวหนักไปอีก ผมก็เลยไม่เล่าจนกลับมาถึงเชียงราย  จากนั้นอีก2ปีผมสมัครเลยครับทหาร2ปีเต็ม  ถ้าไม่นับตอนขับมอไซ์ไปซนรถเพื่อน จนล้อพับเป็นเลข8แล้วครั้งนี้ก็ถือว่าเกือบตายเหมือนกัน


สำหรับผมคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะไปฉี่ผิดที่ผิดทางแล้วไม่ได้ขอขมาครับ  ผมอาจจะเล่าไปอาจไม่สนุกเหมือนเรื่องผีเรื่องสยองคนอื่นเล่า แต่ตอนเจอจริงๆนี่จะตายให้ได้เลย ผมพิมพ์ไม่เก่งอาจมีพิมพ์ผิดๆถูกๆบางก็ขออภัยมานะที่นี้ด้วยครับ

เครดิตเรื่องเล่าจากกระทู้ ครั้งหนึ่งในชีวิต เกือบตาย ของคุณ สมาชิกหมายเลข 1102440

ครั้งหนึ่งในชีวิต เกือบตาย ครั้งหนึ่งในชีวิต เกือบตาย Reviewed by Nobibi on มิถุนายน 30, 2561 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.