เล่นผิดที่ผิดทาง พาไปสู้เรื่องเลวร้าย

เรื่องเล่า ประสบการณ์ เล่นผิดที่ผิดทาง พาไปสู้เรื่องเลวร้าย

อ่านเรื่องผี
เรื่องหลอน ประสบการณ์ เล่นผิดที่ผิดทาง พาไปสู้เรื่องเลวร้าย


สวัสดีค่ะทุกๆคน เราขอมาเล่าประสบการณ์ น้องชายเราให้ฟังค่ะ หลังจากได้เรื่องผีของหลายๆ คนเลยอยากจะแชร์ประสบการณ์บ้างอะ เพื่อเตือนสติเด็กวัยรุ่นกำลังซ่าค่ะ


เข้าเรื่องเลยนะค่ะ เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้วครอบครัวของเราและครอบครัวของน้อง (สมมุติ ชื่อ บอย) เราได้ย้ายเข้ามาอยู่ บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งบรรยากาศรอบๆ บ้านมีแต่บ่อกุ้งล้อมรอบค่ะ ด้านหลังบ้านจะเป็นป่าขนาดใหญ่ อีกฝั่งหนึ่งของป่าจะเป็นบ้านคนที่ติดกับถนนใหญ่ หลังจากที่เรามาเห็นบ้านหลังนี้เราก็ตัดสินใจเช่าอยู่ค่ะ เพราะเราไปหาที่อื่นแล้วไม่มีที่ไหนว่างเลย เราตกลงเช่ากัน

ลักษณะบ้านเป็นบ้านหลังยาวๆ คล้ายๆ เล้าไก่อะค่ะ (ถึงภาพตามด้วยนะค่ะ) แต่ผิดตรงที่บ้านนี้จะก่อปูนข้างๆ บ้าน ปิดมิดชิด แล้วบ้าน 1 หลังแบ่งออกเป็น 2 ห้องใหญ่ ตามความยาวบ้านค่ะ ซีกซ้ายเรากับครอบครัวเราอาศัยอยู่ค่ะ จะมีห้องน้ำในตัว ส่วนกลางบ้านจะเป็นห้องโล่งๆ เราต้องหาอะไรมากันห้องเอาเองค่ะ ส่วนครอบครัวของบอยจะอยู่ซีกทางขวามือค่ะ ซึ่งห้องของบอยด้านหน้าเข้าปลูกห้องเล็กๆ ไว้หนึ่งห้องขนาดเท่ากับห้องน้ำเราค่ะแต่จะอยู่ด้านหน้า

ตอนแรกเราก็นึกว่าห้องน้ำเราเลยเดินเข้าไปดูค่ะ ปรากฏว่าเป็นห้องของจอมปลวกขนาดใหญ่สูงเท่าตัวคน สูงประมาณ 200 ซม ได้เลยค่ะ พอเราเห็นแบบนั้นพวกเราก็เลยเอาธูปเอาเทียนมากราบไว้เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีค่ะ ส่วนห้องน้ำของบอย จะอยู่ด้านนอกตัวบ้านออกไปทางด้านหลังค่ะ


ผู้สนับสนุน


หลังจากที่พวกเราสำรวจบ้านกันเรียบร้อย เราก็จัดแจงเครื่องใช้ต่างๆ ให้วางตามตำแหน่งที่สวยงาม กว่าเราจะจัดเสร็จก็ปาเข้าไป 6 โมงเย็นแล้วค่ะ แม่เรากับน้าเรา (แม่ของบอย) ก็อาสาไปซื้อกับข้าวมาทำอาหารมื้อค่ำกินกันค่ะ แม่กับน้าก็ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไประหว่างทางจะมีแต่บ่อกุ้งกับนาข้าวค่ะ

พอขับมาถึงปากซอยบ้านระยะทาง 2 กิโลเมตรได้ค่ะ ปากซอยบ้านของเราจะมีศาลไม้เล็กๆ อยู่ 2 ศาลค่ะ ตอนนั้นเรายังไม่แน่ใจว่าใช้ศาลตายายหรือปาวค่ะ แต่ที่แน่ๆ เห็นมีแต่น้ำแดงและของเล่นแบบทหารเยอะไปหมดเลยค่ะ พอเลี้ยวขวาไปประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะถึงถนนใหญ่ค่ะ แต่มันเป็นทางอ้อมๆ ค่ะและข้างทางไม่มีบ้านคนเลยค่ะ พอเวลาค่ำๆ มันจะดูหน้ากลัวเพราะไม่มีไฟ หลังจากที่แม่กับน้าไปซื้อของเราและคนที่เหลือก็ช่วยกันทำความสะอาดบริเวณรอบๆ บ้านค่ะ

เรากับบอยก็เดินไปด้านหลังบ้าน  ด้านหลังบ้านจะเป็นดินเปล่ากว้างประมาณ 60 ตารางเมตรได้ค่ะ และถัดไปคือป่า ทางด้านขวาจะเป็นบ่อกุ้งค่ะ บ่อกุ้งที่นี้เค้าจะมีศาลไม้เล็กๆ ด้วยนะคะ มันคือความเชื่อกว่าถ้ามีคนมาดูแล ผลผลิตจะงดงามค่ะ

เรา : บอยชอบที่นี้ไหม พี่ว่าสวยดีนะ  ที่กว้างดีแต่มันก็ดูวังเวงนะตอนกลางคืนเนี้ย

บอย : ไม่ค่อยชอบเท่าไรอะ เหมือนมีคนมองตลอดเวลา

เรา : เฮ้ย !!! คิดมากไปปะ คงไม่มีไรหลอกมั่ง ปะๆ เข้าบ้านกัน

แต่ในใจเราก็คิดแบบเดียวกับน้องเลยค่ะ เพราะรู้สึกแปลกๆ ยิ่งมืดยิ่งวังเวงค่ะ 

หลังจากที่แม่กับน้ากลับเข้ามาเราก็ช่วยกันทำกับข้ามตามปกติค่ะ หลังทานกลับข้าวเสร็จก็ต่างคนต่างเข้านอนค่ะ ซีกบ้าน พ่อกับแม่เรานอนด้วยกันค่ะ เราจะนอนติดกับปูนห้องน้ำเลยค่ะ จะใช้ตู้กั้นแทนผนังค่ะ หลังจากการนอนคืนแรกผ่านได้ด้วยดีค่ะ

หลังจากที่พวกเราอาศัยบ้านหลังนี้ผ่านมา 6 เดือน เหตุการณ์แปลกๆ เริ่ม เกิดขึ้นละค่ะ เราเป็นคนเกิดวันศุกร์ เราจะมีเซ้น เรื่องผีๆ สางๆ อยู่แล้วนะคะ คือวันโกนวันหนึ่งเราได้ฝันเห็นชายตัวใหญ่ ร่างกายกำยำประมาณ 6-7 คน ยิ่งพวกเค้าเดินมาใกล้เราเท่าไรเรายิ่งเห็นชัด

พวกเค้าใส่ชุดทหารกัน รองเท้าหัวเหล็กเดินมาพร้อมกัน เราได้ยินเสียงรองเท้าเหล็กกระทบพื้นดังพร้อมกันเลยค่ะ  ยิ่งใกล้ยิ่งดัง ดังเหมือนเราไม่ได้ฝันเลยค่ะ เราเห็นพวกเค้ากำลังจะเดินผ่านหน้าเราไปทางบ้านของบอยค่ะ ไปตรงห้องของจอมปลวกอะค่ะ พอพวกเค้าไปถึงเค้าก็แสดงความเคราพหน้าห้องนั้นค่ะ แล้วมีชาย 1 คน เดินข้างไปในห้องนั้นเพียงคนเดียวค่ะ ดูท่าทางนะจะเป็นหัวหน้าค่ะ

ผ่านไปแปบหนึ่งเค้าก็เดินออกมาแล้วพากันเดินออกจากบ้านเราไปทางบ้านซอยบ้านเรา พอเดินไปได้ระยะหนึ่ง คนที่เป็นหัวหน้าหันกลับมามองที่เราค่ะแล้วยิ้มให้แต่ยิ้มนั้นมันดูหน้ากลัวมากๆ เลยค่ะ ยิ้มจนปากจะถึงหูเลยค่ะ หลังจากเห็นแบบนั้นเราก็สะดุ้งตื่นจากฝันเลยค่ะ เรามองไปรอบๆ ตัวเราค่ะ มีแต่ความมืดและเสียงจิ้งหรีดร้องค่ะ แต่ ณ ตอนนั้น ตัวเรามีแต่เหงื่อท่วมตัวไปหมดเลยค่ะ

เรานั่งนิ่งซักพักหนึ่ง เราคิดว่าเราคงฝันไปคงไม่มีไรมั่งเราเลยนอนต่อค่ะ พอเช้าเราเลยเล่าเรื่องที่ฝันให้แม่ฟัง แม่เราเลยไปถามบ้านตรงข้าม (ซอยนี้มีบ้านอยู่ 2 หลัง บ้านเรากับบ้านน้าสวยฝั่งตรงข้ามค่ะ บ่อกุ้งกับนาข้าวทั้งหมดก็ของเค้าค่ะ แต่เค้าไม่ใช้เจ้าของบ้านเรานะค่ะ) พี่เค้ากำลังนั่งทำตะไคร้กันอยู่

แม่ : สวัสดีค่ะ คือ พี่มีไรจะสอบถามหน่อยค่ะ

น้าสวย : ค่ะ มีไรค่ะ เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่หรอค่ะ เราชื่อสวยนะคะ (น้าสวยจะอายุน้อยว่า แม่ 10 ปีค่ะ)

 แม่ : ที่นี้มีศาลที่เป็นเกี่ยวกับทหารไหมค่ะ

น้าสวย : อ๋อ มีค่ะ พี่มีอะไรหรือปาวคะ

แม่ : คือเมื่อคืนนี้ลูกสาวพี่เค้าฝันเห็นทหารเดินมาจากปากทางเดินเข้ามาในบ้านเราอะค่ะ เราไม่รู้ว่าเค้าต้องการอะไรหรือปาว 

น้าสวย : อ๋อ  มันเป็นเรื่องปกติค่ะ พี่คนที่เคยมาเช่าเค้าก็ฝันเห็นกันบ่อยๆ ค่ะ พี่เห็นตรงปากทางเข้าซอยบ้านเราไหมค่ะ ที่จะมีศาลไม้เล็กๆ 2 ศาลอะค่ะ 

แม่ : อ๋อ เห็นค่ะ 

น้าสวย : นั้นแล้วค่ะ ศาลนั้นคือศาลทหารที่เค้าจะค่อยอารักขาจอมปลวกค่ะ เค้าจะไม่ทำร้ายใครค่ะ เค้าจะค่อยมาตรวจดูความเรียบร้อยทุกคืนวันโกนวันพระค่ะ

แม่ : อ๋อ ขอบคุณนะค่ะ

หลังจากที่เราฟังบทสนทนาของแม่กับน้าสวยเราก็เริ่มใจไม่ดี เราเป็นโรคกลัวผีเอามากๆ เลยค่ะ แต่เรามองหน้าแม่เราแล้ว หน้าเค้านิ่งมากๆเลยค่ะ เราเลยอดใจถามแม่ไม่ได้ค่ะ

เรา : แม่ๆ เราย้ายออกกันไหม 

แม่ : จะย้ายทำไม่ที่นี้อะดีอยู่แล้วบรรยากาศก็ดี

เรา : แต่หนูกลัวอะแม่

แม่ : เค้าไม่มาทำอะไรเราหรอกเค้าแค่มาดูความเรียบร้อย ดีซะอีกโจรจะได้ไม่มาปล้นเราไง แล้วแม่ก็หัวเราะ

แต่เราซิค่ะ ขำไม่ออก จริงๆ แล้วเรากับแม่ ก็เอาเรื่องนี้ไปเล่าให้น้าชม (น้องแม่ค่ะ) 

น้าชม : เออ ฉันก็ฝันเหมือนหลานเลย

แม่ : แกก็ระวังอย่าไปทำอะไรให้เค้าโกรธละ

ระหว่างที่แม่กับน้าเรากำลังสนทนากัน เราก็หันไปมองบอยที่กำลังเล่นยิงหนังสติ๊กอยู่ ซึ่งที่เล่นมันดันมาเล่นอยู่ข้างห้องจอมปลวกค่ะ บอยอายุประมาณ 16-17 ปีค่ะ เค้าป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียค่ะ หน้าตาเค้าจะดูแปลกๆ ไม่เหมือนคนปกติค่ะ เราเห็นแบบนั้นเราก็เดินตามมันไปค่ะระหว่างทางเราตะโกนถามมันค่ะ

เรา : เฮ้ย ไอ้บอย เล่นห่าไรเนี่ย ไม่มีที่เล่นไง เดี่ยวก็ยิงไปโดนจอมปลวกหลอก

บอย : แหม่ ไม่โดนหรอกน่า จะยิงนกมันอะ จะประลองความแม่นดู 

พอเราเดินมาหยุดตรงหน้าห้องจอมปลวก เห็นทั้งโต๊ะ ทั้งไม้ถูกพื้น วางพิงในห้องค่ะ ดูรกไปหมด จากเดิมไม่มีไรเลยนอกจากเก้าอี้ตัวเดียวที่ใช้ว่าเครื่องเซ่นไหว้อะค่ะ

เรา : ไอ้... บอย ใครเอาไม้ถูกพื้นมาว่างไว้ในห้องเนี่ย โต๊ะอีกใครเอามาว่างไว้ หะ!!!
บอย : แม่อะ เมื่อวานเห็นแม่เอาไปวางข้างไหนอยู่

หลังจากที่เราเห็นแบบนั้นเรารีบเดินกลับไปหาแม่กับน้าเลยค่ะ เพราะห้องแบบนี้เค้าจะไม่ให้เอาของต่ำมาว่างไว้ในห้องแบบนี้ แต่น้าเราดันเอามาใส่ไว้หมด ใส่ไว้ยังกับของเก็บของ

เรา : น้าชม น้าเอาของพวกนั้น เอาไปไว้ในห้องของจอมปลวกทำไม มันไม่ดีนะ เดี่ยวเค้าก็โกรธหลอก นั้นมันของต่ำทั้งนั้นเลยนะ

น้าชม : ก็มันไม่มีที่ไว้นิแล้วจะให้เอาไปไว้ไหนละ

แม่ : อีห่า นิ วอนหาเรื่องแล้วไม่ละ ไปเอาออกมาเลยนะ ข้างบ้านเองก็มีก็วางไว้ซิ นั้นมันไม่ใช่ที่ของเองนะ เดี่ยวๆๆ เจอดีกันหรอก

น้าชมแก่เริ่มรำคาญเรากับแม่เลยตอบปัดๆ ว่า เออๆ เดี่ยวเอาออกเองแล้ว

หลังจากผ่านวันนั้นมาได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ก็มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น แต่ที่เกิดมันเกิดกับบอยค่ะ

คืนหนึ่งที่ทุกคนกำลังหลับอยู่ประมาณ ตี 3 ได้ บอยเกิดตื่นขึ้นมาเพราะมันปวดเยี่ยว บอยมันก็เดินออกไปเข้าห้องน้ำ ข้างนอกบ้านซึ่งบอยก็ไม่ลืมที่จะหยิบไฟฉายติดมือไปด้วย ระหว่างที่บอยกำลังทำธุระส่วนตัวใกล้จะเสร็จ บอยได้ยินเสียงผู้ชาย คุยกันหลายคน บอยได้ยินถนัดเลย พวกเค้าพูดว่า

“ไหนมันอยู่ไหน พวกเข้าไปดูในบ้านซิ มันต้องอยู่ในนั้นแน่ๆ รีบไปจัดการมันไป”


พอบอยได้ยินเสียง บอยก็ค่อยๆ เดินออกจากห้องน้ำมาแอบดูอยู่ข้างประตู บอยมันเห็น มีทหารประมาณ 7 คน กำลังยืนคุยกันตรงประตูข้างบ้านที่มีไฟส่องอยู่ มันเห็นชัดเลย และมันก็เห็นทหาร 4 คน เข้าไปในบ้าน

ในความคิดบอยตอนนั้นบอยคิดว่าพวกเค้าได้ฆ่าแม่ตัวเองตายแล้วเลยคิดที่จะหาทางหนี บอยกำลังจะหันเพื่อที่จะวิ่งมันก็ได้ยินทหารคนหนึ่งพูดว่า เฮ้ย !! มันอยู่นั้นไง ฆ่ามันให้ตาย เอามันมาคุกเข่ากับพื้นดินให้ได้ พอบอยได้ยินมันออกตัววิ่งเลยค่ะ

มันวิ่งได้ทางด้านหลังบ้านและวิ่งข้ามคูเล็กๆ ข้างบ้านไปหยุดที่ตรงศาลข้างบ่อกุ้ง บอยมันเจอผู้ชายสูงอายุ ใส่ชุดสีขาว หัวโพกผ้า ขาวม้า ค่ะ ชายคนนั้น เค้าถามบอยว่า เฮ้อ เองจะไปไหนวะ  บอยมันตอบว่าหนูจะไปหาป้าหนูที่อยู่ฝั่งถนนใหญ่ ฝั่งนู้นอะตา  ตา ตา ช่วยหนูด้วย มีคนมาฆ่าแม่หนู มันกำลังจะมาฆ่าหนู ตาช่วยหนูด้วย บอยมันพูดไปร้องไห้ ไปค่ะ บอยกำลังตกใจกลัวเป็นอย่างมาก

ชายคนนั้นเค้าเลยชี้ไปทางที่ป่า ไปๆ วิ่งผ่านป่านี้ไป เค้าจะทำไรไม่ได้หรอก รีบวิ่งไปเร็วๆ พอบอยได้ยินคำนี้ มันออกตัววิ่งอีกครั้ง บอยมันวิ่งลงคูน้ำข้ามเข้าไปในป่า วิ่งไประมาณครึ่งทางมันก็ต้องหยุดวิ่ง เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคืองูเหลือม ขนาดใหญ่มาก งูกำลังเลื่อยผ่านมาทางบอย บอยยืนนิ่งไปขยับเขยื้อนไปไหน งูเหลื่อมตัวนั้นก็เหมือนจะไม่เห็นบอยเลยค่ะ เพราะมันเลื่อยไปโดยไม่แวะมาหาบอยเลยค่ะ (สงสัยอาจจะเป็นเพราะ ชายคนนั้นช่วยบังตาให้มันค่ะ)

พองูเหลื่อมเลื่อยผ่านไปบอยก็ออกวิ่ง บอยวิ่งผ่านบ้านคนไปโดยที่หมาไม่เห่าเลยซะนิดเดียว หมาพวกนั้นเอาแต่นอนทั้งๆที่บอยมันวิ่งผ่านมาเสียงก็หน้าจะดังพอควร แต่หมาพวกนั้นกลับไม่สนใจอะไรเลย พอบอยวิ่งมาถึงถนนใหญ่บอยก็วิ่งข้ามถนนมายยังบ้านป้าอีกคนค่ะ บอยรีบไปเคาะประตูบ้านป้าเลยค่ะ

บอย : ก๊อกๆๆ แบบดังๆ ป้า ชเอม เปิดประตูมให้หนูหน่อย ช่วยหนูด้วย

บอยมันพูดแบบนี้อยู่นานมากค่ะกว่าป้าเค้าจะมาเปิดให้ ป้าเค้าได้ยินตั้งแต่ตั้งแรกที่บอยเคาะแล้วค่ะ แต่เค้าก็กลัวเลยยังไม่กล้าเปิด จนแน่ใจแล้วเลยเปิดรับหลานเข้ามาในบ้าน สภาพบอยตอนนั้นทั้งตัวมีแค่ขี้ดิน หัวมีแต่ใบไม้ รองเท้าไม่ใส่ สายตาแบบกลัวๆ มองซ้ายทีขวาที
ป้าชเอม ตกใจเลยถามหลาน ด้วยอาการเป็นห่วงปนกลัวๆด้วยค่ะ

ป้าชเอม : เฮ้ย บอยเองไปทำไรมาอะ ดึกดื่นป่านนี้ ทำไม่ออกมาวิ่งข้างนอกอย่างนี้ละ และแม่เองกับพวกป้าๆ อยู่ไหนกันหมด

บอย : แม่ แม่ แม่โดน ฆ่าตายแล้ว มีผู้ชาย เข้ามาฆ่าตายทั้งบ้านเลย เค้ากำลังจะมาฆ่าหนู หนูเลยหนีมา ฮือๆๆ

หลังจากที่มันเล่าให้ป้าฟัง สภาพบอยเหมือนคนบ้าเลยค่ะ ตอนแรกป้ากับจะโทรแจ้งตำรวจแล้วค่ะแต่ยังชั่งใจอยู่ ขณะที่บอยอยู่บ้านป้าชเอม ทางบ้านเรา เราตื่นขึ้นมาแต่เหมือนขยับตัวไม่ได้เลยค่ะ มีแต่ตาเท่านั้นที่ขยับได้อยู่แบบนี้นานมาก ซักพักเราก็ได้ยินเสียงโทรศัทพ์ดังขึ้นค่ะ ป้าชเอมเป็นคนโทรเข้ามาค่ะ เราเลยหลุดจากการโดนออำค่ะ แม่เราก็รับโทรศัทพ์โดยที่เราก็นอนนิ่ง ค่อยฟังอยู่

แม่ : ฮัลโหล เป็นไรป่าว โทรมาซะดึกเลย

ป้าชเอม : ดูซิว่าคนที่บ้านอยู่กันครบไหม มีใครเป็นไรไหม (ป้าชเอมแก่ยังไม่กล้าพูดออกมาค่ะ)

แม่ : ก็ครบนะ บ้านนู้นก็นอนหลับสบายกันครบนิ ทำไม่หรอ

ป้าชเอม : ครบห่าไรของ (ป้าชเอมเป็นพี่สาวคนโตค่ะ) ไอ้บอยมันวิ่งหน้าตาตื่นมาบ้านกูเนี่ย มันบอกแม่มันโดนฆ่าแล้ว มีคนมาฆ่าแม่มัน ดูดีๆ ซิ

พอแม่ได้ยินสิ่งที่ป้าชเอมบอก แม่รีบเปิดไฟทั้งบ้านเรียกพ่อ เรียกเราให้ช่วยกันไปดู เรา 3 คนก็ออกมายืนหน้าประตู ซีกบ้านบอย เคาะประตูแบบดังๆ หลายรอบค่ะ แต่ไม่มีใครขานรับ ผ่านไป 5 นาทีจึงได้ยินเสียงน้าชม น้าชมถามว่ามีไรกันเอะอะอยู่ได้ แม่เราเลยถามไปว่าไอ้บอยอยู่ไหน อยู่กับมันมั้ย น้าชมตอบกลับมาว่าอยู่ พวกเราเลยหันมามองหน้ากันเลยค่ะ แม่เราเลยย้ำอีกทีว่าอยู่ไหน น้าชมแก่เลยมาเปิดไฟทั้งบ้านแต่แล้วก็ไม่เจอตัวบอยเลย

น้าชมรีบมาเปิดปะตู เฮ้ย!! ไอ้บอยมันหายไปไหนอะเจ๊ แล้วเจ๊รู้ได้ไงว่ามันไม่อยู่บ้านอะเจ๊ พี่ชเอมเค้าโทรมาบอกว่าไอ้อบอยอยู่กับเค้าเนี่ย มันไปบอกเค้าว่าโดนฆ่าตายไปแล้ว เราเห็นน้าชมพูนิ่งไปพักแล้วแกก็พูดขึ้นมาว่า ฉันอะเห็นบอยมันลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ แต่ฉันก็เห็นมันเข้ามาแล้วนะ แต่หลังจากที่มันเข้ามาฉันนอนขยับตัวไม่ได้เลยอะซิ สาเหตุที่น้าชม นอนขยับตัวไม่ได้เพราะน้าชมโดนเหมือนเรา คือโดนผีทหารอำค่ะ ไม่สามารถขยับได้เลย หลังจากนั้นพวกเราก็เลยตัดสินใจไปนอนค้างกันที่บ้านป้าชเอมค่ะ

พอบอยเห็นหน้าแม่มันเท่าไรแล้ว มันปล่อยโฮออกมาเลยค่ะ มันพยายามเล่าเหตุการณ์ที่มันเจอมาให้กับทุกคนในบ้าน ฟังค่ะ ทุกคนเชื่อนะค่ะ แต่พวกเราก็ยังไม่รู้สาเหตุว่าทำไม่เค้าถึงมาตามล่าบอย พอเช้าเราก็จะพาบอยกลับไปบ้าน มันไม่ยอมกลับค่ะ มันเลยขอร้องแม่มันให้พาไปนอนบ้านญาติที่อยู่ห่างจากบ้านป้าชเอมไป 10 กิโลค่ะ น้าชมก็อนุญาติค่ะ คือสงสารลูกสภาพตอนนี้มันเหมือนไม่ใช้คนดีเลยค่ะ เหมือนคนบ้าเสียสติ


ผู้สนับสนุน

หลังจากที่เราทุกคนไปส่งบอยที่บ้านญาติเสร็จแล้ว พวกเราก็กลับมาที่บ้านหลังเดิมค่ะ น้าชม เพิ่งมาบอกเราตอนหลังค่ะ ว่า เค้าเจอเรื่องแปลกๆ ตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่แล้วค่ะ คือเค้าจะได้ยินเสียงคนเดินบนหลังคาห้องน้ำ ซึ่งหลังคาห้องน้ำเป็นสังกับสีคะ บางครั้งก็เสียงคนปาอะไรมาบนหลังคา บ้างก็เสียงใครเอาอะไรมาขูดข้างๆบ้านค่ะ

หลังจากที่เรามาบ้าน เรากับแม่ก็ปรึกษากันว่าเราจะรู้ได้ไงว่าบอยไปทำอะไรเค้ามา เค้าถึงต้องมาตามเอาชีวิตมันขนาดนี้ เพราะเราถามบอยมันก็ยังไม่ยอมเล่า บอกแต่ว่าไม่รู้ๆ ตกเย็นวันนั้น เรากับแม่ก็พากันไปหาพ่อปู่ฤาษีที่เรากับแม่นับถืออยู่ค่ะ (พ่อปู่ร่างเป็นผู้หญิงนะค่ะ แต่เวลาเข้าทรงเสียงจะเปลี่ยนเป็นผู้ชาย) เราไปกันแค่ 2 คนนะค่ะ พอเรา 2 คนเข้าไปหาพ่อปู่ พ่อปู่แก่ทักมาเลยค่ะทั้งๆ ที่ไม่ได้พูดหรือเล่าอะไรเลยซักอย่างเดียว

พ่อปู่ : เค้าเอาหนักเลยนะ

แม่ : พ่อ รู้แล้วใช้ไหมค่ะ คือฉันอยากรู้ว่าเค้ามาทำร้ายหลานฉันทำไม่

พ่อปู่ : ไอ้หน้าบู้ดๆ หักๆ มันไปทำไรเค้าวะ มีทหารมีเยอะแยะเลย เค้ามาทำไรกันวะ (คือ ไอ้หน้าบู้ดๆ หักๆ ก็คือน้องเราเอง เพราะเค้าเป็น ธารัสซเมีย ทรงหน้าจะไม่เหมือนคนปกติ แต่ที่สำคัญเราไม่เคยบอกท่านเลยว่าน้องเราป่วย ท่านทักมาเองเลยค่ะ)

แม่ : ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ รู้แต่ว่าตอนนี้หลานฉันมันนอนไม่ค่อยหลับ กินข้าวไม่ค่อยได้ ได้แต่จิตตกกลัวนู้นกลัวนี้ตลอดเวลาเลยค่ะ

พ่อปู่ : เออ เดี่ยวกูส่งเด็กไปดูให้

แล้วท่านก็นั่งนับนิ้วไปนับนิ้วมา

พ่อปู่ : กูรู้ละ มันไปยิงโดนหัวเค้าหลายรอบแล้ว เค้าเคยมาเตือนแล้วแต่ไม่ฟัง แล้วไอ้ของต่ำๆ เอาไปไว้ทำไม่ในห้องเค้า เค้าโกรธมากเลยนะ

จำที่เล่าข้างต้นให้ฟังได้ไหมค่ะ ที่น้าชมเอาไม้ถูกพื้นและโต๊ะเก้าอี้ เอาเข้าไปไว้ในห้อง และที่บอยมันยิงนังสติ๊กเล่น นั้นแหละค่ะ มันยิงโดนหัวจอมปลวกค่ะ คือยิงโดนด้านบนสุดของจอมปลวกค่ะ

แม่ : แล้วจะให้ทำไงค่ะ มีวิธีจะช่วยหลานฉันได้ไหมคะพ่อ

พ่อ : ถ้าทางจะยาก เค้าจะเอาถึงขนาดเอาหัวมาคุกที่พื้นเลยหรอ แรงไปนะเนี้ย เดี๋ยวๆๆ เดียวกูคุยให้
แล้วพ่อปู่เค้าก็นั่งนิ่งๆ อีกใหญ่มากค่ะ 

พ่อปู่ : เฮ้อ เค้ายอมแล้ว เค้าให้พวกเองไปขอขมาเค้าที่จอมปลวกแล้วเอาของไปวางที่ศาลไม้หน้าปากซอยบ้านเองด้วยนะ ทหารเค้าไม่ยอม แต่องค์จอมปลวกเค้ายอมแล้ว แล้วเองต้องให้ไอ้หน้าหักมันบวชซัก 1 เดือนนะมันถึงจะดีขึ้น (จอมปลวกที่สูง มักจะมีองค์มีสิงสถิตค่ะ)

แล้วพ่อปู่เค้าก็บอกสิ่งของที่เราต้องเอามาขอขมาค่ะ หลังจากนั้นเราก็ไปทำพิธีขอขมาค่ะ หลังจากทำเสร็จ น้าชมกับบอยก็ย้ายออกจากบ้านหลังนั้นเลยค่ะ น้าชมเค้าเข้าไปขอจอมปลวกค่ะ ว่าถ้าไม่อยากให้อยู่ขอให้ได้บ้านภายในวันนี้ สรุปคือน้า ชมได้บ้านในหมู่บ้านเดียวกับญาติเลยค่ะ แล้วอาการของบอยก็ดีขึ้นมาหลังจากบวชผ่านไป 1 เดือนค่ะ หลังจากเหตุการณ์นั้นเราก็ย้ายออกเหมือนน้าชมเลยค่ะ เพราะเราก็ไม่สามารถอยู่ได้เหมือนกันค่ะ เราได้ใกล้ๆ กับน้าชมเลยค่ะ

แต่เหตุการณ์ยังไม่จบนะคะ เรื่องร้ายๆ ยังไม่ผ่านไปค่ะ หลังจาก 2 ปีถัดมาบอยก็ได้เจอเรื่องร้ายอีกค่ะ

หลังจากผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ ครั้งนั้นมาเรานึกว่ามันจะจบแค่นั้น แต่ไม่ค่ะ บอยได้เจอเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตของบอย ที่มันทำให้ชีวิตของบอยเปลี่ยนแปลงไปตลอดเลยค่ะ

หลังจากนั้น 2 ปี มีคืนหนึ่งบอยได้ขอน้าชมออกไปเล่นเกมส์ในตัวตลาด ซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 10 กิโลได้ค่ะ บอยได้เล่นเกมส์จนมืดค่ำ น้าชมเห็นว่ามันดึกแล้วจึงได้โทรไปตามบอยกลับบ้าน ขณะนั้นเป็นเวลา 5 ทุ่มใกล้จะเที่ยงคืนแล้วค่ะ บอยรับปากว่าจะกลับบ้านค่ะ แต่น้าชมรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเท่าไร

น้าชมได้ขับรถมอเตอร์ไซค์มาที่บ้านเราเพื่อมาหาเพื่อนคุยจะได้ไม่คิดมาก  หลังจากนั้นบอยก็ได้ขับรถมอเตอร์ไซค์ของบอย ขับกลับบ้านค่ะ แต่ระหว่างทางที่บอยกลับบ้านบอยโชคร้ายค่ะ บอยเจอรถมอเตอร์ไซค์ขี่ย้อนศรมาชนประสานงากลับรถของบอยค่ะ ชนกันจนมอไซค์ของบอยย่นเข้าหากัน เหลือแค่ครึ่งหนึ่งของขนาดมอไซค์ปกติเลยค่ะ อาการของทั้ง 2 คน

ลุงคนขับรถย้อนศรอาการไม่เป็นไรมากค่ะแค่ถลอกนิดหน่อย ลุงแกมีอาการเมาสุราค่ะ แกกำลังจะกลับบ้าน แกได้เปลี่ยนเลน จะข้ามมาอีกฝังโดยที่มองไม่เห็นรถของบอยที่กำลังขับมาทำให้ประสานงากันค่ะ

ส่วนอาการของบอย บอยอาการสาหัสมากค่ะ หัวกะโหลกแตก กล้ามปากแตก ปอดฉีก (ทุกคนนึกภาพออกไหมค่ะ จากเด็กที่เป็น ธารัสซิเมีย) แล้วมาเจอแบบนี้ อาการของบอย ยิ่งหนักเข้าไปอีกค่ะ หนักจนรถโรงพยาบาลนึกว่าเสียชีวิตแล้วค่ะ เค้าไม่ยอมเอาบอยไปส่งโรงพยาบาลค่ะ เพราะบอยนอนนิ่งเหมือนไม่หายใจแล้วค่ะ แต่ อยู่ดีๆ ก็มีคนเดินมาใกล้กับที่บอยนอนอยู่ เค้าสังเกตเห็นว่าบอยยังหายใจอยู่เค้ารีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่พากันเอาตัวบอยส่งโรงพยาบาลค่ะ

หลังจากนั้นทางโรงพยาบาลก็โทรแจ้งมาทางน้าชมค่ะ น้าชมได้รับโทรศัพท์เสร็จ ถึงกลับเป็นลมทั้งยืนเลยค่ะ เรากับแม่รีบเข้าไปพยุงน้าชมแล้วรีบขีบรถตามไปที่โรงพยาบาลเลยค่ะ เราขับมาจนถึงที่เกิดเหตเราเห็นสภาพรถเราคิดเพื่อใจไว้แล้วว่าน้องคงไม่รอดแน่ๆ

พอเราไปถึงโรงพยาบาล เค้ายังไม่ให้เจอบอยนะค่ะ เค้ารอให้แม่ไปเซ็นอนุญาตการผ่าตัดสมองค่ะเล่าเรื่องผี บอยต้องเปิดกะโหลกซีกขวาออกค่ะ เพราะมันได้รับความกระทบกระเทือนอย่างมาก พวกเรามีแม่เรา ตัวเรา และน้าชม นั่งรอการผ่าตัดจนเช้าเลยค่ะ

เราเห็นน้าชม เราสงสารน้าแก่มาก คนเป็นแม่เหมือนเห็นสภาพลูกแบบนั้นแกทำใจไม่ได้ค่ะ แก่ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาเลยค่ะ เวลาการผ่าตัดครั้งนี้มันยาวนานมากสำหรับน้าชมเลยค่ะ พอหมอออกมาจากห้องผ่าตัดก็ปาเข้าไป 6 โมงเช้าค่ะ สรุปคือ บอยผ่าตัดสมอง เย็บปอด ต่อกระดูกข้อมือ และนิ้วเท้าด้วยค่ะ เพราะตรวจแล้วมีการหัก เราเห็นน้องเราสงสารมากค่ะ ทั้งเครื่องช่วยหายใจ ทั้งสายให้เลือด (ธารัสซิเมียเลือดจะน้อยมาก ต้องให้เลือดอยู่แล้วทุกเดือน) เราเห็น เราต้องแอบไปร้องไห้นอกห้องเลยค่ะ เราทนไม่ได้กับสภาพน้องตอนนั้น

บอยนอนอยู่แบบไม่มีสติมา 3 เดือน บอยต้องเจาะคอเพื่อช่วยในการหายใจอีกทางด้วยค่ะ หลังจากเจาะคอ บอยก็เริ่มมีสติขึ้นมาค่ะ แต่กลับกลายเป็นคนละคนเลยค่ะ บอยจะก้าวร้าวขึ้น เอาแต่ใจมากขึ้น พูดไม่ชัด ติดอ่าง ตาเหล่ไป 1 ข้าง คอที่เจาะ น้าชมให้กินไข่จนเนื้อเต็ม หายใจทางจมูกแต่ก็หายใจแบบไม่ค่อยปกติเท่าไร หายใจแบบติดๆ ขัดๆ ค่ะ แต่น้าชม เค้ารับลูกได้ถึงจะเปลี่ยนไปเยอะขนาดนี้ เค้าบอกขอแค่ให้ได้ลูกกลับมา หลังจากออกจากโรงพยาบาลมา บอยก็กลับมาอยู่บ้าน วันหนึ่งเราเลยไปนั่งคุยกับบอย

เรา : บอยเองหลับไปนานมาก เองรู้ตัวไหม

บอย : หนูรู้สึกตัวอยู่แต่ขยับไม่ได้ ตอนหนูนอนอะ มีคนมาล้อมเตียงมองหนูทุกวันเลย

เรา : เองตาฝาดป่าว (คือแบบเรารู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าบอยต้องเห็น เพราะเคยที่เฉียดความตายมักจะเห็นพวกนี้อยู่ แล้วยิ่งอยู่ที่โรงบาลด้วยยิ่งเยอะเลย)

บอย : ไม่ได้ตาฝาดนะหนูเห็นจริงๆ อย่างเตียงตรงข้ามที่เค้ากำลังจะตายหนูก็เห็น ผู้ชายตัวใหญ่ๆ นุ่งจงกระเบนสีแดง เดินมาลากตัวแกไปเลย เค้ายังหันมามองหนูเลย

เรานั่งฟังขนลุกทั้งตัวเลยค่ะ 

เรา : แล้วเห็นใครอีกไหม !!

บอย : เห็น ๆ หนูเห็นทหารพวกนั้นมายืนล้อมเตียงหนูเหมือนกัน เค้าชี้หน้าหนูแล้วบอกว่า "ใกล้ถึงเวลาของแล้ว เตรียมตัวให้ดีเถอะ" เค้าบอกแบบนี้มันหมายความว่าไงอะพี่

เรา : คงไม่มีไรหรอกมั่ง เองคง เบลอๆ ยามั่ง (แต่ในใจเราคิดตรงข้ามกับที่บอกน้องเลยค่ะ แต่ไม่อยากให้น้องกลัว)

บอย : แต่ไม่เป็นไร หนูไปทำบุญมาแล้วคงไม่มีไรหรอกมั่งเนอะ

เรา : เออๆ ไม่มีไรหรอก เองก็พยายามอย่าดื้อกับแม่เองให้มากนะ เค้าเหนื่อยนะเว้ย 

บอยมันนิ่งไม่ตอบค่ะ อย่างที่บอกอะค่ะ มันเปลี่ยนเป็นคนละคนมันดื้อมาก เอาแต่ใจมาก แค่เป็นเฉพาะกับแม่มนเท่านั้นค่ะ  น้าชมแกท้ออยู่จนมาเล่าให้ฟังอยู่บ่อยๆ ว่า เค้าไม่รู้ไปทำไรมาถึงต้องมาลำบากกายลำบากใจแบบนี้ เรากับแม่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไงเราเลยชวนแม่ไปหาพ่อปู่คนเดิมค่ะ

หลังจากนั้นเรากับแม่ตัดสินใจไปหาพ่อปู่เลยค่ะ ไปกันแค่ 2 คนกับแม่ เราไม่กล้าชวนน้าชมมาด้วยกลัวแก้รับไม่ไหว

พ่อปู่ : เป็นไงบ้างละ มากันอีกและพวกเอง
แม่ : ฉันอยากจะให้ดูหลานฉันให้หน่อยค่ะ ว่ามันหมดเรื่องหมดราวยังค่ะ

พ่อปู่นั่งนิ่งอีกตามเคย แกจะนั่งนับนิ้วไปนับนิ้วมา ทำถ้าเหมือนคุยอะไรกับใครซักอย่าง

พ่อปู่ : กูว่า มันแย่แน่ๆ เลย ถึงเวลาแล้วซินะ
แม่ : เวลาอะไรค่ะ 

เราก็พยายามเข้าไปนั่งใกล้ๆ แม่ค่ะ เพื่อที่จะให้ได้ยินเวลาเค้าคุยกันค่ะ

พ่อปู่ : จำครั้งที่แล้วที่มาหากูได้ไหม ข้าก็นึกว่าเค้าจะให้อภัยแต่เค้าไม่ให้ เค้ารอเวลาที่จะเอามันไปอยู่ด้วย ตอนนี้นิสัยมันดื้อกับแม่มันใช้ไหม มันทำให้แม่มันหนักใจใช้ไหม 

แม่ : ใช่ค่ะ ตั้งแต่ออกจากโรงบาล เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยค่ะ
พ่อปู่ : นั้นเป็นผลมาจากที่แม่มันเอาของไปไว้ในห้องเค้าทำให้เค้าลำบากใจ  มันก็เหมือนแม่มันตอนนี้ไง แต่สำหรับลูกมัน ทำไม่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ เพราะมันไปทำร้ายลูกๆ จอมปลวกของท่าน เอาไม้มาตีบ้าง เอาน้ำมาสาดบ้าง ที่หนักที่สุดมันเอารถจักรยานมาปั่นเหยียบไปเหยียบมารอบจอมปลวก

ที่พ่อปู่พูดมาทั้งหมดมันตรงกับที่บอยเล่าให้เราฟังเลยค่ะ เรายังด่ามันอยู่เลยค่ะ ไม่คิดว่ามันจะส่งผลกับชีวิตคนเราได้แบบนี้เลยค่ะ แม่เราจึงถามต่อ

แม่ : แล้วมีทางแก้ไขไม่ค่ะจากหนักเป็นเบาได้ไหมค่ะ
พ่อปู่ : เฮ้อ !! ไม่มีทางหรอก มีแต่ค่อยช่วยดูแลมันไปให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ก็พอ
แม่ : หมายความว่ามันไม่มีสิทธิรอดหรือค่ะ

เราได้ยินแค่นี้น้ำตาไหลออกมาเลยค่ะ เราเคยพยายามเตือนมันแล้วว่าอย่าไปเล่นแบบนั้น แต่มันไม่เคยเชื่อเราเลยค่ะ เด็กวัยรุ่นส่วนมากยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุค่ะ หลังจากนั้นเรากับแม่ก็กลับมาบ้านค่ะ แต่ไม่เล่าเรื่องที่พ่อปู่ให้ใครฟังเลย เก็บไว้แบบนี้มาตลอด เราจะค่อยพาบอยไปทำบุญบ่อยๆ เพื่อช่วยลดความอาฆาตลงมา แต่มันก็ถึงเวลาที่ต้องชดใช้กรรมแล้วค่ะ

มาถึงบทสรุปของบอยแล้วนะค่ะ

หลังจากที่เราไปหาพ่อปู่มาได้แค่ 1 เดือน บอยเริ่มมีอาการป่วย เจ็บปอด ปวดท้อง จนต้องเข้าโรงบาลค่ะ บอยนอนโรงบาล อยู่ 1 อาทิตย์ ข้างในของบอยเริ่มหยุดทำงานไปที่ละชิ้น หายใจเริ่มอ่อนแรงลง แล้ววันนั้นก็มาถึงค่ะ น้าชมโทรเรียกเรากับแม่ให้มาดูน้องเป็นครั้งสุดท้ายค่ะ เพราะบอยใกล้จะหมดลมหายใจไปทุกที

เรารีบขับรถไปโรงบาลเลยค่ะ แต่เราไปไม่ทันค่ะบอยสิ้นใจไปก่อน น้าชมเล่าทั้งน้ำตาว่าบอยมันเฮือกอยู่ 3 เฮือกแล้วมันก็นิ่งไปค่ะ รอบตัวบอยมีแต่น้ำดำๆ ออกมาจากตัวไหลเปอะที่นอนเต็มไปหมดเลยค่ะ (เค้าเรียกว่า ทาสไฟเปิดค่ะ) เราเห็นบอยนอนอยู่แบบนั้นเรานั่งร้องไห้เหมือนคนบ้าเลยค่ะ จนเราต้องออกมานั่งนอกห้องค่ะ

เราพยายามทำใจให้ได้แล้วเดินเข้าไปใหม่เราไปจับที่ตัวบอย เราบอกน้องว่า “บอยพี่มารับกลับบ้านแล้วนะ กลับบ้านกับพี่นะ บอยไปสะบายละนะไม่ต้องเป็นห่วงอะไรทั้งนั้นนะ เดี่ยวพี่กับป้า ช่วยกันดูแม่เองให้เอง” ตอนนั้นป้าชเอมก็มาด้วย ทุกคนต่างพากันร้องไห้เสียงดังไปทั่วห้องเลยค่ะ แม่เราเป็นคนเดินไปปิดตาของบอยค่ะ เพราะบอยตายตาไม่หลับ หลังจากนั้นเราก็จัดแจงเรื่องศพบอย เรียบร้อยค่ะ แต่เรารู้สึกว่าที่หัวไหล่ซ้ายของเราหนักมาก หนักจนเดินตรงๆ ไม่ได้เลยค่ะ ในใจเราคิดว่าบอยมันคงเกาะเรากลับบ้านด้วยค่ะ เพราะน้าชมแก่เรียกบอยตลอดทางเลย

เรานั่งรถจนมาถึงบ้านบอย เรารู้สึกเบาทันที่เลยค่ะ เหมือนว่าบอยลงไปแล้ว เราก็หันไปมองน้าชมแต่สิ่งที่เราเห็นคือบอย ยืนอยู่ข้างรถเราค่ะ สีหน้าขาวซีด ร้องไห้ตลอดเวลา มองมาทางเราเหมือนกำลังขอความช่วยเหลือเรา เรารีบหันกลับมาแล้วแบบมุดหน้าลงไปใต้เบาะนั่งเลยค่ะ แม่ถามว่าเป็นไรรึเปล่า เราบอกแต่ว่าให้แม่รีบๆ ขับกลับบ้าน แม่เราก็รู้สึกได้รีบ ออกตัวอย่างไว้ค่ะ

คืนแรกผ่านไป ช่วงบ่ายๆ เรากับแม่เราก็ไปรับศพน้องกลับมาค่ะ แต่น้าชมไม่ได้ไปเพราะเพลียกายเลยจัดงานอยู่ที่วัดแทนค่ะ เราเอาศพน้องกลับมายังไม่เกินอะไรขึ้น จนมาถึงวัดจัดเตรียมรดน้ำศพ เรานั่งอยู่บนโต๊ะตรงข้ามศพบอย ความรู้สึกเราคือเราอยากร้องไห้มากเราพยายามอดกลั้นไม่ให้ร้องจนกลั้นไมไหว ปล่อยโฮออกมาเลย ร้องไห้แบบหนักมาก เรารู้สึกตัวนะแต่บังคับตัวเองไม่ได้ เราได้ร้องไห้ไปเรียกหาแม่ไป เล่าเรื่องผีแม่เราก็เดินมาหาเราค่ะแต่เราดันแม่เราออกไป แต่ก็ยังคงเรียกหาแม่อยู่ จนแม่เราเริ่มรู้แล้วว่าไม่ใช่เราเลยเรียกน้าชมมา พอน้าชมเข้ามาใกล้เรากอดน้าชมแบบแน่นมากปากเราพูดว่า แม่ทำไมไม่ไปรับหนู หนูกลัว หนูออกไม่ได้ มันมืดมาก เค้าไม่ให้หนูออกมา นี้หนูหนีเค้ามาหาแม่ ฮือๆๆ แม่ช่วยหนูด้วย

พอได้ยินแบบนี้น้าชมรีบกลับไปโรงบาลไปจุดธูปบอกพระหน้าห้องดับจิตแล้วเรียกบอยกลับบ้าน หลังจากเรียกกลับมาเราก็หายค่ะ สามารถควบคุมตัวเองได้ แต่ขาไม่มีแรง มือเย็นไปหมดเลยค่ะ

หลังจากนั้นงานศพก็ดำเนินต่อไปจนใกล้ถึงวันเผา บอยมาเข้าฝันเราค่ะ บอยมาบอกว่าเค้าทรมารมากค่ะ ต้องไปอยู่กับทหาร ยังไปเกิดไม่ได้ ยังไม่หมดวิบากกรรม ต้องอยู่แบบนีอีกนานจนกว่าเค้าจะปล่อยให้ไปเกิด แล้วบอยก็เอาแต่นั่งร้องไห้  พอเช้ามาเราเลยไปใส่บาตรทำบุญส่งให้บอยค่ะ

จนวัดเผาขณะที่ไฟกำลังไหมโรงศพ เราเห็นบอยยืนโบกมือลาเราค่ะ เราก็ว่าเราตาฟาดหรือเปล่า เราพยายามขยี้ตาหลายรอบเลยค่ะแต่ก็ยังเห็นอยู่ที่เดิม เราเลยขยับไปใกล้แม่เรา ถามแม่ว่าเห็นไรไหม แก่บอกไมเห็นค่ะ สรุปที่เราเห็นคนเดียว สื่อสารกับบอยได้เพราะเราสนิทกันมาก ผูกพันกันมาก แล้วเราก็มีเซ็นอ่อนๆ ด้วยค่ะ พอเสร็จจากงานเผาศพเราก็พยายามทำบุญให้บอยเสมอค่ะ จนถึงทุกวันนี้เพื่อที่เค้าจะได้พ้นกรรมเร็วๆ ค่ะ


ผู้สนับสนุน


อ่านลืมกดไลค์เพจ >> https://www.facebook.com/pantipghosts/ นะ จะได้ไม่พลาดเรื่องหลอนใหม่ๆ กัน

เครดิตเรื่องเล่าจากกระทู้ เล่นผิดที่ผิดทาง พาไปสู้เรื่องเลวร้าย ของคุณ สมาชิกหมายเลข 1837515


เล่นผิดที่ผิดทาง พาไปสู้เรื่องเลวร้าย เล่นผิดที่ผิดทาง พาไปสู้เรื่องเลวร้าย Reviewed by Nobibi on กันยายน 13, 2561 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.