ชายคนนั้นในฝันของฉัน

เรื่องผี
เรื่องเล่า ชายคนนั้นในฝันของฉัน

เรื่องนี้มันอาจจะเป็นเพราะเรากินมากนอนมาก แล้วก็เก็บมาคิดมากไปเองก็ได้  โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ ไม่ชอบก็ปิดไปก็ได้แต่อย่าด่าหรืออะไรแรงมาก
เรื่องที่จะเล่าไปมันเป็นช่วงกึ่งหลับกึ่งตื่น หรือความฝัน อันนี้ที่ที่ เราเองก็ยังหาคำมาอธิบายไม่ได้เลย

เรื่องนี้เกิดขึ้นราวๆเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน (2515)
คืนหนึ่งในขณะที่เรากำลังนอน มันเป็นอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น เรารู้สึกว่าตัวเรากำลังไหวโยกอย่างรุนแรง ด้วยความสะลึมสะลือเราเลยลืมตาขึ้นมองแบบปรือๆ เพราะมันแสบตาแล้วเราก็เป็นคนกลัวความมืดเลยชอบเปิดไฟนอน ทำให้พอลืมตามาแล้วจะเจอแสงไฟ




ผู้สนับสนุน

และบนตัวเราๆเห็นว่าเป็นร่างๆหนึ่งกำลังร่วมรักกับเรา (ยังไม่รู้สึกอะไร) มันโปร่งใส เราสามารถมองทะลุตัวเขาไปได้เลยจนเห็นนาฬิกา (ดิจิตอลอันใหญ่) มันบอกเวลาประมาณตีสามกว่าๆ และเราก็กลับมาสนใจอะไรบางอย่างบนตัวเรา เขากำลังขยับเอวเข้าออกอย่างรุนแรง และในตอนนั้นเราก็รู้สึกเสียวแปลบขึ้นมา (แต่ไม่เท่ากับตอนที่มีเพศสัมพันธ์จริง) แต่อยู่ๆเราก็ง่วงจนฝืนเปิดเปลือกตาไม่ไหวแล้วเราก็หลับไป

ตอนเช้าเราก็มานั่งคิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริงหรือว่าเราละเมอกันแน่ แต่ก็เหมารวมว่าคงจะฝันไปมากกว่า พยายามคิดว่าตัวเองไปเปิดเจอหนังโป๊ที่ไหนแล้วจำติดตามา

จนผ่านมาคืนที่สอง เราก็รู้สึกแบบเดิม และยังคงเป็นแบบนี้ติดต่อกันนาน 2อาทิตย์ เราจะตื่นมาตอนที่ตัวเองกำลังโดนอะไรบางอย่างขยับช่วงล่างอย่างรุนแรง ในช่วงเวลาเดิมคือตีสามกว่าๆ พอลืมตาก็จะเห็นเป็นสิ่งเดิม แล้วก็จะหลับไปเหมือนในคืนแรก

ในช่วงเวลาสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่แน่ใจว่าเราคิดไปเองหรือว่ามโนหรือยังไง แต่เรารู้สึกได้ว่าเขาเป็นคนที่หน้าตาดีและรูปร่างสมส่วนคนหนึ่ง มันมีความรู้สึกที่ว่าเราอบอุ่นที่กำลังโดนเขากอด พอรู้สึกแบบนั้นเราก็เลยไม่หาเหตุผลให้กับสิ่งที่เราเจอ แต่กลายเป็นชอบเอ่ยปากว่าคืนนี้จะฝันอีกรึเปล่านะแทน..
หลังจากสองอาทิตย์ทุกอย่างก็หายไป เราไม่ตื่นขึ้นมาเจอเขาอีกแล้ว แต่เราจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาเฉยๆ จนวันหนึ่งเราน่าจะพูดลอยๆประมาณว่า

"เฮ้อ ฝันมาตลอดพอไม่ฝันแล้วก็เหงาแปลกๆนะ"

แล้วคืนนั้นก็ได้เรื่องเลย

คืนนั้นเราหลับไปแล้ว แล้วเราก็ไปฝันว่าอยู่ในสถานที่ๆหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือชั้นสองของบ้านเราเอง!!
ลักษณะชั้นสองของบ้านจะเหมือนพวกหอพักทั่วไป มันจะเป็นทางเดินยาวๆ มีประตูห้องทางด้านซ้าย-ขวามือ ขวามือทางส่วนกลางจะเป็นบันไดให้ขึ้นไปข้างบนและลงไปชั้นล่าง

ห้องเราอยู่ชั้นหนึ่ง เราเลยคิดจะลงไปข้างล่าง แต่พอเราขยับ เงาที่อยู่สุดทางของอีกด้านก็ขยับตาม (ลืมบอกว่าเรามายืนอยู่ตรงระเบียงด้านหน้าของชั้นสองของบ้าน เงานั่นอยู่ตรงระเบียงด้านหลัง)
เราเลยเพ่งมองว่าเงานั่นมันคืออะไร แล้วด้วยความที่มันมืดก็เลยมองไม่เห็น แต่ก็รู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่อะไรๆ ตอนนั้นถึงจะฝัน แต่มันก็เหมือนจริงมากจนเรากลัว แล้วเราก็รู้สึกด้วยว่าตัวเองกำลังฝันแต่มันตื่นไม่ได้

จนกระทั่งเงานั้นเลื่อนใกล้เข้ามามากขึ้น เราจึงเห็นว่าเขาใส่ชุดนางรำ ที่มีใบหน้าสีเขียว เรามีความคิดที่ว่าผีทุกอย่างบนโลกใบนี้ไม่น่ากลัวเท่าผีนางรำ แต่เรากลับฝันเห็นผีนางรำทั้งที่ไม่ได้ดูหนังพวกนี้เลย เขาค่อยๆใกล้เข้ามา ขาเราแข็งจนไม่สามารถวิ่งหนีหรืออะไรได้

จนเราเห็นใบหน้าเขาชัดเจนมันน่ากลัวมากๆ สีเขียวเหมือนกับตะไคร่น้ำ เขาจ้องมองราวกับโกรธอะไรเราซักอย่าง แต่เราไม่รู้ว่าเราไปทำอะไรผิด แล้วเขาก็ยืนรำต่อหน้าเรา เราจำได้แค่ว่าเรากลัวจนสลบไป
จนเราสะดุ้งตื่นอีกครั้ง ตอนนั้นเราได้ยินเสียงนกร้อง เสียงคนคุยกันเบาๆ ทำให้เรารู้ว่ามันเช้าแล้ว เราก็ดีใจที่ตัวเองตื่นแล้วเพราะฝันมันน่ากลัวจริงๆ แต่พอเราลืมตามา กลับพบว่าตัวเองนอนอยู่ที่ชั้นสองของบ้าน ตรงที่เราฝันถึงเมื่อคืนนี้

กลายเป็นว่าหลังจากนั้นเราจะฝันเห็นนางรำทุกคืน  แล้วจะสะดุ้งตื่นบนเตียงนอนตัวเองช่วงเวลาตีสามกว่าๆ เวลาใกล้เคียงกับตอนที่ฝันเห็นผู้ชายคนนั้น ติดๆกัน รูปแบบความน่ากลัวก็มีเพิ่มขึ้น

เช่น... เขาจะเดินรำมาจากระเบียงชั้นสองทางด้านหลัง แต่เดินห้อยหัวลงมาจากเพดาน จนบางทีก็ไม่นอนเลยเพราะเรากลัวมาก

จนลุงมาถามว่าช่วงนี้หน้าดูคล้ำๆ ไม่มีชีวิตชีวาเลยเป็นอะไรรึเปล่า

เราก็เลยเล่าให้ลุงฟัง ลุงเลยบอกให้เราไปทำบุญทำทานซะบ้าง เราก็เลยไปตามที่ลุงบอก ทุกๆอย่างก็เริ่มดีขึ้น

เราฝันถึงผีนางรำติดกันสองอาทิตย์เหมือนกัน แล้วเขาก็หายไป จนเราเบาใจลงก็เลยห่างหายจากการทำบุญ


หลังจากนั้น 3-4 วัน เราฝันอีก มันเป็นความรู้สึกว่าตัวเองฝัน แต่ร่างกายกับในใจกลับรู้สึกอบอุ่นแปลก มันทั้งกลัวแต่ก็ดีใจอธิบายไม่ถูก แต่เรารู้สึกว่าผู้ชายคนนั้นกลับมา เขานอนกอดเราจากทางด้านหลัง
ซึ่งที่ผ่านมาเราแค่รู้สึกว่าเขาหน้าตาดี แต่เราไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อนเลย ครั้งนี้ก็เหมือนกัน เราไม่ได้เห็นหน้าเขาเลย

ทุกๆคืนเราจะสะดุ้งตื่นเพราะความรู้สึกว่ามีคนกอดจากทางด้านหลัง และเราจะมองนาฬิกาทุกครั้ง ไม่ใช่เพราะบังเอิญมอง แต่คราวนี้เป็นการจงใจเพื่อจับผิดช่วงเวลา และมันก็จะบอกว่าเป็นช่วงตีสามกว่าทุกครั้ง

ทุกคนอาจจะไม่เชื่อ เพราะเราก็ไม่เชื่อตัวเอง แต่เราไม่รู้สึกกลัวเขามากมายเลย มันมีบ้างแต่ก็ไม่อยากให้เขาปล่อย มันอบอุ่นจนเราอยากให้เขากอดอยู่แบบนั้น เราไม่กล้าหันกลับไปมอง เพราะกลัวเขาหายไป แต่ก็แอบกลัวว่าถ้าหันไปแล้วจะเจอแจ็คพ็อตเหมือนกัน

และอาจจะเพราะเราโหยหาอ้อมกอดนั้นมมากเกินไป ทำให้เราเสพติดการนอน บางวันก็ไม่ออกจากห้องเลย เอาแต่นอนขลุกบนที่นอนทั้งวัน (ตอนนั้นเป็นมนุษย์ว่างงาน) นอนติดกันหลายๆวัน ออกมาแค่ตอนกินข้าวแล้วนอนต่อจนร่างกายเราโทรม ลุงก็ถามอีกครั้งว่าเราเป็นอะไรแต่เราก็ไม่ได้บอกลุงไป (กลัวโดนด่า)

มันคงจะแปลกถ้าเราหลงรักคนในความฝันตัวเอง ครั้งนี้เราฝันถึงเขาติดๆกันเกือบ 20 วัน แล้วเขาก็หายไป

ช่วงแรก เราก็คิดถึงนึกถึง แต่พอนานเข้าเขาหายไปนานจนเราลืมเขาไป ประจวบกับหลังจากตอนนั้นที่บ้านเราจะมี กฐินสร้างพระที่บนดอยในเชียงใหม่ (ช่วงเวลาเดียวกันกับตอนนี้) ทำให้เราทำบุญเข้าวัดบ่อยครั้ง เราลืมเรื่องผู้ชายในฝันคนนั้นไปเสียสนิท

หลังจากจบงานบุญกฐิน เราก็มีแฟน เรากับแฟนอยู่ห่างกันเลยต้องโทรคุยกันตอนกลางคืน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุผลนี้รึเปล่า ทำให้เราไม่ได้ฝันถึงใครอีก เพราะกลายเป็นคน นอนกลางวันตื่นกลางคืน


เรากับแฟนจะคุยกันจนเกือบเช้าทุกวัน แต่ก็มีคืนหนึ่งที่เราเผลอหลับไป เราก็ฝันเห็นว่าเขามาร่วมรักกับเราอีก แต่คราวนี้เรากลับมีความรู้สึกวาบหวิว (ความรู้สึกปกติในการมีเพศสัมพันธ์) เราจะขยับตัวแต่ก็ขยับไม่ได้ ร้องไม่ออกด้วยมันไม่มีเสียงออกจากปาก ได้แต่หายใจหอบ

เนื้อตัวเราสั่นสะเทือนตามแรงกระแทกแต่ขยับเองไม่ได้เลย ลักษณะท่าทางคือเขาโน้มตัวลงมา จนเราเห็นแต่แผงอกของเขาที่เลื่อนขึ้นลง ข้อมือเราโดนจับขึงไว้บนเหนือหัว (ความรู้สึกเหมือนโดนข่มขืน) จนกระทั่งเขาเสร็จเราถึงเผลอหลับไป แต่ครั้งนี้เราลืมมองเวลา เพราะเรากำลัง งงๆด้วย

แปลกที่ครั้งนี้ที่ฝัน มันไม่มีความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอย่างเคย แต่มันดันเกิดความกลัวและกังวลใจ เพราะเขาไม่เคยทำให้เรารู้สึกไม่ดีแบบนี้มาก่อน และตรงข้อมือก็มีรอยนิ้วช้ำจนม่วง

เราเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาแฟน เขาตอบเรากลับมาว่าเราหมกมุ่น ลามกจกเปรต แล้วก็บ่นไปเรื่อยเปื่อย เราก็เลยพาเปลี่ยนเรื่องเพราะ ขี้เกียจเถียงกัน

และหลังจากวันนั้นก็เข้าสู่ช่วงเทศกาลยาวๆไป เรากลายเป็นคนหลับกลางวันจนเคยชิน จนผ่านพ้นวันลอยกระทง คริสต์มาส ปีใหม่ เราก็ไม่ได้ฝันหรือรู้สึกถึงเขาอีก และเราก็ลืมทุกอย่างอีกครั้ง
หลังจากวันปีใหม่ไม่กี่วัน เราก็เลิกกับแฟน เข้าสู่สถานะคนอกหัก ในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ มันช้ำใจจริงๆนะเออ

เราลืมบอกว่าเราเป็นคนที่ไม่มีเซ้นอะไร รู้สึกว่าตัวเองไม่มีนะ เพราะเกิดวันอังคารดวงจะแข็ง แต่เราจะชอบได้ยินเสียง หรือเห็นเป็นเงาๆ และมักจะเห็นในความฝันบ่อยๆ

มีใครรู้จักอาการเดจาวูไหม มันจะมีหลายประเภท ของเราจะเป็นประเภท 'ฝันเห็นอนาคต' แต่เราไม่รู้ว่าฝันนั้นจะเกิดขึ้นจริงไหม จะรู้อีกทีก็ตอนที่มันเกิดขึ้นแล้ว แล้วเราก็มานึกได้ว่าเราเคยฝันแบบนี้มาก่อนนะ
ฝันส่วนมากจะมีแต่เรื่องไร้สาระทั้งนั้น ถ้าฝันเห็นหวยจะดีมากแต่ก็ไม่เคย ถึงเคยก็ไม่ซื้อเพราะนึกว่าแค่ฝันเรื่อยเปื่อย พอตอนหวยออกนี่แทบจะกรีดร้องลั่นบ้าน

เราชอบฝันเห็นผีแบบกึ่งหลับกึ่งตื่น แต่มันน่ากลัวตรงที่ตอนตื่นมาเหตุการณ์ทั้งหมดมันดันเป็นความจริง เรื่องคล้ายๆที่เรามาตื่นตรงชั้นสองนั่นแหละ เอาไว้วันหลังเราจะมาเล่าอีกทีนะคะ

เข้าเรื่องกันค่ะ

หลังจากเดือนกุมภาเราก็ไม่ได้เข้าวัดอีกเลย บวกกับอาการที่เจ็บป่วยออดๆแอดๆของเราจนต้องเข้า  รพ. ทำให้เราต้องกลับมาเป็นคนรักสุขภาพอีกครั้ง

ปรับเปลี่ยนการสอน พักผ่อน การกิน การออกกำลังกาย กลางวันเราจะทำงานจนไม่ได้นอนทำให้เรามานอนเอาตอนกลางคืน และนั่นทำให้เราได้พบกับชายคนนั้นในความฝันอีกครั้ง..

ในความฝันครั้งนี้เขาไม่น่ากลัวเหมือนครั้งล่าสุดที่เคยฝัน ยิ้มแย้ม เขาอบอุ่นและดูแลเรา เราว่าเรามองหน้าเขาหลายครั้งนะ เคยแม้กระทั่งฝันว่าพาเขามาหาครอบครัวที่บ้าน แล้วเราสองคนก็จูบกัน แต่เรากลับจำหน้าเขาไม่ได้เลย แต่สัมผัสที่ริมฝีปากกลับอบอุ่น

ในใจมันบอกว่าเรารักเขามากแค่ไหน มันเหมือนว่าเรารู้จักเขามานานมาก ทั้งที่เราก็ไม่รู้จัก แม้แต่ครอบครัวในความฝันของเรา เรารู้แต่ว่าเขาคือแม่เรา เขาคือพี่เรา แต่เอาจริงๆเราไม่รู้จักพวกเขาเลย แต่ในฝันเรารักพวกเขามากๆ ชายคนนั้นก็เช่นกัน

เราฝันถึงเขาทุกคืนแต่เหตุการณ์จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะเขาจะพาเราไปเที่ยวในที่ต่างๆ เรามีความสุขมาก และเราก็จะตื่นในตอนรุ่งเช้าเสมอ กลายเป็นคนกินอิ่มนอนหลับ

แต่ชีวิตคนเรามันเป็นไปไม่ได้ที่จะแฮปปี้เสมอไป เรามีความสุขในฝัน แต่ในกลางวันเรากลายเป็นคนขี้ผวา ช่วงนั้นมันเหมือนช่วงดวงตกของเรา ร่างกายอ่อนแอแต่ไม่มากนัก แต่เรากลับสัมผัสกับสิ่งที่ไม่ใช่คนได้มากขึ้น เงาที่วูบไหลผ่านทางด้านหลัง ช่องว่างเล็กๆระหว่างประตูตู้เย็น

ในวันหนึ่งที่ไม่มีใครอยู่บ้าน เราหิวจนต้องลุกมาทำกับข้าว ประตูตู้เย็นที่บ้านจะมีสองบาน ของช่องแช่แข็งกับข้างล่างแยกกัน ทำให้มีช่องว่างเล็กๆของกระตู เราเปิดทั้งสองบานอ้าไว้แล้วกำลังจะนั่งลง แต่หางตากลับเห็นว่ามีคนยืนอยู่หลังประตู ทั้งที่มันไม่มีใคร เท้าปริศนาที่ยืนอยู่ข้างหลังแต่เราไม่กล้าพิสูจน์
ทุกอย่างมันเริ่มหนักขึ้นทุกวัน..น่ากลัว

เราเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาลุง ลุงจึงเอาวันเดือนปีเกิดไปให้พระอาจารย์ที่ครอบครัวเราเป็นลูกศิษย์ติดตามอยู่ ท่านบอกว่าเรา `ดวงตก` ให้ไหว้ราหู เราตั้งใจว่าจะซื้อของดำมาถวาย แต่ก็ไม่ทัน เราตกบันไดขาพลิกเสียก่อน สุดท้ายก็ไม่ได้ไหว้ และอาการป่วยของเราก็ทรุดลง

คืนนั้นเองที่เราฝันถึงผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง และเขาบอกกับเราเพียงสั้นๆว่า `ขอโทษ` ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเขาขอโทษเราทำไม.. ชายในฝันหายไปอีกแล้ว.. เขาหายไปแต่คราวนี้เรากลับไม่ลืม เพราะก่อนหน้านี้ในฝันมันมีความสุขจนเราลืมไม่ลง หลังจากที่ไม่ได้ฝันถึง ชีวิตเราก็ดีขึ้นเรื่อยๆอีกครั้ง งานเข้ามาเยอะจนทำแทบไม่ไหว ชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้า เรื่องผีหรือวิญญาณเราก็ยังรับรู้ได้อยู่ในตอนตื่นแต่ไม่มากเท่าก่อนหน้านี้

พระอาจารย์ที่ดูดวงให้เรา ท่านแนะนำให้เราทำบุญทุกวันพระ พวกเขาจะได้ไม่มากวน นั่นอาจจะเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เขาหายไป เพราะเราอยู่ใกล้ทางธรรมมากขึ้น กลายเป็นว่าหลังจากวันนั้น ถ้าเราลืมทำบุญในช่วงวันพระ เราจะฝันถึงเขา หรือไม่ก็จะฝันร้ายถึงพวกวิญญาณสัมภเวสี หนักสุดคือโดนผีอำ ถ้าแค่ขยับไม่ได้เราก็จะคิดว่าตัวเองอาจจะเข้าสู่ก้าวแรกของคนเป็นอัมพาตไปแล้ว แต่นี่มันมาทั้งเสียง กลิ่น การสัมผัส ทำเอาเรานอนไม่หลับไม่สบายไปทั้งคืน


เราเลยต้องหมั่นไปวัดทุกวันพระ แต่ละวัน เสาร์-อาทิตย์ แต่คนทำงานจะว่างตลอดคงไม่ใช่.. บางทีวันพระก็เป็นวันทำงานที่ไปทำบุญไม่ทัน หรือคืนวันโกนนั้นเราอาจจะติดธุระจนเช้าวันต่อมาเราไปทำบุญไม่ไหว

ครั้งแรกหลังจากนั้นของวันพระที่เราไม่ได้ไปทำบุญ เราฝันถึงเขาอีกครั้ง.. แรกๆมันสับสนจนเราจำแทบไม่ได้ แต่เราจะเล่าช่วงสำคัญๆให้อ่านนะคะ

เราฝันว่าเรากับเขาหนีอะไรบางอย่างเข้าป่า แล้วไปเจอกับพระธุดงห้ารูป เราเลยอาศัยเดินทางไปกับพระ ซึ่งตลอดเวลาที่เดินทางเขาไม่ปล่อยมือเราเลยซักครั้ง จนมืดพวกเราก็เดินทางไปเจอกระท่อม ชายคนนั้นอาสาจุดไฟและถวายน้ำปานะให้พระ เรากับชายคนนั้นก็นอนกันตรงนอกระเบียง ด้วยความเหนื่อยล้าทำให้เรากับเขาหลับไป แล้วก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงโวยวาย

ในฝันมีผู้หญิงคนหนึ่งถือปืน (เราไม่รู้ว่าปืนอะไรรู้แต่มันยิงรัวๆได้) เข้ามา ผู้ชายพาเราวิ่งเข้าไปในกระท่อมเพื่อหลบ พระสงฆ์ที่อยู่กับเราก็ช่วยพูดห้ามผู้หญิงคนนั้น แต่เธอไม่ฟัง กลับใช้ปืนยิงพระจนตายหมดทุกองค์ แล้วเธอก็จ่อปืนมาทางเรา (ตอนนั้นหลังจนมุมผนังกระท่อมเลยอยู่ในท่านั่งพับเพียบเอาด้านข้างชิดกำแพง)

เราจำไม่ได้ เรียกว่าไม่รู้เลยดีกว่าว่าเธอเป็นใคร หรือแม้กระทั่งเธอโกรธแค้นอะไร ถึงอยากจะฆ่าพวกเรา ในตอนที่เธอจะยิง ผู้ชายคนนั้นก็เอาตัวมาบังเราไว้ในท่านั่ง เขากอดเราเอาไว้จนมิดทั้งตัว แม้กระทั่งขา เขาบอกกับผู้หญิงคนนั้นว่า



ผู้สนับสนุน

"ถ้าโกรธแค้นอะไรให้มาลงที่เรา ... ไม่เกี่ยว (เรียกชื่อน่าจะเราแต่ไม่ใช่ชื่อเรา) ให้มันจบกันที่เราสองคนเถอะ ปล่อย (ชื่อเรา) ไป"

แล้วผู้หญิงคนนั้นก็โกรธมาก หันปืนมาแล้วยิงแบบรัวๆ มันเป็นเสียงปืนในหนังสงครามที่ยิงรัวมากๆ เราไม่กล้าลืมตามอง ตอนนั้นคิดแค่ว่าเราต้องตายแน่ๆ แต่มันกลับไม่เจ็บเลย

เราได้ยินคำบอกรักแผ่วๆ มันไม่ได้มาจากคนที่กอดเราอยู่ แต่ว่ามันเป็นคำพูดที่มาจากคนที่กอดเราเนี่ยแหละ (งงไหม) คือเขาบอกเรา..แต่เราแค่รู้สึกว่าเสียงมันมาจากที่อื่นมากกว่า ทั้งที่มันคือเสียงเขา และหลังจากนั้นเราก็รับรู้ได้แต่แรงกอดแน่นๆจนแทบหายใจไม่ออกของเขา กับร่างที่กระตุกอย่างต่อเนื่อง เพราะแรงกระสุนที่สาดใส่เขา เรารู้สึกว่ากระสุนมันไม่มาโดนเราเลยซักนิด

เรารู้จากในความรู้สึกว่าเขาโดนกระสุนสาดใส่จนร่างเละไปหมด ในตอนนั้นที่น้ำตาเราไหลออกมา มันเหมือนจะขาดใจตายตาม ว่าเขารักเรามากแค่ไหนถึงได้ยอมตายแทนเรา มันเหมือนเราสูญเสียคนที่รักมากๆไป มันเหมือนใจจะขาดจริงๆ แล้วเราก็รู้สึกวูบไปในอ้อมแขนของร่างไร้วิญญาณของเขา ทั้งที่หูยังคงได้ยินเสียงปืนดังก้อง แรงกระตุกของร่างกายเขาก็ยังอยู่

จนเราลืมตาขึ้นมา..มันเป็นเวลารุ่งเช้าเหมือนทุกๆครั้ง แก้มและตาของเราชุ่มไปด้วยน้ำตา หมอนเปียกเหมือนร้องไห้มานานแล้ว ทุกอย่างกลับสู่ปัจจุบัน หรือโลกความเป็นจริง แต่คำกระซิบบอกรักมันยังดังอยู่ในหูเรา จนเราต้องร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

มันเป็นความเศร้าเสียใจที่เราไม่เข้าใจ..

น้ำตามากมายไหลออกมาให้คนที่เราก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เราจะร้องไห้ทำไมทั้งที่เรายังไม่เคยเจอกันจริงๆ เขาก็แค่คนในความฝัน แต่ในอกมันรู้สึกสูญเสียอย่างท่วมท้น จนเราไม่สามารถอธิบายได้

แต่หลังจากวันนั้นเราภาวนาว่าอย่าให้เราฝันถึงเขาอีกเลย เพราะเราทุกข์ทรมานใจและสงสารเขามากๆ เราหมั่นทำบุญให้เขาถึงแม้ว่าเราจะไม่รู้ว่าเขามีตัวตนหรือไม่ เขาอาจจะเป็นแค่คนในจินตนาการของเรา
แต่ทุกสัมผัสของเขามันอบอุ่นในใจจริงๆ..

หลังจากคืนนั้นก็ผ่านไปได้ซักพัก อยู่ๆร่างกายเราก็ทรุดลงอีกแล้ว เราไม่สบายบ่อยๆ เป็นไข้และตัวมักจะร้อนแค่ในเวลากลางคืน  เราก็ค่อยๆรักษาตัว จนวันเวลาผ่านไป จนวันพระอีกครั้งหนึ่งและหลังจากนี้คือครั้งสุดท้ายที่เราฝันเห็นเขา เพราะเราไปทำบุญแต่ลืมกรวดน้ำ และเราก็ฝันในคืนวันนั้นเอง

บนเส้นทางสีสลัว มันเป็นภาพถนนเส้นหนึ่งที่เราไม่รู้จัก มันมีทางโค้งทางขึ้นเขา มันไร้ผู้คนและเงียบจนไม่ได้ยินกระทั่งเสียงนกหรือแมลงส่งเสียงร้อง มองไปก็เห็นแต่หมอกจางๆ แต่เรากลับเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ใส่ชุดสีขาวทั้งตัว แค่ในระยะไกลๆแต่เราก็รู้ว่าคนๆนั้นคือผู้ชายที่เราชอบฝันถึง

เราเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปหาเขา น้ำตามาจากไหนไม่รู้อีกแล้ว มันเป็นความรู้สึกสงสาร คิดถึง โหยหา อยากกอด อยากขอโทษ มันประเดประดังเข้ามาไม่หยุด

จนเราไปยืนอยู่ตรงหน้าของเขา ร้องไห้สะอึกสะอื้น พูดขอโทษเขาไปหลายครั้งแบบคนฟูมฟาย แต่เขากลับลูบผมเราเบาๆ แล้วบอกเรา "ไม่ร้องนะ" พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นเหมือนเคย

ทั้งที่เรายืนมองหน้าเขาแท้ๆ แต่เราก็รู้สึกว่าเราไม่เห็นหน้าเขาอยู่ดี เราจำหน้าเขาไม่ได้เลย

เขาบอกเราว่า เขาเหนื่อย เขาหนาว เราสองคนไม่ได้เจอกันเลย เขาเหงา ด้วยความที่เราสงสารเขาอยู่แล้ว เราเลยพลั้งปากไปว่า

"เหงาใช่ไหม ให้เราไปอยู่ด้วยสิ เราจะตามไปนะ"

แล้วเหมือนอีกใจหนึ่งของเรามันค้านว่าเราจะตายนะ ถ้าเขาจะพาเราไป เราก็เลยเกิดความกลัว (ไม่ได้กลัวเขานะ กลัวตาย) แต่เขาก็ยิ้มอบอุ่นให้อีกแล้วบอกว่า

"ไม่เป็นไร ไม่ต้องรีบหรอก เขารอได้ รอมามากขนาดนี้ยังรอได้ รออีกหน่อยจะเป็นไร พี่รักเรานะ รักมากจริงๆ"


แล้วเราก็ตื่นมาพร้อมน้ำตาอีกครั้งในตอนเช้าอีกแล้ว

และหลังจากนั้นเราก็ไปทำบุญให้เขาบ่อยๆ มีบางทีที่เราอยากติดต่อเขา หรืออยากฝันถึงเขาอีก ก็ทดลองไม่ไปทำบุญวันพระค่ะ เท่านั้นแหละมาเลย ไม่ใช่ชายคนนั้นนะ แต่เป็นคนอื่นค่ะ ทำเอาเราไม่กล้าหันหลังออกนอกเตียงเวลาหลับเลย ต้องหันหลังชนกำแพงตลอด

เรื่องนี้ก็มีเท่านี้แหละค่ะ เราเล่าไม่เก่งอ่ะ ขอโทษจริงๆนะ อาจจะวกไปวนมาหรือใช้ภาษาซ้ำจนอ่านแล้วสะดุดหรือไม่เข้าใจ ถ้าคราวหลังเอาไว้ว่างๆ จะมาเล่าประสบการณ์ช่วงสัมผัสกลางวัน ให้อ่านนะคะ มีครั้งหนึ่งก็เจอกันทั้งบ้านเลย
ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ ~

เครดิตเรื่องเล่าจากกระทู้ ชายคนนั้นในฝันของฉัน ของคุณ สมาชิกหมายเลข 3478553  

ชายคนนั้นในฝันของฉัน ชายคนนั้นในฝันของฉัน Reviewed by Nobibi on กรกฎาคม 07, 2561 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.