แค่อยากมาลาเป็นครั้งสุดท้าย

เรื่องเล่า แค่อยากมาลาเป็นครั้งสุดท้าย

เรื่องเล่า ประสบการณ์จริง
เรื่องเล่า แค่อยากมาลาเป็นครั้งสุดท้าย

สวัสดีค่าาา เจอกันอีกแล้วน้าา หลังจาก 2 เรื่องที่พึ่งจบไป เพื่อนสนิท และเรื่องหนูเป็นใครอ่ะ ผลตอบรับดี๊ดี เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ที่เราได้ไปรับฟังมา ปล.ใครยังไม่ได้อ่านฝากตามอ่านด้วยน้าาา

มาเริ่มเรื่องนี้กันเลยดีกว่าค่า

ย้อนเวลากลับไปเมื่อหลาย10ปีก่อน เรื่องนี้เราได้รับการถ่ายทอดมาจากน้าเราอีกทีค่ะ แต่มันสยองดีเลยมาเล่าให้ฟัง555555555

เข้าเรื่องง ย้อนเวลากลับไปเมื่อหลาย10ปีก่อนค่ะ น้าของเราก็อายุเกือบจะแตะ20ปี ช่วงนั้นเป็นช่วงปิดเทอมค่ะ น้าของเราก็เลยไปหางานทำ ที่ในตัวเมือง หมู่บ้านสมัยนั้นมันก็รู้จักกันทุกคน เพราะหมู่บ้านก็ไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น อยู่กันแบบพี่แบบน้อง งานที่น้าเรารับก็เป็นงานขนส่งน้ำที่ร้านของญาติเราอีกทีค่ะ แต่บ้านที่ได้ไปพักอยู่ในหมู่บ้านคนงาน ก็อย่างที่บอกก็รู้จักกันทุกคนอ่ะค่ะ ช่วงค่ำๆก็จะไปกินข้าวรวมกัน เวลาทำงานก็ออกไปทำเวลาพร้อมๆกัน เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ในที่ทำงานนี้จะมีลุงคนนึงค่ะ แกชื่อ ลุงแดง ลุงแดงแกมีเมียค่ะ เมียแกจะเป็นคนน่ารักมาก แกใจดีสุดๆเลยค่ะ เหมือนคนเคยบวชชีมาก่อน55555555555555





ผู้สนับสนุน

น้าเราแกเล่าว่า คืนหนึ่งลุงแดงแกต้องไปต่างจังหวัดกับเจ้านาย (ไปขับรถให้ค่ะ) เมียแกอยู่บ้านคนเดียว ตอนประมานช่วงเย็นของวันนั้น ก่อนที่ลุงแดงจะออกไปขับรถให้เจ้านาย แกให้เมียแกขับมอไซออกไปซื้อหมูมาผัดข้าวให้แกกิน ด้วยนิสัยบุคลิกของเมียแก เป็นคนไม่ค่อยปฏิเสธใครอยู่แล้ว แต่มาวันนี้แปลกค่ะ

เมียแกบอกว่า ไม่เอาไม่ไป ไปให้ตายหรอ ไม่ไป

ลุงแดง : ปกติแล้วแกไม่เคยเป็นแบบนี้น่ะ ไป ฉันอยากกินข้าวผัดฝีมือแก ฉันขับรถทั้งคืน กินข้าวที่ไหนก็คงไม่อร่อยเท่าแกทำ
เมียแก: เออ ฉันไปก็ได้ แต่ถ้าฉันไปไม่ถึงตลาดช่วยไม่ได้นะ
ลุงแดง: แกเป็นประสาทหรอถึงพูดแบบนี้ มันเป็นลาง ไปๆ รีบไปฉันหิวแล้ว

ลุงแดงก็รู้สึกว่าป้าแกพูดแปลกๆ แต่แกก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าเมียแกคงจะงอนที่แกไปขับรถตั้งหลายวัน คงจะคิดถึงแล้วก็คงงอน

เราขอเรียกเมียลุงแดงว่า "ป้าทิพย์นะคะ" หลังจากที่ป้าทิพย์แกขับรถออกไปตลาด ไม่ถึง 10 นาทีค่ะ พวกคนงานที่ทำงานด้วยกัน วิ่งมาเรียกลุงแดงออกไปดูป้าทิพย์ค่ะ แกขับมอเตอร์ไซค์ประสานงากับรถกระบะค่ะ แกพุ่งไปเต็มแรง ทั้งๆที่แกไม่ใช่คนขับรถเร็วอะไร

ตอนไปดูศพแกน่ะ สภาพคือดูไม่ได้ค่ะ แทบจำไม่ได้ว่าเป็นป้าแกเลย น้าของเราก็ตามติดสถานการณ์ด้วย แต่ตัวลุงแดงแกก็ไม่ได้เสียใจอะไรมากมายเหมือนแกรู้มาตั้งแต่แรกแล้ว เห็นแกจับตัวป้าทิพย์แล้วพูดว่า นี่ใช่มั้ยที่แกต้องการบอกฉัน ฉันไม่น่าไม่เชื่อแกเลย น่าจะเชื่อแกตั้งแต่แรก

พอจัดการบรรจุศพป้าทิพย์ ก็เคลียคดีค่ะ ทางคู่กรณีเค้าก็มาช่วยงาน มาช่วยค่าเสียหาย ช่วยจัดการงานจนเสร็จสรรพ ลุงแดงแกก็เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ 3 วัน แกเห็นป้าทิพย์แกละเมอกลางดึกค่ะ ว่าแกยังไม่อยากไป แกยังอยากอยู่ดูแลลุงแดง ถ้าไม่มีแกลุงแดงจะอยู่ยังไง เรามีกันแค่ 2 คน เป็นแบบนี้ 2 คืนติดค่ะ จนวันต่อมาก็เกิดเหตุเลย

ลุงแดงแกเอาศพป้าทิพย์ไว้บ้านพักค่ะ ไม่ได้เอาไปไว้วัด เพราะสมัยก่อนเค้าก็ทำแบบนี้กัน น้าเราไปช่วยงาน แกบอกว่าจู่ๆ มีแมวดำกระโดดข้ามโลงศพป้าทิพย์ มาจากไหนก็ไม่รู้ค่ะ ทุกคนตกใจมาก



ผู้สนับสนุน

คืนนั้นคนที่นอนเฝ้าศพก็มีลุงแดง ละก็คนงายคนอื่น 3-4 คนที่ตั้งวงเล่นการพนันกันค่ะ น้าเราก็กลับไปนอนบ้านพัก โดยบ้านพักของน้าเราจะมีคนงานรุ่นพี่อีกคนนึง โดยบ้านพักของน้าเราจะเป็นบ้านโล่ง ในบ้านไม่มีห้องอะไรค่ะ คือจะนอนรวมกันกลางบ้าน นอกบ้านจะเป็นที่ล้างจาน ละก็ห้องน้ำอยู่ด้านหลัง

พอน้าเรากับรุ่นพี่กำลังนอนกันอยู่ ก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตูค่ะ เคาะนานมากๆเลย จนน้าเรารำคาน ดูนาฬิกาก็ห้าทุ่มกว่าๆ น้าเราแกก็กำลังจะไปเปิดประตูค่ะ เพราะคิดว่าคนที่บ้านงานมาเรียกไปเล่นไพ่ พอกำลังจะเปิด รุ่นพี่ก็เรียกไว้ว่าอย่าเปิด ให้มองตรงช่องประตูด้านล่างสิ ไม่เห็นจะมีเท้าใคร น้าเราก็เริ่มกลัวๆแล้ว เลยกลับไปนอนต่อค่ะ

คืนแรกผ่านไปค่ะ

เช้าวันนี้เป็นวันอาทิตย์ค่ะ ก็คือโรงงานก็ปิด คนงานบางคนก็กลับบ้าน แต่ส่วนใหญ่ก็ช่วยงานศพป้าทิพย์กัน ลุงแดงแกก็ไม่มีญาติที่ไหนค่ะ คนร่วมงานส่วนใหญ่ก็เป็นคนงานด้วยกันเป็นส่วนใหญ่

พอน้าเราไปถึงงาน ซึ่งบ้านพักน้าเราอยู่ท้ายๆซอย บ้านพักของลุงแดงอยู่เกือบจะต้นๆซอยเลยค่ะ น้าเราก็เดินไปกับรุ่นพี่ที่พักอยู่ด้วยกัน ซึ่งรุ่นพี่คนนี้มีเซนต์ เซนต์แรงด้วย พอไปถึงงานกัน คนงานกลุ่มหนึ่งก็วิ่งกรูกันเข้ามา เราขอเรียกน้าเราว่า "น้าตั้ม" รุ่นพี่ของน้าเราชื่อว่า "พี่พล" (ขอเรียกตามน้านะคะ5555)

คนงานกลุ่มนั้นวิ่งมาถามน้าเราว่า ตั้มๆ เมื่อคืนมีคนเคาะประตูบ้านมึงมั้ย

มีอยู่พี่ พี่ก็โดนหรอ เออดิ กูโดนเรียกชื่อด้วย หลอน...

พี่พลแกเลยพูดขึ้นมาว่า พูดอะไรเกรงใจป้าทิพย์แกด้วย
น้าตั้ม: ทำไมวะพี่ พี่เห็นอะไร
พี่พล: เออๆ กลับบ้านไว้ค่อยคุยกัน

แล้วน้าเราก็อยู่ช่วยงาน ช่วยรับแขกที่เป็นเพื่อนของลุงแดง และเพื่อนของป้าทิพย์ที่รู้ข่าว แล้วเดินทางมาร่วมงาน จากต่างจังหวัดบ้าง จากต่างหมู่บ้านบ้าง จนค่ำมืดค่ะ คืนนี้น้าตั้มกับพี่พล ว่าจะอยู่เฝ้าศพตอนกลางคืน (เล่นไพ่นั่นแหล่ะค่ะ5555)

คนที่เฝ้าศพก็จะต้องอยู่ทั้งคืนอยู่แล้ว เพื่อคอยดูว่าธูป หรือเทียนดับหรือเปล่า ต้องคอยจุดตลอดคืนค่ะ
ทางฝั่งลุงแดงแกก็ขอไปนอนพักค่ะ เพราะยังไม่ได้นอนหลับแบบเต็มอิ่มเลย

น้าตั้มกับพี่พล เพื่อนๆคนงานอีก 3-4 คนค่ะ ตั้งวงกัน เล่นไปซักพัก ดูนาฬิกาก็ตีสอง น้าตั้มด้วยความที่สมัยนั้นแกก็ยังอายุน้อย อดนอนก็ไม่เคย เล่นไปดึกขนาดนั้น หันมองไปทางธูปก็ใกล้จะหมด แกเลยพูดขึ้นมาว่า ผมจะของีบซักหน่อยนะพี่ พวกพี่เล่นกันไปเลย ธูปหมดให้ปลุกผมด้วย ผมจะมาจุดให้

น้าตั้มเลยเดินไปนอนพิงข้างๆประตู เพราะมันอยู่ใกล้ๆกับกระถางธูป ซึ่งก็อยู่ห่างจากพวกที่นั่งตั้งวงเล่นไพ่อยู่พอสมควร กะจะตื่นมาแล้วจุดเลย น้าตั้มหลับไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ค่ะ มารู้สึกตัวตอนมีคน สะกิดขา แล้วก็เป็นเสียงแผ่วๆว่า ธูปใกล้ดับแล้ว ตื่นๆ ตั้มตื่น ประเด็นคือ เป็นเสียงผู้หญิงค่ะ น้าตั้มแกตกใจตื่นขึ้นมา มองไปทางธูปก็ใกล้จะหมดแล้ว แกเลยเดินไปจุดค่ะ

แกก็งงๆค่ะว่าเสียงใคร เพราะที่นั่งอยู่ตรงนั้น เป็นชายชาตรีหมดทุกคน555555
แกก็คิดในใจ โดนละไงไอ่ตั้มมมมม

เช้าวันต่อมาค่ะ น้าตั้มก็ได้เล่าเหตุการณ์ให้พี่พลฟัง พี่พลแกก็เลยบอกว่า เรากลับบ้านไปอาบน้ำกันก่อนละกัน เดี๋ยวกูจะเล่าอะไรให้ฟัง น้าตั้มก็เลยตอบตกลงค่ะ แกก็มีอาการ งงๆหลายๆเรื่อง ทั้งเรื่องมีผู้หญิงมาปลุกให้จุดธูป ไหนจะเรื่องที่พี่พลจะเล่าให้ฟังอีก เรื่องคนมาเคาะประตูคืนก่อนอีก

พอทั้งสองคนอาบน้ำเสร็จค่ะ

น้าตั้ม: พี่มีอะไรจะเล่าหรอครับ
พี่พล: กูเล่าไปแล้ว เมิงห้ามกลัวนะ
น้าตั้ม: ครับพี่ (แกบอกว่าตอนนั้นกลัวมาก กลัวเป็นแบบที่คิดไว้)
พี่พล: วันก่อนที่ป้าทิพย์แกจะเสียน่ะ กูเห็นมีผู้ชายตามป้าทิพย์ แต่กูช่วยอะไรไม่ได้ มันเป็นเวรกรรมของแก
น้าตั้ม: พี่พูดจริงหรอ
พี่พล: เออดิ กูจะโกหกทำไม พอมารู้ข่าวว่าแกเสีย กูก็ตกใจ เพราะตอนที่คนออกไปดูศพแก กูยังเห็นแกนั่งอยู่หน้าบ้านอยู่เลย
น้าตั้ม: แล้ววันที่มีคนมาเคาะประตูบ้านเราล่ะพี่
พี่พล: เออดิ แกแค่อยากมาลา แกสื่อสารกับกูได้คนเดียว เมื่อคืนหลับเพลิน พวกกูก็เล่นไพ่กัน กำลังได้เลย ธูปก็จะหมด แกเลยมาเรียก
น้าตั้ม: (หน้าซีดแรงมากกก) ผมว่าแล้วพี่
พี่พล: ไม่ต้องกลัวแกหรอก แกตายแบบมีห่วง ยังไงแกก็ไม่ไปง่ายๆหรอก คอยดูละกัน

แล้วทั้งสองคนก็ไปทำงานค่ะ ทำงานจนเสร็จตอนเย็น ไปลงเวลาแล้วก็กลับมาบ้านค่ะ แล้วก็รีบไปอาบน้ำ

ผ่านคืนนี้ก็ไม่มีอะไรค่ะ งานผ่านไปปกติ มีแต่ตอนที่พี่พลกับน้าตั้มเดินกลับบ้าน แต่ได้ยินฝีเท้าคนเดินตาม

พี่พล: ถ้าไม่อยากกลัว อย่าหันกลับไปนะ
น้าตั้ม: (แกบอกว่าตอนนั้นฉี่จะแตกอ่ะ)
พี่พล: ผมรู้ว่าป้ามาส่ง แต่ว่าพวกผมกลับได้ครับ ไม่รบกวนหรอก ป้ากลับไปเถอะ
น้าตั้ม: (จะพูดทำไมวะพี่พล แค่นี้ตรูก็กลัวจะแย่)

พอกลับถึงบ้าน น้าตั้มกลัวแรงมากกก ตาถ่างทั้งคืนเลยค่ะ 555555

พอตื่นเช้าวันต่อมา วันนี้ไม่มีคนงานคนไหนไปทำงานเลยค่ะ เพราะวันนี้เป็นวันเผาค่ะ สมัยก่อนการเผาศพก็ยังไม่ทันสมัยแบบช่วงสมัยนี้ ยังเป็นแบบการเผาบนกองฟืนในป่าช้าค่ะ แต่บ้านงานกับวัดก็ไม่ได้ใกล้กันเลยค่ะ ประมาน5กิโลได้ ต้องเอารถกระบะมาขน

ตอนเอารถมาก็แวะเติมน้ำมันแล้วเรียบร้อย พอขนเอาศพป้าทิพย์ขึ้นหลังรถ ปรากฏว่าสตาร์ทไม่ติด เข็มน้ำมันตกลงไปเลยค่ะ แล้วก็ลดวูบเป็นน้ำมันหมดค่ะ ต้องนั้นทุกคนก็ฮือฮากันมากค่ะ เลยให้เด็กขับรถมอไซไปซื้อน้ำมันมาเติม

พอเติมแล้วก็สตาร์ทได้ เลยขับไปได้ประมานกิโลกว่าๆ ปรากฎว่ายางรถแบนทั้ง 4 ล้อเลยค่ะ พี่พลแกเลยบอกให้เด็กวิ่งไปเอาสูบมาช่วยกันสูบยางรถ ใช้เวลานานมากเลยค่ะกว่าจะเสร็จ จากนั้นก็ขับออกไปไม่ห่างจากที่เดิมมาก รถก็กระตุกแล้วก็ดับไป

จากนั้นหลวงพ่อที่นั่งมาข้างคนขับ ท่านก็ลงมาเอาสายสิญจน์ผูกๆตรงรถแล้วก็สวดอะไรซักอย่างค่ะ จากนั้นรถก็ติดขึ้นมาเฉยๆเลย แล้วหลวงพ่อก็หันไปทางลุงแดงค่ะ แล้วท่านก็บอกว่า เมียโยมนี่ดื้อจริงๆเลยนะ ลุงแดงแกก็ยิ้มๆค่ะ น้ำตาแกก็คลอ

แล้วจากนั้นก็ขับรถนำศพป้าไปถึงวัดค่ะ  ขอข้ามตอนทำพิธีนะคะ เพราะมันไม่มีอะไร

พอจัดที่จัดทางเสร็จ กำลังจะทำการเผาป้าทิพย์ คือราดน้ำมันเสร็จแล้วค่ะ ฝนมาจากไหนก็ไม่รู้ หลวงพ่อท่านเลยบอกว่า โยมทิพย์เอ้ย พอได้แล้ว โยมจะรั้งทุกอย่างไว้ทำไม ในเมื่อโยมก็ต้องไปอยู่ดี หมดห่วงเถอะนะ โยมแดงเค้าอยู่ได้ โยมไม่ต้องห่วงเขาหรอก ถ้าวันนี้ไม่เผา พรุ่งนี้เป็นวันอังคาร ยังไงก็เผาไม่ได้ ยังไงก็ต้องเผาวันนี้ ฝนจากที่ตกแรงๆก็ค่อยๆเบาลง เบาลงจนหยุดไปค่ะ ต้องนั้นน้าตั้มช็อคกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากๆ

แล้วหลวงพ่อก็ทำการราดน้ำมันใหม่ค่ะ แล้วก็สวดใหม่ แต่บทสวดนี้ไม่ใช่บทสวดเดิม น้าตั้มก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นบทอะไร พอตอนจุดไฟ ปรากฏว่าไฟลุกเหมือนฟืนไม่ได้เปียกอยู่เลยค่ะ เพราะฝนตกแรงขนาดนั้นยังไงฟืนก็ต้องเปียกต้องมีความชื้นอยู่บ้าง แต่นี่ไฟลุกปกติเลยค่ะ

เรื่องวันงานก็มีเท่านี้ค่ะ

เวลาผ่านไปได้ไม่นาน ที่โรงงานก็ได้รับพนักงานเข้ามาทำงานใหม่ค่ะ พนักงานใหม่ไม่ได้มีใครรู้จักกับป้าทิพย์เลย แต่ว่าวันนั้นเป็นวันที่ทุกคนมาสังสรรค์กันเพราะเป็นวันคล้ายวันเกิดของพี่ผา (แกเป็นคนงานรุ่นพี่ค่ะ) ทุกคนก็มาสังสรรค์กันที่ลานบ้านพักคนงาน ซึ่งบริเวณนั้นมันอยู่ตรงข้ามกับบ้านของลุงแดง เพราะฉะนั้นเวลาใช้ห้องน้ำ ห้องครัว ก็จะใช้ที่บ้านของลุงแดงค่ะ

แล้วทีนี้พี่คนงานใหม่ที่เข้ามาชื่อ พี่เสม กับ พี่เพชร แกเข้าไปช่วยทำกับแกล้มกันในครัว แล้วเค้าทำลาบก้อยกินกัน ทีนี้ผักหมด ลุงแดงแกเลยบอกว่า อยู่หลังบ้านลุงน่ะ ปลูกเอาไว้ ไอ่เสม เอ็งเดินไปเด็ดมาละกัน ระวังงูหน่อยละกัน ลุงปลูกไว้ทั้งรกทั้งมืด

พี่เสมแกเลยเดินไปเด็ดผัก ที่ต้องใช้ในการปรุงลาบ ซักพักแกก็เดินกลับมา

พี่เสม: ลุงแดงจะปลูกผักอะไรไว้รกขนาดนั้นตัดบ้างสิลุง นี่ถ้าเมียลุงไม่มาชี้บอกผมว่าต้นมะกรูดอยู่ตรงนั้นผมคงหาไม่เจอ
ลุงแดง: (หัวเราะ) เอ้าหรอ โทษทีๆ พรุ่งนี้ก็มาช่วยลุงตัดหน่อยละกัน

คนงานคนอื่นๆ ก็ยิ้มๆกัน

พอกินกันจนเริ่มเมา คราวนี้พี่เพชรแกปวดฉี่ค่ะ แกเลยจะเดินไปเข้าห้องน้ำ พอแกเดินเข้าไป แกบอกว่าเห็นเมียลุงแดงนั่งดูทีวีอยู่ แต่มองเท่าไหร่ๆทำไมที่ ดวงตาแกไม่มีแววตาเลย เป็นตาด้านๆ ไม่เงา เวลากระทบแสงก็ดำมิดเลย แกเลยได้แต่เก็บไว้เป็นความสงสัย

พี่เพชร: ห้องน้ำอยู่ทางไหนครับ
ป้าทิพย์: เข้าไปด้านในเลยจ่ะ

พอแกเดินเลยเข้าไป เจอรูปที่ตั้งอยู่บนหลังตู้ เป็นรูปป้าทิพย์ มีธูปจุดไว้ด้านหน้าด้วย อื้อหื้ออออ แกตัดสินใจรีบเข้าห้องน้ำ แล้วก็รีบวิ่งมาเล่าให้ทุกคนฟัง

ลุงแดงแกก็หัวเราะค่ะ แกเลยพูดออกมาว่า ยายทิพย์เอ้ยย อย่ามากวนคนอื่นเลยเถอะ แกไปสบายได้แล้ว ไปอยู่ที่แกควรจะไปเน้อ ฉันอยู่ได้ แกไม่ต้องห่วง

เรื่องราวก็มีเพียงเท่านี้ค้าาาา ขอบคุณที่ติดตามรับชมน้าค้าา

เครดิตเรื่องเล่าจากกระทู้ แค่อยากมาลาเป็นครั้งสุดท้าย ของคุณ สมาชิกหมายเลข 3759476
แค่อยากมาลาเป็นครั้งสุดท้าย แค่อยากมาลาเป็นครั้งสุดท้าย Reviewed by Nobibi on กรกฎาคม 20, 2561 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.