ประสบการณ์เจอผีหลอก

แชร์ประสบการณ์เจอผีหลอก

เจอผีหลอก
แชร์ประสบการณ์เจอผีหลอก

สวัสดีค่ะ เมื่อวานได้อ่านเรื่องผีมา อ่านแล้วก็หวนนึกถึงเรื่องของตัวเองสมัยก่อนที่เคยเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง ตั้งแต่เด็กๆ ตอนนี้ ก็ไม่ค่อยได้เจอแล้วคะ ว่ากันว่าเด็ก ดวงจิตยังบริสุทธิ์ จึงสื่อสารได้ง่าย เลยจะขอแชร์ประสบการณ์ 3 เหตุการณ์ ในช่วงอายุเด็กมากไปจนถึงรั้วมหาวิทยาลัย ป.ตรี นี่ก็ผ่านป ตรี มา 10 กว่าปีได้ ค่ะ


1 เจอนางรำที่ศาลพระภูมิบ้าน

เหตุการณ์นี้ ดิฉันน่าจะอยู่ช่วง ป. 1 ได้มั่งคะ แม้มันจะผ่านไปนานมากแล้ว แต่ไม่เคยลืมค่ะ มีหนังเรื่องผีสามบาท ตอนที่มีผีนางรำหน้าขาวๆ มารำ นั่นยังเกิดทีหลังเรื่องของดิฉันหลายปี นะคะ แบบตอนนั่น ดูหนัง ยิ่งตอกย้ำเลยว่า ไม่ใช่เราคนเดียวหรอกที่จะเจอแบบนี้ ไม่งั้นผู้กำกับคงไม่มีไอเดียมาสร้างหนังหรอกคะ

วันนั่นเป็นเวลาโผล้เผล้ ดิฉันอาศัยอยู่กับตายาย ที่ จังหวัดหนึ่ง ที่มีทะเล และเป็นพื้นที่ทหารเรือส่วนใหญ่

บ้านเป็นบ้านไม้ ยกสูง ใต้ถุนไว้จอดรถ และห้องน้ำอยู่ชั้นล่างนี้ จะอาบน้ำที ก็ต้องเดินลงบันไดไปอาบ ดิฉันมีหน้าที่ได้รับมอบหมายคือ เอาดอกไม้ ไปไหว้ศาลพระภูมิในวันโกน ทุกครั้ง เราเป็นเด็ก เราก็ต้องปีนปูนที่ตาทำไว้ เอื้อมไปวางและไหว้ สาธุๆ แบบนี้ มาเรื่อยๆ ยายบอกว่า หากเรานำดอกไม้มาไหว้พระบ่อยๆ ชาติหน้าเราจะสวยคะ ดิฉันเลย รับอาสา 555 อยากสวย

วันนั่นไม่ใช่วันที่ดิฉันต้องเอาดอกไม้ ปีนไปไหว้ศาล แต่ดิฉันก็ทำเหมือนปกติ คือเดินลงไปอาบน้ำ ถือผ้าเช็ดตัวร้องเพลงตามประสาเด็ก ก็พบว่า มีนางรำ ที่ size ไม่ใช่ ตุ๊กตานะคะ คือตัวใหญ่เท่า ศาลพระภูมิเลย หมายถึงบ้านที่มีหน้าจั่วหลังเล็กๆ ที่เราเรียกกันว่า ศาล นางรำคนนั่นตัวเท่านั่น ยืนตั้งวง ใส่ชุดเขียวๆ หน้าขาวๆ ปากแดงๆ หันมาทางดิฉันแล้วยิ้มให้ คือแบบ มาสวยๆ แต่มันน่าสลดสยองมาก มันคือครั้งแรกที่เห็นจะจะ แบบนั่น และมันมาแบบไม่ทันตั้งตัว เวลาที่ฟ้ายังไม่มืดสนิท สลัวๆ มันเห็นชัดเจนมาก ดิฉัน กรี๊ดแตกวิ่งขึ้นบ้าน ไปบอกพี่ๆ และตา ตาลงไปดู บอกว่า ก็ไม่มีอะไร ดิฉันเพ้อไปเอง ออกแนว โกหก แหมมมมมมมมมมม ดิฉันนี่ น้อยใจเลยคะ คือเราไม่ได้ตาฟาดแน่ๆ เราเห็น เราไม่ได้มโน ทำไม ไม่มีผู้ใหญ่เชื่อคำพูดของเด็กเลย เสียใจตรงนี้

ดิฉันคิดเลย ว่า ผีนะผี มาก็เหมือนในหนังคือ ให้เราเห็นแต่ไม่ให้คนอื่นเห็น แน่จริงมาให้ ตาดิฉันเห็นสิ แล้วเรื่องก็เงียบไป หลังจากเหตุการณ์นั่น ดิฉันไม่กล้าเอาดอกไม้ ไปไหว้อีกเลย แม้บางคนบอกว่า เขามาขอบใจที่เอาดอกไม้ มาไหว้ก็เถอะ ดิฉันกลัวมาก จนไม่กล้าเดินไปแถวนั่น อีกนาน

ดิฉันขอสาบานว่า เรื่องทั้งหมด 3 เหตุการณ์ ที่จะแชร์ให้ฟัง มันคือเรื่องจริงที่เจอ ไม่โกหก ดึงเรทติ้งแน่นอน เรื่องต่อไปจะยิ่งน่ากลัวกว่านี้อีกคะ โดยเฉพาะในรั้วมหาวิทยาลัย

2. เพื่อนบ้านมาขอส่วนบุญ

เรื่องนี้ โตมาหน่อย ช่วง ม.ปลาย ย้ายไปอยู่ อีกจังหวัดซึ่งไกลบ้านเกิดมากคะ

เรื่องมีอยู่ว่า เราเพิ่งย้ายกันมาอยู่ จึงไม่รู้หรอกว่า เพื่อนบ้านมีประวัติความเป็นมาอย่างไร มีอยู่เย็นวันหนึ่ง ดิฉัน พี่ และน้อง ออกไปตลาดซื้อของกินกับพ่อ พอพ่อจอดรถ เราก็ลงจากรถกันปกติ พี่กับน้องลงมาก่อน ดิฉันคนสุดท้าย เจอว่า พ่อไม่ได้ปิดประตูของฝั่งคนขับ ดิฉัน จึงจะเดินไปปิดให้ ปรากฏว่า ดิฉันเจอ ลักษณะหน้าคนซีด แก้มตอบ เลือดเต็มหน้า ตาถลนมาก จ้องดิฉันอยู่ ตรงประตูรถด้านคนขับที่ยังไม่ปิด คือมันมืดๆ บนแสงไฟหน้าบ้านที่ส่องมา

คือจำได้แค่นี้ไม่มีตัว คืออาจจะมี แต่ดิฉันไม่เห็นค่ะ จำได้แต่ภาพหน้าคนนั่น ดิฉันไม่กรี๊ด ตกใจจนทำไรไม่ถูก จากที่จะไปปิดประตูให้พ่อ จึงเดินดุ่มๆๆ เข้าบ้าน แล้วบอกพ่อว่า พ่ออ่ะ ทำไมไม่ปิดประตู รถ ดิฉันไม่ได้ปิดให้นะ ให้พ่อไปปิดเอง กะว่า ถ้าเจอเหมือนกัน จะได้รู้ว่า ดิฉันไม่ได้โกหก พ่อก็บ่นดิฉันใหญ่ หาว่า รู้ก็ไม่ยอมปิดให้ เรื่องแค่นี้ บ่นๆๆ แต่แม่ดิฉันทักว่า ดิฉันหน้าตาซีดมาก ยังกะคนเห็นผี มา ดิฉันจึงตอบว่า ใช่!

คนที่บ้านตกใจ มารุมทั้งถาม ทั้งบอกว่า ดิฉันตาฝาด เอาอีกแล้ว....ตู คิดในใจ โกรธผีค่ะ จะมาให้เห็นทั้งที ทำไม๊ ไม่มาให้เห็นหมด ไม่ชอบเลย ถูกหาว่า มโนเนี้ยะ คืนนั่น นอนไม่หลับ ไม่รู้เค้าต้องการอะไร ก็เลย วาด สเก็ตภาพ ซึ่งดิฉัน ก็พอมีวิชาทางด้านนี้ อยู่บ้าง เอาภาพนี้ไปให้แม่กับพ่อ บอกว่า เนี้ยะ เจอแบบนี้อ่ะ เค้าต้องการอะไร ไม่รู้ แต่ตอนเช้าพ่อจะพาไปใส่บาตร อุทิศ ส่วนบุญกุศลไปให้เค้า

พอเช้ามา แม่ดิฉันก็รีบมาเรียกดิฉันค่ะ ท่าทางแกจะตื่นเต้นมาก บอกว่า เอาเรื่องของดิฉันไปเมาท์ กะเพื่อนบ้าน ตามประสาสมาคมแม่บ้านนะคะ 555 และสิ่งที่ทำให้แม่เริ่มเชื่อดิฉันก็คือ คุณน้าท่านหนึ่งบอกว่า ลักษณะเค้าเหมือนน้องเขยคุณน้า ที่ผูกคอตายไปที่บ้าน

ซึ่งบ้านเนี้ยะ อยู่ข้างหลังบ้านดิฉัน ซึ่งมีบริเวณป่ารกร้างกั้น ห่างกันสัก 200 เมตรได้ บ้านคุณน้าเป็นบ้านไม้สองชั้น คุณน้าขอเอารูปที่ดิฉันวาด ไปคุยกับแม่ของเขา (คุณยาย) คุณยายถึงกับอึ้ง บอกเลยว่า ใช่แน่ๆ คือ ลูกเขยคุณยายคนนี้นะคะ เค้าผูกคอตายแบบ ไม่สงบคะ เพราะลูกสาวคุณยาย หรือก็คือ พี่สาว คุณน้า (ดิฉันก็จำได้ลางๆ เรื่อง จะเป็นพี่สาว น้องสาว น้องเขยหรือพี่เขย ก็คงประมาณนี้ เพราะดิฉันไม่ได้อยู่ในสมาคม แบบแม่ คือเราเป็น นักเรียนย้ายมาเรียนแค่ 2 ปี เราก็จะกลับภูมิลำเนา เราก็เลยไม่สุงสิงกับใครเลยค่ะ) หนีเขาไปคะ ประมาณว่ามีชู้ เค้าก็รออยู่ที่บ้านแม่ยาย รอไม่ไหว ทุกข์ใจมาก ผูกคอตายไป เมื่อปีที่แล้ว หลังจากนั้น มาไม่มีใครกล้าไปอยู่ชั้น 2 ของบ้านเลย และบ้านนี้ ก็แปลกนะคะ ไม่หมั่นทำบุญให้เค้าสักเท่าไรอ่ะ อาจจะเป็นเขยกันมาไม่นาน แล้วคิดว่า จัดการศพเรียบร้อยแล้ว เรื่องทำบุญคงให้ญาติฝั่งเขยทำ อันนี้ วิเคราะห์เอง ครั้งนี้ก็เลยได้เวลาทำบุญให้เค้ากันยกใหญ่ คะ เค้าคงพยายามติดต่อใครสักคน ดิฉันเกิดพุธกลางวัน เค้าว่ากันว่า มี six sense ก็ไม่อยากจะเชื่อเท่าไร แต่คิดว่า น่าจะมีมูลมาบ้าง เจอแต่ละอย่างก็ สยองไปนาน


ผู้สนับสนุน

3. ท้าทายเจ้าที่ ในหอพัก

เรื่องนี้เกิดตอนช่วงปี 1 ดิฉันเลือกสอบเอ็นทรานซ์ไปเรียนมหาวิทยาลัย ไกลถิ่นกำเนิดมาก เนื่องจากครอบครัวย้ายไปประกอบธุรกิจ และน้องชายคุณตารับราชการอยู่แถวนั่น ก็เลยเลือก มหาวิทยาลัยใหญ่ที่หนึ่งที่น่าจะมีที่ดินเยอะที่สุดและมีไฟแดง ในมหาวิทยาลัย สีดิน ก็เป็นสีเฉพาะด้วย แฮะๆ ใบ้ขนาดนี้แล้วนะคะ

ตอนนั่น มีข้อบังคับให้ เด็กปี 1 อยู่หอพักใน หอที่ดิฉันได้อยู่ เป็นหอที่ วังเวงมากๆ คะ อยู่ชายขออาณาเขต ม. มีแต่ป่ารกๆ ถึงขั้นสามารถมองเห็น หิ่งห้อย ในเวลายามมืดได้ค่ะ สุดยอดไปเลย เกิดมาไม่เคยพบเคยเจอ

หอพักหญิง ณ ตอนนั้น มี 26 ตึก กระจายอยู่รอบ มอ  หอที่ดิฉันอยู่ก็ อยู่เลขใดเลขหนึ่ง ระหว่าง 20 -26 ค่ะ เป็นหอที่อยู่ใกล้ๆ ศูนย์อาหารใหม่ของ มอ ณ ขณะนั่น

ห้องก็แคบมาก มีเตียง 2 ชั้น กับตู้ ห่างกันแค่ แผ่นกระเบื้องยาง 2-3 แผ่นเอง อยู่กัน 2 คนก็เต็มห้องแล้ว รูมเมทดิฉัน ไม่ได้อยู่ห้องค่ะ คือมันก็ไม่น่าจะทนอยู่ได้นะคะ มันแคบมากเลย ทีวี ก็เป็นข้อห้ามไม่ให้นำมาไว้ในห้อง รูมเมทจึงออกไปอยู่ ข้างนอก ทิ้งชื่อไว้ว่าอยู่ หอใน ตามกฎ

ส่วนดิฉันก็อยากออกค่ะ แต่ว่า หอในมันประหยัดเงินมาก หอนอกใช้เงินมากกว่าหลายสิบเท่า เลยทนๆ อยู่ค่ะ เรามันไม่ได้ร่ำรวยอะไร

ตอนนั่น มือถือ กำลังดัง ดิฉันได้ของขวัญจากการ สอบเอนทรานซ์ได้ เลยมีมือถือไว้โทร เมาท์กับเพื่อน เพื่อนก็สนิทกัน แต่ติดคนละ ม. ค่ะ ก็ช่วงแรกโทรเมาท์บ่อยๆ

เพื่อนเจ้ากรรม ก็ดันชอบ หลอกค่ะ ประมาณว่า "เฮ้ย...ทุกมหา'ลัย มีเรื่องเล่านะเฟ้ย แกระวัง หอแก โครตเก่า วังเวงมากๆ แกลองหันหลังไปดิ๊ เผื่อจะมีใครอยู่ข้างหลังแก"

ดู๊ดูมันพูด แรกๆ ดิฉันก็ ป๊อด ค่ะ หลายๆ หนเข้า ชักจะกวนประสาท ก็เลย ดันพูดขึ้นมาว่า

"มาเล้ยยยยย อยากเจอเหมือนกัน ดูดิ๊ จะมาหลอกยังไง ไม่กลัวหรอก โถ่ เจอมาเยอะแล้ว เจออีกสักครั้งจะเป็นไรไป"

ดูนะคะ คนเรา ผู้หลักผู้ใหญ่ เค้าตักเตือนมายังไง ให้จำใส่หัวไว้ค่ะ อย่าได้ท้าทาย สิ่งเร้นลับ ที่เรามองไม่
เห็น มาเลยค่ะ คืนนั่น มาเลย

ดิฉันจะมี วิทยุ CD player เครื่องเหมือนไข่ ไดโนเสาร์ อยู่คอยเปิดเพลงฟัง ปลั๊กก็จะเสียบคาไว้ค่ะ ไม่เคยถอด มันจะขึ้นไฟเขียวหากเล่นเพลงหรือฟังวิทยุ และขึ้นไฟแดงหากเราปิด mode ไว้ ทุกคืน มันจะต้องขึ้นไฟแดงนะคะ เพราะดิฉันปิดไว้ ดิฉันนอนเตียงชั้นบน ค่ะ มองลงมา จะเห็นไฟแดงขึ้นตลอดคืน

ในความมืดคืนนั่น ดิฉันได้ยินเสียงลมหายใจของใครสักคน หายใจรดที่ข้างหูด้านขวา ดิฉันนอนตะแคงซ้าย จะมองเห็นไฟจากวิทยุ หูขวาจะไม่โดนทับ นั่นแหระค่ะ เค้ามาหายใจรด ดังเป็นเสียงหอบๆๆๆ ผสมเสียงอะไรไม่รู้ ไม่สามารถบรรยายได้

ดิฉัน ยังไม่แน่ใจ เลยหรี่ตา แอบมอง เห็นไฟเขียวขึ้น เราก็เอะใจ เอ๊ะหรือเราเปิดเพลงทิ้งไว้ ก่อนนอน แล้วเป็นเสียงคลื่นวิทยุ หลังเวลาออกอากาศ ก็ไม่นะ มันเป็นเสียงอู้อี้ๆ ประกอบกับเสียง หายใจหอบๆ และลมหายใจ จ่อหูเราอยู่

ดิฉันสวดทุกอย่างที่สวดได้ ขอแผ่เมตตา ตอนนั่นจำไม่ได้ว่า ท้าทายไป ก็ข่มตา บวกแอบจิตแข็ง ประมาณว่า ถ้ากดดันกันมากจะแช่งเลยนะ ไม่ได้ไปผุดไปเกิดกันเลยนะ เอาไม๊ ก็หลับไปเมื่อไรไม่รู้ ตื่นเช้ามาจะไปเรียน อาบน้ำเสร็จมาแต่งหน้า เจอรอยเลือดตกสะเก็ดที่หางคิ้วขวา ยาวมาถึงแก้ม สองรอย

ก้มดูเล็บตัวเอง เอ๊ะก็ออกจะกุดซะขนาดนั่น จะข่วนหน้าตัวเองได้ไง งง หาสาเหตุ ก็ไม่เจอ ก็ได้แต่คิดไปเชิงวิทยาศาสตร์ เพราะดิฉันเรียนประมาณด้านนี้ค่ะ ไปเรียนเพื่อนก็ถามว่า ไปทำไรมา

ที่สำคัญคือ มันตกสะเก็ดเร็วมากๆ คือ เห็นตอนมันตกสะเก็ดแล้วค่ะ ก็แงะๆ แกะๆ ก็ไม่ค่อยมีเลือดออกนะคะ

พอเพื่อนทักเยอะๆ ก็เลย โทรไปเมาท์ กับคนเดิมให้ฟังว่า หรือ เราจะโดนว่ะ แก มันก็บอกให้ไหว้พระก่อนนอน อย่าคิดมาก ดิฉันก็ทำอยู่ประจำนะคะ มียันต์คุ้มภัย ใต้หมอนด้วย ไม่ช่วยเลยหรอก คิดในใจ และดิฉันก็แกะสะเก็ด ออกหมดค่ะ ทายา กันแผลเป็นไป

พอคืนที่ สอง มาอีกคะ แบบเดิม ทุกประการ เริ่มเหงื่อแตก ใจไม่ดี ก็ข่มตาบ้าง หรี่ตา ดูวิทยุ ก็เหมือนเดิมคือ ไฟเขียว ทั้งๆ ที่ก่อนนอน ดูดีแล้วค่ะ ว่าไฟแดง เอาอีกแล้ว ก็ถามไปว่า อยากได้อะไร ให้มาเข้าฝัน อย่ามาแบบนี้เลย ไม่ได้อะไรหรอกแบบนี้ อยากได้อะไร มาบอกกันดีๆ แต่มาแบบนี้ ไม่เอาค่ะ กลัว เดี๋ยวพาลจะไม่ทำบุญให้นะคะ

เช้ามา ก็มีรอยเหมือนเดิม แต่ยาวกว่าเดิมค่ะ ตกสะเก็ดเรียบร้อย นี่กำลัง เล่าไปก็มืดแล้ว ตอนนี้ ขนลุก กลัวขึ้นมาเฉยเลยค่ะ แง.....

คราวนี้ เริ่มเล่าให้เพื่อนที่ ภาควิชา ฟังค่ะ เพื่อนก็ด่าบ้าง ว่าไปท้าเค้า เห็นไม่ล่ะ ปากพล่อย บ้างก็ปลอบใจ ชวนไปนอนด้วยค่ะ แต่ไอ้คนชวน มันก็เจอเจ้าที่แรงเหมือนกัน เราก็คิดว่า เราทำดีมาตลอด ผีน่าจะเห็นไม่น่าจะฆ่าจะแกงกันหรอก คงมาเตือน ก็บอกในใจว่า หนูกลัวแล้วค่ะ ไม่ต้องมาอีกก็ได้ เดียวจะทำบุญไปให้ เหมือนจะได้ผลนะคะ คืนนั่น หลับสบายค่ะ วันรุ่งขึ้น นัดกับเพื่อนจะไปติวข้อสอบกัน หลังสอบเสร็จจะพากันไปทำบุญให้เค้าค่ะ

ปรากฏว่า ยังไม่ถึงเวลานัด รุ่งขึ้น เวลาประมาณ ห้าโมงเย็นได้ ดิฉันนั่งอ่านหนังสือที่ประตูระเบียง ห้อง แคบก็แคบ ขอบอกเลยนะคะ แต่ เด็กอะคะ ไม่มีที่ไป ไม่ออกไปไหน อยู่ใหม่ๆ ก็อยู่คนเดียวไปก่อน ช่วงนั่น อากาศหนาว ดิฉันไม่ได้เปิดพัดลมตั้งโต๊ะเลย แถมยังถอดปลั๊กไว้ด้วย ค่ะ ถอดไว้เสียบที่ชาร์จแบตมือถือ แล้วก็นั่งหันหลังให้ห้อง หันหน้าเข้าระเบียง แล้วก็ได้ยินเสียง กรืด กรืด เหมือนอะไรเขยือน ก็เลย หันหน้ากลับไปดู ด้วยไม่ทันคิดอะไร ก็เจอว่า พัดลมตั้งโต๊ะนั่น มันเลื่อนมาหาตัวดิฉันค่ะ เลื่อนมาให้เห็นแบบ จะจะ ย้ำนะคะ จะจะเลยค่ะ จากช่องกระเบื้อง 1 ช่อง ดิฉันไม่ได้ตาฟาดค่ะ เลื่อนมาแล้ว คอมันหักลง ด้วยค่ะ ดังกึก

ดิฉันเหงื่อแตกท่วมตัว คิดว่า มันมาได้ไง ตอนนั่น สติ ไม่อยู่กับตัวสักเท่าไร ขยับตัวเอี้ยวไปดูที่เสียบปลั๊ก ปลั๊กไม่ได้เสียบ ดิฉัน ร้องไห้เลยค่ะ คือมันวังเวงมาก อยู่คนเดียว ระเบียงที่มองออกไปก็เจอสนามหญ้ากับป่า บรรยากาศมันน่ากลัวมากๆ ค่ะ ใครรู้จักหอนี้ จะรู้ดีว่า มันน่ากลัวเพียงใด ดิฉันนั่งร้องไห้ และยกมือไหว้ กล่าวขอขมา และฉุกคิดได้ว่า มันกำลังจะมืด ทำยังไงดีๆ

เลยรอบรวมความกล้า ลุกขึ้น เดินผ่าน พัดลมผีสิงนั่น ไปหยิบมือถือ โทรหาเพื่อนให้มารับ เดินไม่ไหว ขาไม่มีแรง

เพื่อนก็มารับค่ะ และพาไปอยู่ที่ศูนย์อาหาร รวบรวมกลุ่มก้อนกันได้ ก็จะไปขอขมา เจ้าพ่อมอ ค่ะ แต่ไอ้คนหนึ่งในกลุ่ม ดิฉันก็จำไม่ได้ว่าใคร บอกว่า พวกเราต้องรอถึง ตี 3 เจ้าพ่อจะลง ให้ไปขอขมาเวลานั่น ซื้อพวงมาลัย ธูปเทียน ไป เอากะมันสิ ตอนนั่น คิดอะไรไม่ออก ก็เลย รอยันตี 3 พวกเราก็ยกขบวนกันไปเรื่องผี pheex3.com ดิฉันก็กล่าวขอขมา แล้วบอกว่า จะเอาสิ่งของที่เจ้าพ่อ ชอบคือ ช้างค่ะ บอกว่าจะทำมาถวายให้ ขอให้อโหสิกรรมให้ดิฉันด้วย

หลังจากนั้น ก็ย้ายไปนอนกับเพื่อนจนสอบเสร็จ กลับบ้าน เล่าให้พ่อแม่ฟัง ท่านก็ตกใจ พาไปหาพระ ท่านก็ให้ยันต์มาแปะไว้ที่ห้อง พ่อถามดิฉันว่าจะย้ายออกไหม ดิฉันกลัวความคะนองปากพล่อยของตัวเอง จะเป็นสาเหตุให้พ่อ ต้องเสียเงิน ก็เลยบอกว่า จะทนอีกไม่กี่เดือนจะหมดปี 1 แล้วค่ะ

หลังจากนั่น ถึงย้ายออก หลังจากกลับมาจากบ้าน ก็เอายันต์หลวงลุงมาแปะที่เตียง เอาน้ำมนต์มารด พรมทั่วห้อง แล้วก็ทนอยู่แบบนั่น ไป จนหมดปี ในระหว่างนั่น ก็ไม่มีเหตุการณ์เกิดอีกเลย ดิฉันก็ย้ายไปอาศัยนอนห้องเพื่อนบ้าง บางเวลา ก็ถูๆ ไถๆ ไปน่ะคะ ทุกวันนี้ ยังเคืองเจ้าเพื่อนตัวดี ไม่หาย ที่มันหลอกเรา จนเราปากพล่อยออกไป มีหลายเรื่องเล่าในมอ เล่าต่อกันมาว่า หากเจ้าที่ไม่พอใจ ท่านจะเอาไปอยู่ด้วยค่ะ เจ้าที่หรือเจ้าพ่อมอ ท่านแรงมากจริงๆ นะคะ หลายเรื่องเล่าในมอเลยค่ะ ไม่คิดว่าเราจะเจอกับตัว

ทั้งหมดนี้ ก็คือ ส่วนหนึ่งในประสบการณ์ผีหลอกของดิฉันค่ะ โดยเฉพาะเรื่องสุดท้าย คงฝากอุทาหรณ์ให้คนอ่านได้บ้างนะคะ ไม่เชื่อ ก็อย่าไปลบหลู่ดูหมิ่นค่ะ เดี๋ยวจะงานเข้านะคะ


อ่านลืมกดไลค์เพจ >> https://www.facebook.com/pantipghosts/ นะ จะได้ไม่พลาดเรื่องหลอนใหม่ๆ กัน
เครดิตเรื่องเล่าจากกระทู้ ประสบการณ์เจอผีหลอก ของคุณ ABRANDNM
ประสบการณ์เจอผีหลอก ประสบการณ์เจอผีหลอก Reviewed by Nobibi on กรกฎาคม 26, 2561 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.