เพื่อนสนิท

เรื่องหลอนเพื่อนสนิท

อ่านเรื่องผี
เรื่องเล่า เพื่อนสนิท

สวัสดีค่ะเรื่องที่เราจะมาเล่าต่อไปนี่เป็นเรื่องของพี่สาวเรานะคะ อาจจะฟังดูงงๆบ้างนะคะเราเล่าเรื่องไม่ค่อยเก่ง และที่สำคัญคือเราพิมพ์ในโทรศัพท์คำอาจจะผิดๆถูกๆบ้างแต่ก็กะจะเล่าทีเดียวให้จบเลย
เริ่มเรื่องเลยละกัน

ย้อนกลับไปเมื่อ3ปีที่แล้วค่ะ พี่สาวเราสอบเข้ามหาลัยต่างจังหวัดที่อยู่ใกล้ๆกับจังหวัดบ้านเกิดได้ นั่นเลยเป็นจุดเริ่มต้นของการอยู่หอค่ะ ขอข้ามไปตอนไปหาหอพักกันเลยนะคะ (ขอเรียกแทนชื่อพี่ว่าพี่เอมละกันนะคะ)

เช้าวันเสาร์ค่ะที่บ้านเราตกลงกันว่าจะพาพี่เอมไปดูหอพัก หอที่บ้านเราเลือกคือตั้งใจให้อยู่ในตัวเมืองเลยค่ะเพราะทั้งสะดวก ปลอดภัย ใกล้เมืองด้วย แล้วก็คือมีตัวเลือกเยอะพอสมควรค่ะ พอเลือกกันไปซักพักก็มีหอหนึ่งที่ถูกใจค่ะ เป็นหอไม่เก่าไม่ใหม่ก็ถือว่าใช้ได้พอสมควร ห้องกว้างราคาไม่แพงแล้วก็สะดวกค่ะตรงตามสเปคเลยก็ว่าได้ ก็เลยตกลงกันค่ะว่าเอาหอนี้นี่แหล่ะ

ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงตัดสินใจวางมัดจำ แล้วก็ระบุวันเข้าหอค่ะ (ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรเหมือนกัน555)
ขอข้ามไปวันที่เข้าหอเลยนะคะ



พี่เอมก็ขนของขึ้นหอ โดยระหว่างที่ขนนั้นได้มีผู้หญิงห้องข้างๆดูเหมือนว่าอายุน่าจะเท่าๆกันได้ขนของขึ้นมาเหมือนกัน ก็ทักทายกันตามประสาค่ะว่าเรียนที่ไหน ชื่ออะไร บลาๆๆ ได้ความว่า ชื่อฟ้า เรียนมหาลัยเดียวกันแต่คนละคณะค่ะ อายุมากกว่า1 ปี แต่เรียนรุ่นเดียวกันค่ะ แล้วพี่เอมกับพี่ฟ้าก็เริ่มสนิทกันตั้งแต่นั้นมา

พอพี่เอมอยู่หอวันแรกก็ไม่มีเรื่องผิดแปลกอะไรค่ะก็ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง ก่อนนอนก็กราบพระตามปกติค่ะ ทุกอย่างก็ดูปกติดีค่ะ จนกระทั่งวันนึงที่พี่ฟ้าแกเริ่มป่วย พี่เอมก็คือเป็นห่วงมาก เวลาวันหยุดแล้วกลับมาบ้านคืออัพเดตอาการพี่ฟ้าให้ฟังตลอด คือพี่ฟ้าแกสุขภาพไม่ค่อยดีอ่ะค่ะ เช่นเวลาเจอแอร์นานๆก็เป็นหวัดเป็นไข้ได้ง่าย อาการคล้ายๆภูมิแพ้อ่ะค่ะ แต่อาการก็ไม่ได้น่าเป็นห่วงอะไร

จนวันนึงค่ะ วันนั้นอากาศร้อนพี่เอมแล้วก็กลุ่มเพื่อนประมาณ3-4คน ชวนกันไปว่ายน้ำที่สระของอพาร์ตเมนต์ (เราไม่แน่ใจค่ะว่าคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์แต่มันมีสระว่ายน้ำ) ของเพื่อนในกลุ่มค่ะ แล้วพี่เอมก็เลยขึ้นไปชวนพี่ฟ้า เพราะคิดว่าแบบน่าจะไปเปิดหูเปิดตากันบ้าง ว่ายน้ำเสร็จก็จะพากันไปปาร์ตี้ต่อ 5555

พี่ฟ้าก็ตกลงไปค่ะ กลุ่มพี่ๆก็ว่ายน้ำกันนานพอสมควรคือตั้งแต่บ่ายสี่โมงถึงหกโมงเย็นค่ะ พี่ฟ้าพอขึ้นมาจากสระก็บอกว่าหนาวค่ะ แล้วก็ขอตัวกลับ พี่เอมก็ขอตัวกลับด้วยเพราะคิดว่าพี่ฟ้าน่าจะไม่สบายอีกแน่ๆก็เลยจะขอตัวไปดูแลพี่ฟ้าค่ะ

สรุปคืนนั้นพี่ฟ้าไข้ขึ้นค่ะ กินข้าว กินยา แล้วก็นอนหลับไป พี่เอมก็ขอตัวกลับห้องค่ะ แล้วหลังจากวันนั้นอาทิตย์หนึ่งพี่ฟ้าก็ยังมีอาการเป็นหวัด แล้วก็มีไข้เล็กๆน้อยๆค่ะ อาการก็ไม่ได้น่าเป็นห่วงอะไร

แล้วหลังจากนั้นประมาณ3วันค่ะ พี่ๆก็ชวนกันไปว่ายน้ำอีก พี่ฟ้าก็เห็นว่าตัวเองอาการดีขึ้นแล้วก็เลยไปด้วย แล้ววันนั้นเหมือนพี่ฟ้าทะเลาะกับแฟนค่ะ พี่ฟ้าเลยเรียกแฟนไปเคลียกันที่สระว่ายน้ำ เหมือนสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีอ่ะค่ะ พี่ฟ้ากับแฟนก็น่าจะเลิกกันแล้วพี่ฟ้าก็เสียใจมากลงไปว่ายน้ำตั้งแต่สี่โมงจนทุ่มหนึ่งก็ไม่ขึ้นมา พี่เอมก็เข้าใจความรู้สึกพี่ฟ้าอ่ะค่ะ พยายามปลอบ พยายามพูด แต่ดูจากสถานการณ์ก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย พี่ฟ้าร้องไห้เสียใจมาก

พอปลอบกันเสร็จก็ขึ้นจากน้ำแล้วกลับไปที่หอพักอ่ะค่ะ พี่ฟ้าก็บอกพี่เอมว่า ไปพักเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงกู กูไม่เป็นไร ไปนอนเหอะ แต่พี่เอมบอกว่าดูหน้าพี่ฟ้าตอนนั้นคือแย่มากค่ะ แล้วตัวก็ร้อนด้วย แต่พี่เอมก็ต้องยอมกลับค่ะ เพราะพี่ฟ้าคะยั้นคะยอให้กลับ

หลังจากที่พี่เอมกลับมาที่ห้อง เนื่องจากที่ไปว่ายน้ำกันเป็นเวลานาน เกิดอาการเพลียๆก็เลยเผลอหลับไปค่ะ จนเช้าก็ไปถามอาการพี่ฟ้า พี่เอมเคาะประตูห้องพี่ฟ้าอยู่นานก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับอะไร พี่เอมก็เลยใช้โทรศัพท์ของที่หอพักโทรเข้าไป แล้วพี่ฟ้าก็รับค่ะ พี่ฟ้าบอกว่าตอนนี้ปวดหัวมาก ตอนเช้าไม่มีเรียน แล้วก็ไม่ได้วางแผนว่าจะออกไปไหนเลยขอนอนพัก

ส่วนทางฝั่งพี่เอม พี่เอมมีเรียนเช้าค่ะเลยต้องรีบออกไปเรียนเพราะพี่เอมเองวันนี้ก็ตื่นสายเพราะเมื่อวานเพลัยมากหลับเป็นตายเลย

พอพี่เอมไปเรียนเสร็จกลับมาถึงหอตอนบ่ายๆ แม่บ้านเค้าเดินเอากระดาษมาให้พี่เอมค่ะ ในกระดาษนั้นเขียนว่า เอม กูไม่สบายหนักว่ะ แล้วกูก็ยังเสียใจเรื่องแฟนกูอยู่ แม่กูเลยมารับกลับบ้าน ไว้กูหายดีเดี๋ยวกูกลับมา ไม่ต้องโทรเข้าเบอร์กูนะกูไม่ใช้โทรศัพท์แล้ว กูคิดถึงมัน กูใช้โทรศัพท์กูก็คิดถึงมัน กูเสียใจว่ะ ร่างกายกูก็ไม่ไหว กูอยากตาย ไว้เจอกัน

พี่เอมอ่านข้อความดู มันก็ดูแปลกๆค่ะ กระดาษใบนั้นพี่เอมยังถ่ายรูปไว้อยู่เลย เพราะที่ถ่ายคือ ถ่ายส่งให้เพื่อนในกลุ่มดูกันอ่ะค่ะ ว่าที่ฟ้ามันพิมพ์ข้อความมาแบบนี้มันหมายความว่ายังไง เพราะทุกคนที่อ่านก็คงคิดว่ามันเป็นรางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยจะดี แต่พี่เอมก็คิดอ่ะค่ะ ว่าทั้งไม่สบายทั้งเฮิร์ทใครมันจะไปโอเค พี่เอมก็เลยได้แต่มีความเป็นห่วงอยู่ห่างๆ คือไม่สามารถทำอะไรได้เลย

ค่ะ พอพี่เอมเห็นโน๊ตที่พี่ฟ้าส่งมาให้พี่เอม พี่เอมก็ไม่สบายใจอ่ะค่ะ แต่ก็ไม่รู้จะติดต่อพี่ฟ้าได้ยังไง ก็ได้แต่รอเวลา เดี๋ยวพี่ฟ้ากลับมาก็น่าจะได้คุยกัน

แล้วช่วงนั้นก็เป็นช่วงสงกรานพอดีค่ะ พี่เอมก็กลับบ้านค่ะ (สงกรานนี่ห่างจากที่พี่ฟ้าฝากโน๊ตให้พี่เอมประมาณอาทิตย์นึงค่ะ)

แล้วก็มาเล่าให้พ่อให้แม่ฟัง แม่เราเป็นคนที่เชื่อเรื่องเกี่ยวกับพวกสิ่งลี้ลับ รางสังหรณ์ เรื่องพวกนี้มากอ่ะค่ะ แม่เลยบอกว่าถ้าเจอฟ้าอ่ะ บอกฟ้าว่าอย่าพูดเรื่องตายสุ่มสี่สุ่มห้า แม่พูดไม่ทันขาดคำค่ะ เสียงเคาะประตูบ้าน เคาะหน้าต่าง พีคสุดคือเคาะตรงฝ้าหลังคาอ่ะค่ะ ตอนนั้นพวกเราก็ไม่ได้คิดอะไรแต่แบบสายตาทุกคนมองหน้ากัน 555555 คิดว่าเป็นเสียงลมที่พัดกิ่งไม้มาโดน (โลกสวยมวากก)

พวกเราก็นั่งคุยนั่งดูทีวีกันไปค่ะ เพราะพรุ่งนี้เช้าญาติๆจะมากันเพราะสงกรานต์นี่เป็นวันรวมญาติ
พอเข้านอนเรานอนห้องเดียวกันกับพี่เอมค่ะ วันนี้พี่เอมเดินทางมาเหนื่อยเลยผล็อยหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ เราก็นั่งกดโทรสับเล่นวนไป จนมาได้ยินเสียงเคาะหน้าต่างค่ะ แล้วก็ได้ยินเสียงหมาหอนเบาๆ คลอมา อื้อหือออ ความกลัวเลเวลแปดสิบก็มา เอาไงดีตรู นอนสิคะรออะไร (คือเราต้องบอกก่อนนะคะว่าเรามีสัมผัสอ่อนๆกับเรื่องพวกนี้อ่ะค่ะ ชอบสัมผัสได้บ่อยๆ)

และแล้วเราก็หลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ เรารู้สึกตัวอีกทีเพราะเราได้ยินเสียงเคาะไม่หยุดเลยค่ะ เวลาตอนนั้นที่เรารู้สึกตัวก็ประมาณตีสามเศษๆ เราก็ข่มตาหลับสุดฤทธิ์ พี่เอมนี่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยค่ะ คุณพระะะะ หลับลงได้ไง เสียงออกจะดัง

ค่ำคืนอันน่าหวาดเสียวก็จบไปอย่างลำบากใจเพราะกว่าจะข่มตานอนได้นั้นยากลำบากเหลือหลาย

เช้าวันต่อมาค่ะ เราก็ยังไม่ได้เล่าให้ใครฟัง แต่แม่เราพูดขึ้นมาก่อนเลยค่ะว่า เอมเดี๋ยวแม่มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง เราก็กลัวๆค่ะ กลัวว่าแบบเออ มันจะมีเรื่องอะไรรึป่าว

พอญาติๆเรามาถึง เราก็เลยชวนกันไปถ่ายรูปค่ะ เพราะนานๆทีจะมีญาติมา ละคือวันนั้นอิชั้นใส่ลายดอกเต็มสตรีมมาก ดอกมากกกก 55555 เราก็ถ่ายรูปกันตามพิธี ละก็ตามภาษาวัยรุ่นนะคะก็ว่าจะชวนกันไปเล่นน้ำ โดยจะใช้รถกระบะของลุงค่ะเลาะไปตามหมู่บ้าน ตามถนนเส้นที่เค้าเล่นน้ำกันอ่ะค่ะ แล้วอยู่ๆลุงก็พูดขึ้นมาค่ะว่าเอ้า "เพื่อนเอมก็จะไปเล่นน้ำด้วยหรอ เห็นหน้าซีดเหมือนคนป่วยคิดว่าไม่สบาย" พี่เอมก็เลยหันควับบบเลยค่ะ เราคิดในใจ คุณพระะ ลุงจะพูดทำม้ายย กลั๊วน๊ะเนี๊ยยย **เสียงสูง

แม่เราเลยพูดขึ้นมาว่า "เออหน่าไปกันหมดนั่นแหล่ะไม่ต้องถามมากมีหน้าที่ขับรถก็ขับไป"

แม่กับลุงเราสนิทกันมากค่ะ คำพูดเลยดูเฟี้ยวๆหน่อย 555555 ณ จุดๆนั้นน้ะค้ะะะะ บุคคลที่ได้แต่เก็บความสงสัยและความกลัว คงจะหนีไม่พ้นดิชั้นน้ะค้ะะะ พี่เอมก็ดูไม่สนใจอะไร แต่จากคนที่พูดมากๆ คือเงียบไปเลยนะคะ

แต่คือสถานการณ์นั้นก็เล่นน้ำอย่างเดียวเลยค่ะ แต่ก็ไม่ลืมนะ เข้าใจอารมณ์นี้มั้ยคะ แบบคิดอยู่ในหัวตลอดเวลา

พอกลับมาถึงบ้านก็ต่างคนต่างเหนื่อยอ่าค่ะ หนาวก็หนาว เราถึงบ้านก็อาบน้ำกะว่าจะนอนมันตั้งแต่ตอนนั้นเลย ข้าวปลาก็กะจะไม่กินละค่ะ พลีชีพเล่นน้ำหนักมาก

ต่อนะคะ หมายถึงกลับเข้าเรื่องกันได้ซักที 5555

พี่เอมอ่ะค่ะ พอได้ยินลุงเราพูดแบบนั้นก็รู้สึกแปลกๆ เพราะลุงเราชอบเกี่ยวกับพวกพระเครื่องละก็มีของเล็กๆน้อยๆไว้บูชาบ้างอ่ะค่ะ เพราะลุงจะชอบสัมผัสได้ รู้แบบนั้นแล้ว ก็เหมือนพี่เอมเองจะคิดหนัก

ญาติๆของเราก็ไปนอนรีสอร์ทกัน โดยลูกพี่ลูกน้องเราที่เป็นลูกของลุงอ่ะค่ะชวนเรากะพี่เอมไปนอนด้วย คือห้องที่จองน่ะเหมือนตรงห้องนอนมันเหลือห้องนึง ก็กะว่าจะไปซื้อหมูกระทะอะไรมาสังสรรค์กัน

ตอนแรกเราก็อยากไปนะคะ แต่อย่างที่บอกคือ คุณคะอิชั้นพลีชีพเล่นน้ำหนักม๊ากกกก
แล้วที่สำคัญที่ไม่ค่อยอยากไปคือลุงพูดอีกว่า "ไปกันหลายคนก็สนุกดีนะลูก มีทั้ง-ชื่อเรา- ทั้งเอม ละก็เพื่อนเอมอีก"

เราเลยส่ายหัวไปค่ะ บอกว่าไม่ไปหรอกลุง หนูเหนื่อย อยากนอนพักค่ะ

พี่เอมก็คืองงหนักเลยค่ะ  คงจะคิดว่าทำไมช่วงนี้มีแต่คนพูดแปลกๆ

คืนวันนั้นเรากับพี่เอมเข้านอนกันเร็วหลังจากที่เล่นน้ำเสร็จค่ะ คือหลับทั้งคู่ หลับหนักมาก พ่อไปสังสรรค์กะลุงที่รีสอร์ท ส่วนแม่เพื่อนๆก็นัดรวมรุ่มปารืตี้ยิบย่อยกันที่ร้านเสริมสวยของแม่5555 สรุปทั้งพ่อและแม่ปาร์ตี้ฟรุ้งฟริ้งทั้งคู่

ที่บ้านก็เหลือแค่เรากับพี่เอมแค่2คนจริงๆค่ะ หลับกันไปซักพัก เราได้ยินเหมือนพี่เอมละเมอคุยกะใคร ตอนแรกก็ฟังไม่ค่อยได้ศัพท์ค่ะ

พี่เอม: ทำไมไม่บอกกูวะ
เสียงใครก็ไม่รู้: กูขอโทษ กูก็มาบอกอยู่นี่ไง

ประเด็นคืออออ อีกเสียงอ่ะใคร !!!!!!!!!!!!!

ณ จุดๆนั้นเราคิดเลยค่ะ ถ้าตรูลืมตาขึ้นไปจะเห็นอะไรบ้างฟะเนี่ย ใครเข้ามาในห้องเราได้วะ สรุปคนหรือผี 

เราเลยตัดสินใจพลีชีพอีกครั้งค่ะ ลืมตามองไปทางพี่เอมก่อน ภาพที่เห็นคือ พี่เอมหลับตา ละก็ทำปากมุบมิบเหมือนพูดกับใครอยู่

แล้วทีนี้เราก็ต้องมองไปทางไหนก่อนถึงจะเห็นเจ้าของเสียงปริศนา เราเลยเงยหน้าแบบกลั้นใจสุดฤทธิ์ มองไปทางปลายเตียงค่ะ คุณพระ เงาๆนึง (เหมือนเค้าเห็นเราก็ตกใจค่ะ) เงาๆนั้นทะลุประตูออกไป โหหห สาบานได้เลย ทะลุจริงๆ เพราะคือ

1. เลยเราไม่ได้สะลึมสะลือค่ะ สติครบ เนื่องจากตอนนั้นกลัว และตกใจมาก ใครมันจะมางัวเงียลง
2. สายตาเราชินกับสภาพแสงในห้องพอที่จะแยกแยะอะไรได้แล้วค่ะ


แล้วคือพอเงาทะลุไป พี่เอมดีดตัวจากเตียง ลุกขึ้นมายืนอ่ะค่ะ (จะให้อิชั้นตกใจไปถึงไหน!!! จำได้ว่าอุทานไม่เป็นศัพท์เลย)

พี่เอม : เรียกชื่อเรา* ฟ้ามันมาอ่ะ มันบอกว่ามันมาลา มันบอกว่ามันตายแล้ว ละพี่เอมก็ร้องไห้หนักมากกกกก
เรา: ไม่ใช่หรอกมั้ง พี่เอมอ่ะฝันไป นอนๆ เมื่อกลางวันเหนื่อยมามากไม่ใช่หรอ นอนๆ

มันดูเป็นการปลอบใจ แต่มันก็สบายใจดีค่ะที่ได้พูดแบบนี้ อย่างที่บอกค่ะพี่เอมเป็นคนหลับง่าย เหลือแต่เราเนี่ย อยู่เพราะคำถามเต็มไปหมดเลยค่ะ เหลือแต่คำถามจริงๆ ทั้งกลัว ทั้งตกใจบอกไม่ถูก คือมันอาจจะไม่ค่อยน่ากลัว แต่คนที่อยู่ ณ จุดๆนั้นกลัวแรงมากกกกก กลัวจริงๆค่ะ

เราแบบข่มตาหลับอ่ะทุกคน มันทรมานมากเลยนะ ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ คือมันระแวงอ่ะ ก็คือเคยโดนอำโดนอะไร อันนี้ก็กลัวไง

ผ่านไปจนเช้าอ่ะค่ะ

ตอนเช้าแม่กับพ่อเรากลับมา แม่เราขึ้นมาปลุกค่ะ เรียกให้เรากับพี่เอมตื่นเพราะญาติๆมา จะไปวัดกัน พอไปวัดเสร็จ (ขอข้ามตอนเพราะ story มันค่อนข้างยาว)

แม่ก็เรียกพี่เอมไปคุยด้วยค่ะ ต่อหน้าญาติๆนั้นแหล่ะค่ะ

แม่ : เอม เคยไปทำร้ายใครเค้า หรือไปยุ่งไปเห็นเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายใครจนเค้าตายมั้ย

อื้อหือ คำถามแบบ ใครได้ยินก็ต้องช็อคอ่ะ คือตอบไม่ถูกเลยใช่มั้ยล่ะ

พี่เอม : ทำไมแม่ถามเอมแบบนี้ล่ะ
แม่ : ก็ใครไม่รู้ แม่เห็นเค้าตามเอมมาตั้งแต่เอมลงรถตู้ตรง บขส. พอแม่ไปรับก็เห็นเค้าตามมาจนถึงบ้าน คือเห็นทั้งทาง แต่ไม่เห็นหน้านะ
พี่เอม : เมื่อคืนเอมฝันน่ะแม่ ว่าฟ้ามาบ้านเรา มันบอกว่ามันตายแล้ว มันมาลา
ลุง : คุยเรื่องอะไรกัน งงไปหมดแล้ว 
เรา : ที่ลุงบอกว่าเห็นเพื่อนพี่เอม ลุงเห็นจริงหรอ
ลุง : เห็นจริงสิ ทำไมหรอ 
พี่เอม : ไม่น่าจะใช่แล้วอ่ะลุง เอมไม่ได้พาเพื่อนมาบ้าน
ลุง : ใช่ใช่มั้ย? ลุงว่าแล้ว ทำไมมันแปลกๆ เห็นเค้าขึ้นรถมาเล่นน้ำแต่ไม่เปียกเลย

สถานการณ์นั้นขนลุกกว่าตอนปวดขรี้อีกสาระเลย

พี่เอม : ฟ้าแน่ๆเลยแม่ เอมไม่ได้กลัวมันนะ มันตายได้ไงเนี่ย แล้วพี่เอมก็ร้องไห้ 

ทั้งๆที่ยังไม่รู้ที่มาที่ไปอ่ะค่ะ แต่เหมือนพอเจอแบบนี้แล้วมันก็ดูเหมือนทุกอย่างมันลงล็อกกันไปหมด จนไม่ยากเลยที่จะเชื่อ


พี่เอมอยากได้หลักฐานมากกว่านี้มายืนยัน ว่าเพื่อนรักของตัวเองตายแล้วจริงๆอ่ะค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะติดต่อทางไหน เลยลองโทรไปเบอร์พี่ฟ้า ถึงแม้พี่ฟ้าไม่อยู่แล้วจริงๆ ยังไงแม่พี่ฟ้าก็ต้องรับแน่ๆค่ะ

พอโทรไปก็ ตู๊ด ตู๊ด เอ้า! ติดหนิ แต่รอบแรก ไม่มีคนรับ สายที่สอง ก็เป็นอีก จนสายที่สาม ตู๊ดประมานสามรอบ มีคนรับค่ะ แต่เป็นเสียงลม วื๊ด วื๊ด พี่เอมก็วางสายไป สายที่สี่ มีคนพูดค่ะ เป็นเสียงแม่พี่ฟ้า

แม่พี่ฟ้า: ฮัลโหลค่ะ
พี่เอม: แม่ขา นี่เอมนะคะ ฟ้าไปไหนล่ะแม่
แม่พี่ฟ้า: ฟ้าเสียแล้วลูก 

พี่เอม ช็อคแบบ ช็อคหนักมากก ร้องไห้ออกมาเลยอ่ะ

แม่พี่ฟ้า: เอมยังไม่รู้หรอลูก 
พี่เอม: พึ่งรู้ค่ะแม่ ฟ้าเป็นอะไรแม่ ทำไมเอมไม่รู้เรื่อง
แม่พี่ฟ้า: วันนั้นที่แม่มารับฟ้ากลับบ้าน เพราะฟ้าโทรมาบอกว่าไข้สูง ไม่ไหวแล้ว พอแม่ไปหา พี่ฟ้าก็ตัวร้อน แล้วก็ซีดมาก ตอนนั้นตาบวมด้วย น่าจะร้องไห้ แล้วไม่ได้นอน แม่พากลับมาบ้าน ฟ้าก็อ้วกอย่างเดียวเลยกินอะไรไม่ได้ พาไปโรงบาล หมอเค้าก็ให้นอน คืนแรกก็หลับแบบเป็นตาย แล้วไข้ก็ขึ้นอีก นอนโรงพยาบาลตั้งแต่วันนั้นจนถึงเมื่อวานก่อนเพราะอาการทรงๆ ทีนี้ฟ้าช็อคเลยเพราะตัวร้อนมากเพราะน่าจะมาจากการไม่มีแรง ทั้งอ้วกเพราะฟ้าอ้วกมาตลอดทุกวัน กินอะไรก็อ้วกออกหมด ตอนช็อคอ่านเรื่องผีก่อนใครที่ pheex3.com หมอเค้าปั๊มหัวใจ

พี่ฟ้าหัวใจหยุดเต้นไป2ครั้งค่ะ 

ปั๊มหัวใจแล้วพี่ฟ้าไม่กลับมา แม่เลยรอจนเช้าค่อยถอดสายออกซิเจน เราจำได้คร่าวๆแค่นี้ค่ะ เพราะว่าพี่เอมเล่าให้ฟังอีกที

พี่เอมก็ไปช่วยงานศพพี่ฟ้าค่ะ จนสวดเสร็จ จนเผา ช่วงแรกๆพี่เอมก็ได้แต่โทษตัวเองค่ะ ว่าเป็นสาเหตุให้พี่ฟ้าต้องป่วย เพราะตัวเองก็เป็นคนชวนพี่ฟ้าไปว่ายน้ำ แล้วก็ไม่ได้ดูแลพี่ฟ้าอย่างเต็มที่ ทั้งๆที่สนิทอยู่หอเดียวกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันทุกวัน วันนี้ต้องมาเสียเพื่อนดีๆคนนึงไป

พองานศพพี่ฟ้าเสร็จ ทุกอย่างก็ปกติดีค่ะ จนพี่เอมกลับไปเรียน ซึ่งนั่นคือต้องกลับไปอยู่หอ

คืนแรกที่พี่เอมกลับไปหอ พี่เอมก็ยังเศร้าๆอยู่ เพราะพี่เอมเองก็เหงา ปกติจะมีพี่ฟ้ามาคอยอยู่ คอยเล่นด้วยอ่ะค่ะ แต่คือวันนี้พี่เอมเองก็เหนื่อยจากการเดินทาง อาบน้ำ กินข้าวเสร็จ ก็กำลังจะเข้านอน พี่เอมเล่าว่านั่งเล่นโทรสับไปซักพัก ก็ได้ยินเสียงคนเรียก เอม เอมมม เอมมมม

ตอนแรกมาแค่เสียง คราวนี้มากลิ่นเลยค่ะ แต่ไม่ใช่กลิ่นเหม็นนะคะ เป็นกลิ่นน้ำหอมคล้ายๆกลิ่นที่พี่ฟ้าใช้ประจำ เพื่อนก็เพื่อนเถอะ เป็นผี พี่เอมก็กลัวหมดแหละค่ะ (แหมม ตอนแรกบอกว่าไม่กลัว) พี่เอมก็คิดในใจ จะขานตอบดีมั้ย เพราะเสียงเรียกชื่อพี่เอมนั้น มาเป็นระยะๆ นานซักพักแล้ว

แต่ตอนนั้นในใจก็คิดว่า แล้วถ้าเป็นคนอื่น ไม่ใช่พี่ฟ้าล่ะ แม่เคยบอกค่ะ ว่าตอนกลางค่ำกลางคืน ใครเรียก อย่าขาน พี่เอมนอนฟังเสียงคนเรียกตัวเองไปซักพัก พี่เอมก็เผลอหลับไป

แล้วพี่เอมบอกว่าพี่เอมฝันค่ะ ฝันว่าพี่ฟ้าใส่ชุดกระโปรง มายืนร้องไห้อยู่ตรงข้างเตียงที่พี่เอมนอน ร้องไห้ซักพัก พี่เอมบอกว่ามันเหมือนจริงมาก บทสนทนาในฝันเป็นประมานนี้ค่ะ

พี่เอม: พอได้แล้ว จะร้องทำไมขนาดนั้น
พี่ฟ้า: จากที่ร้องไห้ก็ยิ้มออกมาค่ะ (อารมณ์ประมานยิ้มอ่อน)
พี่เอม: ไหน เป็นอะไร ร้องทำไม เล่าซิ
พี่ฟ้า: กูไม่ได้จะมาให้กลัว แต่ดูกลัวกูนะ กูขอโทษ กูจะมาลา 
พี่เอม: เออ กูรู้แล้ว ไปที่ดีๆนะ กูรักเมิงนะ
พี่ฟ้า: กูก็รักนะ กูขอไรอย่างดิ
พี่เอม: อะไรอ่ะ
พี่ฟ้า: ตรงตู้เสื้อผ้าในห้องกู กูกะจะเอาเสื้อไปให้เมฆ (ชื่อแฟนพี่ฟ้าค่ะ) แต่กูเลิกกะมันละก็มาป่วยก่อน เลยยังไม่ได้ให้ แล้วก็ผ้าพันคอสองผืน ที่กูถักอ่ะ ผืนนึงสีฟ้า อีกผืนสีน้ำตาล ฝากเอาไปให้แม่กูผืนนึง อีกผืนของนะ กูมาแค่นี้แหล่ะ ดูแลตัวเองดีๆ รักนะ

พี่เอมสะดุ้งตื่นมา น้ำตาอาบเต็มแก้มค่ะ

พี่เอมคิดว่ามันเป็นฝันหรือว่าความจริงกันแน่ เพราะเค้าบอกว่าเวลาคนตายมาหา จะมาแบบนิ่งๆ ไม่พูดอะไร แต่นี่คือพี่ฟ้าสั่งเสียยาวมาก

ตอนเช้าพี่เอมเลยไปขอกุญแจกับที่ล็อบบี้ มาเปิดห้องพี่ฟ้า แล้วก็ไปเปิดดูตู้เสื้อผ้าตามที่พี่ฟ้าบอก ปรากฏว่าเจอทุกอย่างตามที่พี่ฟ้าบอกในฝันค่ะ พี่เอมก็จัดการทุกอย่างตามที่พี่ฟ้าบอก เศร้าๆ เหงาๆ อยู่ซักพัก หวังแต่ว่าพี่ฟ้าจะมาหาอีก เพราะคราวนี้สัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่กลัว

แล้วเวลาผ่านไปซักพักพี่เอมก็เริ่มหายเศร้า แล้วก็หมั่นทำบุญให้พี่ฟ้าค่ะ แล้วก็ไม่เจอพี่ฟ้าอีกเลย แต่แม่พี่ฟ้าก็บอกว่าเจอนะ เห็นว่า มายืนยิ้ม ละก็วิ่งเข้ามากอด แล้วก็หายไปเลย เรื่องราวก็ประมานเท่านี้ค่าาา ขอบคุณที่ติดตามน้าค้าา

อ่านลืมกดไลค์เพจ >> https://www.facebook.com/pantipghosts/ นะ จะได้ไม่พลาดเรื่องหลอนใหม่ๆ กัน

เครดิตเรื่องเล่าจากกระทู้ เพื่อนสนิท ของคุณ สมาชิกหมายเลข 3759476
เพื่อนสนิท เพื่อนสนิท Reviewed by Nobibi on กรกฎาคม 18, 2561 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.