เล่าประสบการณ์ดวงตกช่วงเบญจเพส เจ้ากรรมนายเวรแทบจะรุมทึ้ง

เล่าประสบการณ์ดวงตกช่วงเบญจเพส เจ้ากรรมนายเวรแทบจะรุมทึ้ง

ดวงตกช่วงเบญจเพส
เล่าประสบการณ์ดวงตกช่วงเบญจเพส

   ห่างจากเหตุการณ์ครั้งที่แล้วประมาณ 1 ปี เราเข้าสู่ช่วงเบญจเพสค่ะ อายุ 25 ปีเต็ม ก่อนหน้านั้นแม่เราก็มีการเอาดวงเราไปดูกับหมอดูบ้าง พระที่นับถือบ้าง ท่านก็แนะนำว่าให้เราทำบุญมากๆ เพราะช่วงนี้กราฟชีวิตตกเลขไม่ดี แล้วยิ่งเบญจเพศแล้วโบราณว่าไว้ว่าจะมีเหตุ ถ้าดีก็ดีไปเลย ถ้าร้ายก็จะมีเคราะห์กรรมอันนี้หมอดูบอกไว้นะคะ แล้วให้เรามารับขันธ์เพราะเทพประจำตัวเราใหญ่มาก ท่านจะได้ปกป้องคุ้มครองและสื่อสารกับเราได้ อะไรประมาณนี้ ซึ่งเราเองก็ไม่แน่ใจ และไม่เข้าใจ เลยไม่ได้สนใจไปดำเนินการอะไร เราก็เที่ยวเล่น ทำงาน สนุกสนานตามปกติค่ะ  ต้องบอกก่อนว่าเราไม่ใช่คนที่ทำบุญเข้าวัดบ่อยๆ และไม่ได้เชื่อเรื่องแนวๆนี้มากนัก เราไม่ได้ทำอะไรค่ะ ไม่ได้ทำบุญอะไรเลย เราแค่เชื่อว่าตัวเองเป็นคนที่เก่ง และโชคดีมากตลอด คงไม่มีเรื่องอะไรร้ายๆเกิดขึ้นกับเราง่ายๆ ฮ่าๆ

และแล้ว... เราก็เจออุบัติเหตุหนักในช่วงเบญจเพสนี่เองค่ะ 

   เราทำงานเสร็จเลิกงานเราไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อนซึ่งกลับที่พักไม่ดึกนักเพราะเช้าอีกวันจะต้องขับกลับบ้านต่างจังหวัด
เราออกจากกรุงเทพช่วงประมาณตีสี่ค่ะ ปกติแล้วเราชอบขับรถทางไกลช่วงกลางคืนอยู่แล้วเลยไม่ได้กังวลอะไร แต่ด้วยความพักผ่อนน้อยทำให้เราหลับในไปชนต้นไม้ข้างทางก่อนเข้าตัวเมืองแค่ 10 กิโลเองค่ะ ซึ่งจุดนั้นเป็นคอสะพานที่ช่วงน้ำท่วมกัดเซาะทำให้ถนนตรงนั้นไม่เรียบ ทราบทีหลังว่าเกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิตมาหลายรายแล้ว


ผู้สนับสนุน

ช่วงที่รักษาตัวที่ รพ. นี่เองเป็นช่วงที่หลอนจับใจเลยค่ะ เคยได้ยินใช่มั๊ยคะที่ว่าเจ้ากรรมนายเวรจะมาเวลาที่เราดวงตก ช่วงอาการโคม่าเรารู้ตัวนะคะ รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและตัวเองอยู่ที่ไหน พอฟื้นจากผ่าตัด เราพักอยู่ห้องพิเศษค่ะ เราตื่นเห็นเงาคนสูงใหญ่มายืนล้อมเตียงเราแต่ละคนพยายามดึงแขนดึงขาเรา เหมือนพยายามรุมทึ้งเราค่ะ น่ากลัวมาก เราร้องไห้ พยายามถีบหนี ร้องว่าเจ็บๆ จนคนที่เฝ้าเราตกใจเรียกพยาบาลมาดู แล้วเราก็โดนยาแล้วนอนหลับไปจ้า อันนี้คืนแรกนะ...

   ห้องพิเศษที่เราอยู่ฝั่งด้านหลังจะติดภูเขาค่ะ และระเบียงห้องเราเป็นฝั่งตีนเขาพอดี ดูเหมือนบรรยากาศดีมีต้นไม้แต่ไม่เลยค่ะ คืนที่สองคนที่เราจ้างมาเฝ้ามาช้า พยาบาลที่เข้าเวรมาบอกเราว่าถ้าต้องการความช่วยเหลือพิเศษอะไร อย่างเช่น ต้องการห้องน้ำให้กดเรียก เราก็ดูหนังไปเรื่อยๆค่ะ พอเริ่มง่วง เราได้ยินเสียงเคาะกระจกเบาๆจากระเบียงก็ไม่ได้สนใจคิดว่าเสียงลมพัดแล้วกระจกมันสะเทือน พอเริ่มรู้สึกง่วงใกล้จะหลับเสียงเคาะยังอยู่นะคะ แต่เริ่มดังขึ้นค่ะ เป็นเสียงเคาะเหมือนคนเคาะประตูน่ะค่ะ "ก๊อก ก๊อก ก๊อก" ซ้ำเป็นจังหวะแบบนี้เลยนะคะ เราเริ่มตกใจล่ะเพราะเสียงลมมันไม่ใช่แบบนี้แน่ๆ และห้องเราอยู่ชั้นหกไม่ไม่น่าจะมีคนเล่นอะไรพิเรน ตอนนั้นกลัวมากๆ แต่ก็ยังไม่ค่อยเชื่อค่ะ ข่มตาพยายามนอนหลับ แต่ก็ไม่ปิดโทรทัศน์นะคะ เพราะมันเป็นแสงอย่างเดียวในห้อง สวิทช์ไฟอยู่ไกลค่ะ ตอนนั้นเราขาหักสองข้างต้องผ่าตัดและเข้าเผือกอ่อนอยู่ทำให้เดินไม่ได้ แขนก็ซ้ายหัก เลือดคั่งในช่องท้องต้องต่อสายยางดูดเลือดออก คือได้แต่นอนเป็นผักอยู่บนเตียง เสียงเคาะยังดังอยู่แล้วมันก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เหมือนคนทุบกระจก เราเริ่มกลัวจึงกดเรียกพยาบาลเวร บอกว่ามีคนมาทุบห้อง พอพยาบาลเข้ามาเท่านั้นเสียงทุบกลายเป็นเสียงกึกๆๆ เหมือนลมพัดเฉยเลย พยาบาลก็ไปดูตรงระเบียงเปิดไฟเปิดม่าน แต่ก็ไม่มีอะไรตรงระเบียง แล้วเสียงที่เราได้ยินมันคืออะไร ?

พยาบาลให้ยาคลายเคลียดค่ะเราเม็ดนึงค่ะแล้วบอกว่าไม่มีอะไรคงเป็นเสียงลมพัดกระทบประตูมั้งที่ทำเราตกใจ คนเฝ้าเราก็ยังไม่มาค่ะ ตอนนั้นประมาณ 3 ทุ่ม เรากินยาเผลอหลับไปตอนไหนไม่แน่ใจ ตื่นมาเพราะรู้สึกปวดตุ๊บๆ ที่ข้อเท้า และหิวน้ำมาก มองไปเห็นพี่คนเฝ้าที่จ้างมา นอนอยู่ตรงโซฟาเลยร้องเรียกเค้า แต่เค้าไม่ได้ยินค่ะ พอเรามองไปตรงขาข้างที่เข้าเฝือกข้อเท้าแทบช็อก เรามองเห็นหน้าผู้หญิงแก่นั่งยิ้มอยู่ตรงปลายเท้าค่ะ แล้วเค้ากำลังเอามือทุบเผือกเราอยู่ค่ะ นึกภาพตามนะผู้หญิงดูแก่มากๆ หลังค่อมๆ นั่งทับขาเราข้างนึง มองหน้าเราแล้วแสยะยิ้ม ส่วนมือก็กำลังทุบๆเผือกเราคะ ตอนนั้นนึกว่าจะหัวใจวายตายซะแล้ว หลอนแค่ไหนถามใจดู

   แล้วก็เหมือนสติหลุดเราก็กรี๊ดขึ้นมาเลยค่ะ หลับหูหลับตาพยายามสะบัดขาเอายายออกไป แต่ทำไม่ได้ขาไม่มีแรงค่ะ ดื้นๆ จนตัวตกมาจากเตียงผู้ป่วย รู้ตัวอีกทีคือพยาบาลกับพี่ที่เฝ้าไข้มารุมเขย่าเรียกเราค่ะ สภาพนั้นคือเรานอนอยู่บนฟื้นจริงๆ สายน้ำเกลือหลุด ร้องไห้ น้ำตาไหลพราก พี่ที่จ้างมาเฝ้าไข้เล่าว่าเราเหมือนฝันร้าย แล้วอยู่ดีๆ ก็ดิ้นตกจากเตียงเรียกไม่รู้เรื่อง เลยกดเรียกพยาบาลมา สักพักเราก็ตื่นมาอย่างที่เล่าไปค่ะทุกคนถามว่าเราฝันอะไร ตอนนั้นเล่าไม่ไหว เลยได้แค่บอกว่าฝันร้ายและปวดขามาก พยาบาลเลยให้มอร์ฟีน 1 เข็ม เราก็หลับไปค่ะ

หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน พอตื่นตอนเช้าเราได้ยินเสียงพระสวดเลยค่ะ แอบกลัวแต่คิดว่าไม่น่าจะใช้ผีเลยเรียกให้พี่คนเฝ้าไข้ไปดู ได้ความว่าห้องข้างๆ นิมนต์พระมาบิณฑบาตค่ะ เราเลยนิมนต์ท่านมาที่ห้องเราด้วย ช่วงกรวดน้ำเราก็นึกถึงยายคนเมื่อคืนค่ะ ขออย่าให้มามีเวรกรรมร่วมกันเลย ทางใครทางมันนะ ถ้าออกจาก รพ. จะไปทำสังฆทานให้ อะไรแบบนั้น

พอได้ทำบุญพระให้พรเราก็สบายใจล่ะ และอาจจะเป็นเพราะเวลากลางวันด้วยเราไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เราก็อ่านหนังสือ ดูทีวี นอนกลางวันช่วงบ่ายๆ เรานอนไปซักพักก็เริ่มมาล่ะค่ะ เป็นอาการเกร็งขยับตัวไม่ได้พูดไม่ได้ ได้แต่ลืมตามองไปรอบๆห้อง พี่ที่เราจ้างมาเฝ้าไข้ก็ไม่อยู่ (เราขออนุญาตเรียกเค้าว่า พี่เดือนนะคะ) ปกติเราจะจ้างพี่เดือนเฝ้าเฉพาะช่วงกลางคืนค่ะ ตอนเช้าช่วงสายๆพี่เค้าก็กลับไปทำงานของเค้า เราจำได้แม่นเลยค่ะ ไม่ใช่ฝันแน่ๆ ทีวีที่เปิดทิ้งไว้ยังเป็นรายการชุมทางเสียงทองอยู่เลย ตอนนั้นอึกอัดมากค่ะ เหมือนมีอะไรมากทับหน้าอกเราไว้ หายใจไม่ออกใจก็คิดแต่ว่า "อย่าทำกันเลย มาบอกกันดีๆ เราจะทำบุญให้นะ" เท่านั้นค่ะ ความอึดอัดทั้งหมดหายไปไม่มีเหลือค่ะ เลิกนอนเลยเปลี่ยนมาอ่านการ์ตูนแทน ครอบครัวเรามาเยี่ยมนะคะแต่ไม่ได้เฝ้าเพราะที่บ้านมีกิจการต้องช่วยกันดูเลยจ้างพี่เดือนมาเฝ้าแต่ก็เฉพาะกลางคืน (ที่ รพ. มีกฏคือ ถ้าไม่มีญาติเฝ้ากลางคืน ผู้ป่วยต้องนอนตึกผู้ป่วยรวมค่ะ) 

ช่วงเย็นพ่อก็มาเยี่ยมค่ะ อยู่ดีๆพ่อก็ยื่นหลวงปู่ทวดมาให้ค่ะ เค้าบอกว่าเจ้าหน้าที่มูลนิธิเก็บไว้ให้ตอนที่เค้ากำลังเอาตัวเราออกมาจากรถค่ะ  พระองค์นี่เราห้องท่านไว้กับรถประจำ แต่ก็นะเราไม่ได้คิดอะไร แค่นึกว่ามีพระไว้อุ่นใจดี พอมาหาข้อมูลทีหลังพบว่า "รถที่ประสบอุบัติเหตุแล้วคนขับหรือคนโดยสารไม่ตายส่วนมากจะมีหลวงปู่ทวดติดตัวไว้" จากมูลนิธิร่วมกตัญญูน่ะค่ะ จริงหรือไม่แล้วแต่จะพิจารณานะคะ

เหตุกการณ์ที่เราเจอ เราไม่ได้เล่าให้ใครฟังนะคะ เพราะพ่อเราไม่เชื่อเรื่องแบบนี้เราไม่อยากโดนว่าค่ะ

คืนนนั้นเรานอนไม่หลับค่ะเลยขอยาจากพยาบาลอย่างเคย แล้วหลับฝันไปว่า เรานอนหลับอยู่ห้องผู้ป่วยนี่แหละค่ะแล้วก็มีใครไม่รู้ว่าเขย่าตัวให้ตื่น แล้วพบกับเงาคนมารุมล้อมเตียงอย่างวันแรกเลยค่ะ คนพวกนั้นด่าเรา จะเอาชีวิตเราค่ะ ในฝันเรากลัวมากร้องไห้ว่าหนูขอโทษๆ ซ้ำๆไปมาอย่างนี้ แล้วสะดุ้งตื่นมามีน้ำตาร้องไห้จริงๆด้วย เริ่มไปเองว่าคงไม่ใช่สัมภเวสีขอส่วนบุญอะไรประมาณนั้นแล้วล่ะ เค้าเกลียดเราจะเอาเราให้ตาย เราต้องไปทำร้ายเค้าแน่ๆ เลยพูดไปเลยค่ะ  "ถ้าเป็นเจ้ากรรมนายเวรจะมาทำร้ายเรา ขอให้เราหายดีนะ เราจะทำบุญให้ อย่ามาเอาชีวิตเราเลยพวกแกจะบาปเพิ่มไปอีก รอรับบุญที่เราให้ไปเถอะ เข้าใจนะ" พี่เดือนที่เฝ้าไข้เราตื่นมาตกใจกลัวว่าเราเป็นอะไร เราก็บอกว่าเรานอนไม่สบายเหมือนมีอะไรกวนใจ ไม่ต้องกลัวนะ ฮ่าๆ ใจจริงๆกลัวจะตายแต่ฝืนไว้ค่ะ คืนนั้นฝืนอยู่จนเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้เลย

แล้วเช้าวันนั้นพี่เดือนกลับบ้านไป เราก็นอนเรื่อยเปื่อยหมอเข้ามาเยี่ยมตามเวลา ช่วงบ่ายพี่เดือนก็มาหาค่ะ มาพร้อมกับร่างทรงผู้ชายคนนึงลักษณะยังหนุ่มแต่งตัวสะอาดเรียบร้อย เค้าบอกว่าเป็นร่างทรงพ่อแก่จากตำหนักอะไรซักอย่างเค้าจะมาช่วยเรา (พี่เดือนเนี่ย เค้ารู้ว่าเราเบญจเพสแล้วมีอุบัติเหตค่ะ และเหตุการณ์ที่เค้าเห็น เค้าเลยไปเล่าให้ร่างทรงฟัง เค้าเลยอยากมาคุยกับเราพี่เดือนก็พามา)

จริงไม่ควรนะคะ ที่จะให้ใครไม่รู้จักมาแบบนี้ เพราะตัวเองก็เดินไม่ได้ อันตรายๆ

ร่างทรงก็ถามวันเดือนปีเกิดเราค่ะแล้วก็เหมือนนั่งนึกอะไรซักอย่าง สักพักก็บอกเราว่า ก่อนมาเกิดชาตินี้เราทำกรรมไว้เยอะ เป็นคนโหดร้ายทำร้ายผู้อื่นมาเยอะเลยทำให้มีเจ้ากรรมนายเวรมาเอาคืน แต่ดวงแข็งบรรพบุรุษดูแลมาดีไม่อย่างนั้นเค้าเอาไปได้ตั้งแต่เด็กแล้ว

เราก็อึ้งค่ะ กลัวเหมือนกันแต่แอบไม่เชื่อ เค้าบอกว่าพรุ่งนี้จะทำน้ำมนต์มาให้แต่คืนนี้ต้องเข้มแข็งหน่อยนะวันนี้วันโกน พรุ่งนี้ก็วันพระแล้วเล่าประสบการณ์ดวงตกช่วงเบญจเพส pheex3.com

ร่างทรงท่านให้ผ้ายันต์เราบอกว่ายันต์นี้จะช่วยกันสิ่งไม่ดีที่จะมารบกวนเราได้ และหลังจากที่ร่างทรงกลับไปแล้วเราก็พักผ่อนปกติค่ะ คืนนี้เพื่อนมานอนเฝ้าเพราะพี่เดือนลาหนึ่งวันค่ะ (สงสัยจะกลัว ฮ่าๆ) ขอแทนชื่อเพื่อนว่า "หนึ่ง" นะคะ ด้วยความกลัวว่าเพื่อนจะไม่อยู่เป็นเพื่อนเราเลยไม่ได้เล่าเหตุการณ์ที่เจอให้หนึ่งฟังค่ะ เราสองคนดูหนังเล่นโทรศัพท์เรื่อยเปื่อยค่ะ ช่วงหัวค่ำ

เราก็สวดมนต์ไหว้พระเตรียมตัวนอน หนึ่งยังแซวว่าเดี๋ยวนี้ธรรมะธรรมโมนะมีการสวดมนต์นอน... ก็ไม่ได้อะไรค่ะ สักพักก็หลับไปจำไม่ได้ว่านานแค่ไหนแต่ตื่นมาเพราะได้ยินเสียงจากประตูกระจกตรงระเบียง (จากที่บอกไปตอนแรกระเบียงห้องพักผู้ป่วยฝั่งเรามองออกไปจะติดกับตีนเขา) มันมีเสียงเหมือนมีอะไรมากชนแรงมากๆ แล้วคือแบบชนรัวๆอ่ะค่ะ ตึงๆๆ  ยอมรับว่าใจกลัวว่าจะมีเหตุการณ์แปลกๆอีกเลยปลุกหนึ่งให้ตื่นมาเป็นเพื่อน เราสองคนรู้สึกกลัวแต่ก็อยากรู้ว่าเสียง

อะไรเราเลยใช้ไม่ค้ำยันแหวกม่านดูปรากฏว่าเป็นค้างคาวค่ะ ไม่รู้ว่าหลงทิศหรือว่าอะไรมันบินชนกระจกห้องเรา เอาไม้เคาะไล่ก็ไม่ยอมไป หนึ่งเลยจะเปิดประตูไปไล่ค่ะแต่เรากลัว พวกเราเลยปล่อยมันไว้แบบนั้น จนเพื่อนเราทนไม่ไหวเพราะไอ่ค้างคาวนี่ไม่มีท่าทีจะไปเลยค่ะ "ชนอยู่แบบนี้ เดี๋ยวก็ตายพอดี" นางบ่นๆ แล้วก็เลื่อนประตูออกไปที่ระเบียงไปไล่ค้างคาวค่ะ สักพักแล้วหนึ่งยังไม่เข้ามาเสียงชนกระจกก็หายไปแล้ว เราเรียกหนึ่งแต่นางก็เงียบไม่ตอบ คือกระจกกั้นระยะแค่นี้ไม่มีทางไม่ได้ยินค่ะ เราเอาไม้ค้ำยันแหวกม่านดูอีกที หนึ่งนอนอยู่ตรงระเบียงเรียกก็ไม่รู้สึกตัว เรากดเรียกพยาบาลให้เข้ามาช่วย พี่พยาบาลสองคนก็เข้ามาช่วยกันเอาหนึ่งเข้ามาในห้องค่ะ พยายามเรียกกันอยู่นานกว่าหนึ่งจะตื่น หนึ่งมีอาการตกใจมากพอถามนางก็ตอบไม่ได้ ไม่รู้ว่าตัวเองไปนอนอยู่ตรงนั้นได้ไง พี่พยาบาลบอกว่าสงสัยจะละเมอ... ก่อนออกไปก็เตือนให้พวกเราล๊อคประตูกระจกดีๆ กันเดินละเมอตกลงไปจากตึกค่ะ (เราอยู่ชั้น 4) 

ผู้สนับสนุน
ขออธิบายนิดนึงนะคะ ตึกที่เราอยู่เนี่ย ด้านหลังจะมีพื้นที่จอดรถนิดหน่อย แล้วมีเป็นกำแพงกั้น ระหว่าง รพ. กับ ภูเขาไม่ห่างกันนัก หนึ่งเล่าให้เราฟังว่าพอไล่ค้างคาวไปแล้วหนึ่งมองไปทางป่านอกกำแพง เห็นเงาลางๆ อยู่บนกิ่งไม้ลักษณะเหมือนลิง แต่ใหญ่กว่ามากเกือบๆเท่าคนเลย แต่กิ่งไม้เล็กมากถ้าเป็นสัตว์หรือคนไม่น่าจะรับน้ำหนักไหว นางเลยพยายามเพ่งมองเห็นเงานั้นค่อยๆไต่ลงมาจากต้นไม้ หนึ่งมองตามเงาไล่ลงมาเรื่อยๆ ลักษณะเหมือนคนเดินลงมาจากทางลาดของภูเขา นางเล่าว่าพอมองเงานั้นลงมาเรื่อยจนถึงกำแพง รพ. แทบช็อคเพราะที่นางเห็นคือ คนกลุ่มหนึ่งยืนมองขึ้นมาสบตาตรงจุดนี้เพื่อนเราเห็นค่อนข้างชัดเพราะกำแพงบางจุดมีไฟส่องทาง นางพยายามเพ่งมองลงไปแต่ก็เห็นไม่ชัด หนึ่งบอกว่าเห็นบางใบหน้าที่แสงไฟส่องไปแสยะยิ้มให้ หลังจากนั้นนางก็ไม่รู้ว่าตัวเองหมดสติไปตอนไหนจนเรากับพยาบาลเรียก

ตอนนั้นเวลาประมาน ตี 3 เราสองคนดูทีวีไป คุยกันไปแก้ง่วงค่ะ อยู่ดีๆ หนึ่งก็พูดขึ้นว่า

"ตอนนอนแกฝันอะไรแปลกๆ มั๊ย?”
"ไม่อ่ะ มีไรหรอ"
"..."
"ตอนแกนอนอ่ะนะ.........."

ก่อนที่จะมีค้างคาวชนกระจก หนึ่งตื่นมาจะเข้าห้องน้ำแล้วมองมาทางเตียงเรา เห็นเงาคนนั่งอยู่ที่ปลายเตียงมองมาทางเราแว๊บนึงเงานั้นก็หายไป ตอนแรกคิดว่าตัวเองตาฝาดเลยเฉยๆ ก็พอมาเจออีกรอบนี่แล้วอดคิดไม่ได้ว่าเกี่ยวกันมั้ย เราฟังนี่ขนลุกเลยค่ะ นึกถึงคำพูดของร่างทรงซึ่งตอนแรกก็ไม่คิดมากกลับกลายเป็นว่าสิ่งที่เพื่อนเราเจอทำเอาเราหลอนไปเลย เราเล่าเรื่องที่เราเจอมาให้เพื่อนฟัง (เพื่อแบ่งปันความหลอน) ต่างคนต่างกลัวเราสองคนสรุปกันว่าจะไม่นอนแล้ว แต่ไม่นานเราก็เผลอหลับไป ฝันอีกแล้ว... ฝันว่านอนอยู่ในห้องผู้ป่วยนี่แหละค่ะ แล้วมีคนแก่คล้ายๆ กับที่เห็นคืนก่อนเดินวนไปวนมองที่ระเบียง หน้าเค้าหันมามองแต่เราแล้วแสยะยิ้มเย็นยะเยือกเหมือนเดิม เป็นฝันที่รู้สึกตัวอ่ะค่ะ เรารู้สึกอัดอึดมากหายใจไม่ออกพยายามร้องเรียกเพื่อน แล้วก็สะดุ้งตื่นมาช่วงเช้ามืด เห็นหนึ่งกับพี่เดือนกำลังจัดของจะไปตักบาตรที่หน้า รพ. กัน เราอยากไปด้วยแต่ติดที่ตรงเดือนไม่ได้ เลยฝากเงินไปทำบุญแทน

ช่วงสายๆ ร่างทรงก็มาค่ะ คำแรกท่านทักเพื่อนเราเลนค่ะ "เมื่อคืนโดนเล่นหนักเลยสิ่ ไม่ไหว้พระสวดมนต์ใช่มั๊ย" เพื่อนเราก็อึ้งเลยค่ะ แล้วก็เล่าให้ทุกคนฟังกับสิ่งที่เห็นเมื่อคืน ร่างทรงท่านว่านั่นแหละ เค้ามารอเรา เพราะเราดวงตกมากทำให้เค้าสามารถทำร้ายเราได้ง่าย ท่านจะทำพิธีให้ ท่านเตรียมพวกกระทงใบตองใส่อาหารกับขนม และสวดคาถาอะไรสักอย่างให้เราพนมมือคล้องสายสิญจน์ไว้ ช่วงที่ร่างทรงสวดท่านบอกให้เราตั้งจิตแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร เสร็จแล้วร่างทรงก็พรมน้ำมนต์ให้เรากับเพื่อนและพี่เดือน แล้วให้น้ำมนต์ไว้สำหรับผสมน้ำให้ใช่ล้างหน้าอาบน้ำจนกว่าจะหมด ซึ่งเราก็โอเคทำตามค่ะ  หลายๆคนคงแปลกใจว่าทำไมเรายอมทำทั้งๆที่ตอนแรกแทบไม่เชื่ออะไรแบบนี้เลย อยากจะบอกว่าถ้ามาเป็นเราที่เจออะไรแบบนี้มาสองสามคืนติดๆกัน คงต้องหาที่พึงอะไรซักอย่างแล้ว ในเมื่อวิทยาศาสตร์ช่วยไม่ได้ก็คงต้องมาสายนี้แหละ

ตอนเย็นๆ แม่เรามาเยี่ยมเราเลยเล่าเรื่องที่เราเจอทั้งหมดให้แม่ฟัง แม่เราก็จะเอาดวงไปให้ซินแสที่นับถือดูว่าจะทำอะไรได้บ้าง แม่เราค่อนข้างเชื่อเรื่องพวกนี้ค่ะ แต่พ่อนี่ไม่เชื่อเลย คืนนั้นเรานอนหลับไปโดยที่มีแม่กับพี่เดือนนอนเฝ้า คืนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นค่ะ ตอนสายแม่เรานิมนต์หลวงพ่อที่ครอบครัวเรานับถือเลื่อมใสมาฉันเพลค่ะ หลวงพ่อก็เทศน์เรื่องเวรกรรมอะไรประมาณนั้น แล้วท่านก็สั่งแม่เราว่า ถ้าเราหายดีออกจาก รพ. แล้วให้ไปหาที่วัดท่านจะสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาให้อะไรร้ายๆมันจะได้ทุเลา

เหตุการณ์เริ่มดีขึ้น เราอยู่ รพ. ประมาณ 1 เดือนแล้วไปพักรักษาต่อที่บ้าน เรายังฝันเห็นหญิงแก่คนนั้นบ้างซึ่งนางยังมาแบบคงน่ากลัวพร้อมรอยยิ้มเย็นยะเยือกเช่นทุกครั้ง ส่วนมากที่ฝันจะเป็นวันก่อนวันพระ บางครั้งก็ฝันเห็นหญิงสาวที่เราเชื่อว่าเป็นบรรพบุรุษคอยดูแลเรา ตื่นขึ้นมาเราจะแผ่เมตตาและกรวดน้ำทันทีค่ะ จนทุกวันนี้เหตุการณ์ผ่านมา 4 ปีเต็มเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เรายังคงเชื่อเรื่องเจ้ากรรมนายเวรนะคะ แต่ก็เบาบางลงบ้างคงเป็นเพราะไม่เจอเหตุการณ์หนักๆ เช่นครั้งนั้น

ทั้งหมดที่แชร์ให้ทุกคนได้อ่านกันเป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะคะ อยากให้ทุกคนมีสติในการใช้ชีวิตและพยายามทำบุญทำทานไม่ก่อกรรมแก่ใครหรือสิ่งใดๆ ชีวิตจะได้มีความสุข ความเจริญและปลอดภัยค่ะ


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ


อ่านลืมกดไลค์เพจ >> https://www.facebook.com/pantipghosts/ นะ จะได้ไม่พลาดเรื่องหลอนใหม่ๆ กัน


เล่าประสบการณ์ดวงตกช่วงเบญจเพส เจ้ากรรมนายเวรแทบจะรุมทึ้ง เล่าประสบการณ์ดวงตกช่วงเบญจเพส เจ้ากรรมนายเวรแทบจะรุมทึ้ง Reviewed by Nobibi on สิงหาคม 25, 2561 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.