ประสบการณ์ขนหัวลุกกับวิญญาณพ่อของเพื่อนมาหาตอนไปนอนที่บ้านเพื่อน

ประสบการณ์ขนหัวลุกกับวิญญาณพ่อของเพื่อนมาหาตอนไปนอนที่บ้านเพื่อน

อ่านเรื่องผี
เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกกับวิญญาณพ่อของเพื่อน

ผมทำงานเกี่ยวกับธุรกิจขายเมล็ดผัก อยู่ในตำแหน่งฝ่ายขาย เป็นเซลดีๆนี่เองครับ แน่นอนว่า หน้าที่หลักคือการออกไปพบลูกค้า จะออกต่างจังหวัดก็เดือนละ 1 อาทิตย์ โดยประมาณ ขอยิงตรงเข้าเรื่องเลยก็แล้วกันครับ..

การออกต่างจังหวัดครั้งนั้น เป็นครั้งเดียวตลอดชีวิตเซลมา 5 ปี ที่ต้องเจอกับอะไรหลอนๆแบบนั้น ผมต้องไปหาลูกค้าที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และพอดีมีเพื่อนสมัยเรียน บ้านอยู่ที่นั่นพอดี เขาชวนผมไปนอน และนั่นเป็นครั้งแรกที่ได้ไปนอนบ้านเพื่อนคนนี้ครับ และคิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ

บ้านเพื่อนอยู่ลึกจากถนนหลักเข้าไปในถนนเล็กๆ รถสวนได้แต่ก็เบียดกันมาก ตลอดสองข้างทางเป็นทุ่งนาทั้งสองฝั่ง เข้าไปประมาณ 5 กิโลเห็นจะได้ ช่วงนั้นเป็นเวลาเย็นย่ำค่ำ ยังใช้ไฟหรี่หน้ารถได้อยู่ เส้นทางค่อนข้างเป็นเนินหลุมบ่อตามทางเยอะทีเดียว บรรยากาศทั้งสองฝั่งมองไปเห็นท้องฟ้า ดวงอาทิตย์ใกล้จะตกแล้ว ผมก็รีบขับไปให้ถึงเร็วที่สุด เพราะไม่ค่อยถูกชะตากับการขับในเส้นทางแคบๆ แบบนี้

อากาศเริ่มเย็น ผมเลยปิดแอร์ และแง้มกระจกลงมาเล็กน้อย เปิดเพลงคลอเบาๆ ขับไปสักประมาณ 2 กิโล จู่ๆ ขนแขนขาลุกไปหมดเลยครับ พอผมมองไปที่หน้ารถ ริมทางฝั่งขวาห่างจากรถไปประมาณ 100 เมตร เห็นเป็นรูปร่างคนยืนอยู่ครับ ใจเริ่มไม่ดีแล้ว และผมก็ค่อยๆขับเข้าไป แน่นอนว่าผมจะไม่หยุดคุยหรือทักเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น อย่างมากก็ชำเลืองมอง..




ผู้สนับสนุน

รถผมใกล้เข้าไปเรื่อยๆ แสงไฟหน้ารถเริ่มสาดส่องไปที่ร่างของคนๆนั้น เขาใส่เสื้อลายตาราง (ลายสก๊อต) กางเกงขายาวสีเทาๆ ผิวเข้ม แต่เห็นหน้าไม่ชัดนัก และที่หัวใจผมหล่นไปที่ตาตุ่มที่สุดเลยก็คือ วินาทีที่รถของผมเคลื่อนผ่านมาแล้วกระจกฝั่งที่ผมนั่งอยู่เสมอกับร่างของเขา ผมเห็นใบหน้านั้นได้ชัดเจน หน้าของเขาเหมือนคนปกติ อายุประมาณ 50 กว่าๆ จ้องมองมาที่ผม ดวงตาดุและโตมาก ในมือข้างขวาถือจอบอยู่อันนึง เห็นเขายิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ผมก็ใจชื้นว่าไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ผมเลยเพิ่มความเร็วเข้าไปอีก เพราะเพลียเต็มทีแล้ว พร้อมกับหันกลับไปมอง ก็เห็นคนๆ นั้นค่อยๆ เดินตามหลังมา ผมก็ลังเลว่าจะเปิดถามแล้วให้เขาติดรถไปด้วยดีมั้ย บ้านเขาอาจอยู่ลึกเข้าไป แต่ประสบการณ์ที่เคยเห็นมาในที่เปลี่ยวๆแบบนี้ก็เห็นกันมานักต่อนัก ผมก็เลยไม่ได้สนใจ

ขับมาอีกสักประมาณ 2 นาที อีกประมาณ 200 เมตร ก็ถึงบ้านเพื่อนผมแล้ว เสียงโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น ดันตั้งเสียงเอาไว้เกือบสุด ตกใจแทบตาย แม่ผมโทรมา ผมก็จอดแอบข้างทางแล้วคุยก่อน ไม่ลืมที่จะล็อคประตู แม่บอกให้ผมดูว่าผ้าคลุมของแม่อยู่ในรถมั้ย ผมก็หันไปดูเบาะหลัง ดูจนทั่ว ก็บอกว่าไม่มี แม่ก็บอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวหาที่บ้านดูอีกที ผมก็หันกลับมาขับรถต่อ แต่ยังไม่ทันได้ออกรถ ขาผมนี่สั่นขึ้นมาเลยครับ ขนแขนขาสแตนด์อัพขึ้นมาอีกครั้ง ผมจำได้เลย ผมร้อง เห้ย!! ออกมาดังมาก คือตกใจครับ เพราะผมเห็นผู้ชายคนนั้น เดินเลี้ยวเข้าไปทางบ้านเพื่อนของผม ที่ตกใจไม่ใช่อะไรครับ คือผมสงสัยมากว่า เดินมาเร็วจัง? ผมไม่รอช้าครับ รีบขับตามเข้าไปทันที..

..ผมก็ขับรถตามหลังเข้าไปที่บ้านเพื่อน

เสร็จก็ดับเครื่องกำลังจะลงจากรถ และ!! สัมผัสแรกหลังจากเปิดประตู มีกลิ่นควันธูปจากที่ไหนสักที่ ลอยมาเตะจมูก ก็มองไปรอบๆบ้าน ไม่มีใครไหว้อะไรนี่นา พอมองไปในบ้าน ไฟเปิดอยู่ ข้างในเห็นเพื่อนกับแม่ของเพื่อนยืนทำอะไรสักอย่าง ผมเลยเดินไปเรียกเบาๆตรงประตูบ้าน เพื่อนก็หันมาพร้อมกับเรียกเราให้เข้าไป พอก้าวเข้าไปในตัวบ้าน กลิ่นธูปเริ่มชัดเจนขึ้น มองไปที่มือของเพื่อนกับแม่ ถือธูปอยู่กันคนละดอก แม่ของเพื่อนก็ถามว่าทานอะไรมาหรือยัง ผมก็รีบตอบเลยว่ายังครับ ตอนนั้นหิวจัดเลย เพื่อนก็ชี้ให้ไปที่โต๊ะกินข้าว ผมก็ไปนั่งรอ สักพักแม่เพื่อนก็ยกกับข้าวพร้อมข้าวมาโถนึง พวกเราสามคนก็เริ่มลงมือทานกัน จนผมก็อดถามไม่ได้ ว่าเมื่อกี๊เขาไหว้อะไรกัน พอได้ยินคำตอบเท่านั้นล่ะครับ จากคนหิวโซ กลายเป็นคนอิ่มขึ้นมาทันที..

คำตอบคือ พวกเขากำลังเรียกพ่อของเพื่อนคนนี้นี่แหละ มาทานข้าว ไอ้ผมเองก็ไม่ติดใจอะไรหรอกครับ แต่ไอ้เพื่อนเวรนี่สิ หยิบรูปพ่อมาให้ดู แล้วผมก็อุทานออกมาอีกรอบ เห้ยยย!! ผมรีบเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เจอมาตั้งแต่เลี้ยวเข้ามาจากถนนใหญ่ให้ฟังทันที เพราะคนที่ผมเห็นในรูป ทั้งหน้าตา เสื้อผ้าที่ใส่ เหมือนชายปริศนาคนที่ผมเห็นมาก และคิดว่าใช่แน่นอน เล่าจบ เพื่อนก็บอกว่า ไม่ใช่แค่ผมหรอกที่เจอ ชาวบ้านแถวนี้เจอกันจนไม่มีใครกล้ากลับบ้านหลังตะวันตกดินกันแล้ว แต่เขาไม่ทำร้ายอะไรหรอก แต่มันเป็นเวลาเดิมของทุกวันที่ได้เวลากินข้าวเย็นของครอบครัวเราตั้งแต่ตอนมีชีวิตอยู่ เรากินเวลานี้กันประจำ จนกระทั่งพ่อเสียไปจากการเป็นลมหมดสติในไร่ที่พ่อเป็นคนงานอยู่ในซอยใกล้ๆ กัน แล้วชาวบ้านพากันไปส่งโรงพยาบาล ปรากฏว่าเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ หมอให้พ่อพักงานสักอาทิตย์นึง แต่พอกลับบ้าน พ่อก็อดที่จะไปทำงานไม่ได้ เพราะพ่อคือเสาหลักของบ้าน จนวันแรกหลังออกจากโรงพยาบาลก็ไปทำตามปกติ ออกแต่เช้า แต่พอตกเย็นใกล้ได้เวลากินข้าว พ่อไม่กลับมา โทสับพ่อก็ไม่มี นั่งรอประมาณเกือบสองชั่วโมง เพื่อนบ้านแถวนั้นวิ่งมาที่บ้าน แล้วบอกว่า พ่อเป็นลมอีกแล้ว แต่รอบนี้หนักกว่าตรงที่ พ่อหยุดหายใจด้วย สุดท้ายก็เสียชีวิตคาสวนที่นั่น..

และสาเหตุที่ผมเห็นพ่อของเพื่อนเมื่อช่วงเย็น อาจเป็นเพราะว่าเขายังห่วงอยู่ ห่วงครอบครัว ห่วงงาน หรืออะไรก็ตาม แต่เรื่องที่ผมจะเล่า เพิ่งดำเนินมาถึงครึ่งเรื่อง ต่อไปจะเป็นจุดไคลแมกซ์ของเรื่องแล้วล่ะครับ จุดที่ผมกลัวที่สุดตั้งแต่ในชีวิตเคยเจอมาเลย ลองใช้วิจารณญาณก็แล้วกันครับ...

หลังจากที่ได้ยินเรื่องราวชวนขนลุกไปแล้ว ก็จัดการกินข้าวกันให้เสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นผมกับเพื่อนก็ชวนกันไปนั่งดื่มกันนิดหน่อยที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าบ้าน ดื่มไปได้ประมาณ 3-4 แก้ว ผมก็เริ่มรู้สึกง่วง เพื่อนเลยบอกว่าเดี๋ยวไปเตรียมห้องให้นอนนะ คือเพื่อนกำลังบอกเป็นนัยๆว่า เขาจะให้ผมนอนส่วนตัวว่างั้นเถอะ (คิดปอดๆขึ้นมาในใจลึกๆแล้ว)..

เพื่อนก็หายไปประมาณ 10 นาที แล้วเดินออกมาบอกเราว่า ไปนอนเถอะ เดี๋ยวนั่งกินต่ออีกแป๊บนึง ผมก็เดินเข้าไปในบ้าน ระหว่างทางที่ไปห้อง ต้องผ่านรูปพ่อของเพื่อนผม เห็นทีรัยนึกถึงชายคนข้างทางเมื่อช่วงเย็นมากๆ แต่ด้วยความง่วง แต่ยังไม่เมานะครับ ยังรู้สึกตัวดี แต่มันเพลียเพราะด้วยอาชีพที่ต้องเดินทางแล้วใช้สายตามาทั้งวัน เมื่อเปิดประตูเข้าห้อง วินาทนั้นก็มีลมมาปะทะหน้าแบบเบาๆ คิดว่าเป็นลมจากหน้าต่าง มองลงไปที่พื้น เห็นเสื่อผืนหมอนใบ คิดในใจว่าเดี๋ยวก็เช้าแล้ว ต้องรีบนอน พรุ่งนี้ทำงานแต่เช้าอีก แค่หัวถึงหมอนเท่านั้น หลับไปเลย นานเท่าไรไม่รู้ก็ได้ยินเสียงโทสับของผมสั่น แต่ตอนนั้นทำได้แค่ฟังเท่านั้น ลืมตาไม่ขึ้นเลย จนเงียบไป ไม่นานนัก ทีนี้ล่ะครับ ไม่ลืมตาก็ต้องลืมจนได้..

เพราะผมรู้สึกร้อนๆยังไงบอกไม่ถูก เหมือนไม่ได้เปิดพัดลม แต่จริงๆก็เปิดอยู่นะ มันรู้สึกอึดอัด (ตอนนั้นยังไม่ลืมตา นอนหันหน้าเข้ากำแพง หันหลังให้ประตู) และผมก็ได้ยินเสียงเหมือนคนเปิดประตูเข้ามาเบาๆ เสียงดังเอี๊ยดด !!  แต่ได้ยินเสียงเดินลากเท้า คือประมาณว่าใส่รองเท้าเดินเข้ามา แล้วก็เงียบไป ซึ่งตอนนั้นผมขนลุกแล้วครับ นึกสภาพตอนกลางคืนในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ พัดลมเบาๆ 1 ตัว กับความเงียบที่ไม่มีแม้แต่เสียงเรไรร้อง..

ทันใดนั้นเอง ก็เหมือนมีลมเบาๆ พัดมาโดนหูของผม และที่ชัดเจนคือ ไม่ใช่ลมธรรมดา แต่เหมือนเป็นลมที่ออกมาจากการเป่าปากของคน

ผมก็พยายามลืมตา และพยายามจะหันหลังมาที่ประตู แต่รู้สึกอึดอัดมาก บอกไม่ถูกครับ มันเหมือนมีคนมาดันตัวเราไว้ ผมก็คิดในใจว่า โดนเข้าแล้วล่ะ ผมจึงหลับตา ตั้งจิต ท่องนะโมเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่ไปอยู่ดี สวดอยู่ประมาณ 2 นาที ก็ยังอยู่ จนผมเริ่มโมโห ลืมตาได้ปุ๊บ พยายามชำเลืองหันไปมอง เท่านั้นล่ะครับ น้ำตาผมไหลออกมาด้วยความกลัว เพราะผมเห็นพ่อของเพื่อนมาค้ำร่างผมอยู่ในลักษณะใช้แขนสองข้างมากดลงที่ตัวผม และจ้องด้วยแววตาที่ไม่ค่อยต้อนรับ ผมจึงบอกเขาในใจว่า ผมเป็นเพื่อนของชาติ (ชื่อเพื่อนผม) ผมขอมาอาศัยที่นี่แค่คืนเดียว ขอโทษนะครับถ้ามารบกวน แต่ท่านไม่ก็ไม่ยอมไป แต่เหมือนจะกดด้วยความเบาลง เหมือนท่านอยากบอกอะไรให้ผมรู้สักอย่าง ผมจึงบอกให้ท่านมาเข้าฝันผมได้มั้ย และพรุ่งนี้ผมจะทำบุญให้ ท่านถึงยอมไป ผมผวาอยู่หลายสิบนาที เนื้อตัวนี่เหงื่อท่วมไปหมด จนหลับไปอีกรอบ (ผมคิดว่าถ้าผมไม่ดื่ม ผมคงไม่หลับล่ะครับคืนนั้น)

หลังจากที่ท่านไปแล้ว ท่านก็มาเข้าฝันผมจริงๆ

ในฝันนั้น ท่านชวนผมออกจากบ้าน แล้วเดินตามหลังท่านไปที่สวนในขณะที่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น การแต่งตัว รูปร่าง เหมือนกับวันที่ผมเห็นเมื่อวานตอนขับรถเข้ามา ผมยิ่งเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น คิดในใจว่า ท่านคงอยากให้เรารู้ว่าท่านตายยังไง

ผมก็เดินตามหลังท่านไปนานพอสมควร ก็ถึงที่ที่ท่านทำงาน ท่านก็บอกให้ผมนั่งรอตรงใต้ต้นไม้ก่อน แล้วท่านก็เดินห่างออกไปพร้อมกับจอบในมือ จนในฝัน ผมก็เผลอหลับไป รู้สึกตัวอีกทีตอนได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ไม่ไกล ผมก็ลุกขึ้นมามองไปรอบๆ พระเจ้า!! ผมเห็นพ่อของเพื่อนกำลังถูกผู้ชายสามคนจับตัวไว้ มีคนนึงพูดขึ้นมาว่า "เงินใช้หนี้ อยู่ที่ไหน" ท่านก็ตอบไปว่า "เดี๋ยววันสองวันเงินก็ออกแล้ว รอหน่อยนะ"

แต่พวกนั้นดูท่าทางจะเอาให้ได้ และผมก็เห็นอีกคนถือจอบขึ้นมา แล้วฟันลงไปที่คอของท่าน แล้วท่านก็ล้มลงแน่นิ่งไป พวกนั้นลากศพของท่านมาทางผม และฝังไว้ใต้ต้นไม้ที่ผมนอน และพวกมันเอาจอบติดกลับไปด้วย จนผมรู้สึกว่าเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง..

รุ่งเช้า ผมตื่นขึ้นมาก็ถามเพื่อนผม ว่าเจอพ่อที่ไหน เพื่อนก็บอกว่า ใต้ต้นไม้แถวๆสวนนั่นแหละ ท่านตายตรงนั้น ผมนี่บรรลุทันที และก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงจอบอันนั้น เพื่อนบอกว่า จอบนั้นพ่อจะถือติดตัวไปด้วยตลอดทุกวัน แต่วันนั้นที่เจอศพ จอบพ่อหายไป ตำรวจกับชาวบ้านช่วยกันหาเบาะแสการตายของพ่อบริเวณนั้น ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ ตำรวจมาสอบถามว่า ผู้ตายเคยมีปัญหาอะไรกับใครรึป่าว

แม่ก็ตอบว่า พ่อเคยไปกู้เงินนอกระบบมาใช้จ่ายในบ้าน แต่ก็ได้ชดใช้ไปหมดแล้ว หลังๆ มาพ่อเก็บตัว ไม่ค่อยเล่าอะไรให้ฟัง ซึ่งผมเดาว่า คงไปกู้เพิ่มอีก แล้วไม่ได้ไปใช้เจ้าหนี้

ผมก็เลยถามตำรวจว่าเป็นไปได้มั้ยที่จะเป็นอย่างที่ผมคิด




ผู้สนับสนุน
ตำรวจยืนปรึกษากันอยู่พักนึง ก็ได้รับการรายงานทางวิทยุมาว่า พบร่างผู้ชายสามคนอยู่ที่สวนอีกฟากนึง ห่างกันประมาณ 300 เมตร ตำรวจก็รีบวิ่งไปดู จนถึงที่เกิดเหตุ..

เมื่อไปที่หลังสวนซึ่งอยู่ห่างจากศพของพ่อประมาณ 300 เมตร ก็พบร่างผู้ชาย 3 คนนอนอยู่ในลักษณะนอนหงาย มีคนนึงที่ตายทั้งๆที่ยังลืมตา

และถือจอบของพ่ออยู่ในมือ ซึ่งตำรวจยังหาเบาะแสไม่ได้ ว่าเกิดจากอะไร แต่พวกผมสันนิษฐานกันตามประสาชาวบ้านว่า วิญญาณของพ่อคงตามไปฆ่าพวกนี้ เพราะที่ผิดสังเกตคือ บริเวณคอของคนที่ถือจอบ มีรอยจ้ำๆยาวๆ คล้ายโดนอะไรรัด หรือเป็นเพราะวิญญาณของพ่ออาจจะมาบีบคอพวกนี้ ที่พ่อหวง คือจอบคู่กายที่ใช้มานานนับปี และเพราะจอบอันนี้ ที่ทำให้เราสามคนพ่อแม่ลูก ได้มีชีวิตกินอยู่อย่างมีความสุข ก็ไม่ได้ขัดสนอะไร แต่ไม่คิดว่าพ่อจะไปก่อร่างสร้างหนี้เพิ่มขึ้นมาอีก..

ท้ายที่สุดแล้วตำรวจก็สามารถสืบหาต้นตอเจ้าหนี้รายใหญ่ที่ปล่อยกู้นอกระบบให้ชาวบ้านแถวนั้นได้ และยอมรับว่า สามคนที่ตายไปคือลูกน้องของเขาเอง ตำรวจก็จับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายไปตามระเบียบ

ชีวิตก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง จนกระทั่งวันที่ผมก้าวเข้ามาเหยียบที่นี่ ทุกอย่างที่ผมเห็น ผมค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นท่าน แล้วสิ่งที่ผมฝัน มันอาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับการตายของพ่อเพื่อนคนนี้ก็ได้ ทุกอย่างมันยากที่จะอธิบาย ปัจจุบันกระดูกของพ่อเพื่อนก็อยู่ในวัดๆนึงในเพชรบูรณ์นั่นแหละครับ แต่ที่ผมสงสัยแต่ก็ไม่อยากหาคำตอบต่อไปก็คือ สรุปพ่อเพื่อนของผมตายโดยธรรมชาติ หรือถูกฆาตกรรม แล้วศพที่พบในสวนนั้น เป็นศพของใคร?

(ขอโทษที่ยืดยาวนะครับ จริงๆมีอีกหลายเรื่องทีเดียว แต่เรื่องนี้เป็นครั้งแรกที่ออกต่างจังหวัดแล้วเจอมา มีโอกาสจะมาเล่าสู่กันฟังครับ จะพยายามกระชับกว่านี้ ทุกท่านจะได้ไม่ต้องรอนานครับ..ขอบคุณที่ติดตาม)

อ่านลืมกดไลค์เพจ >> https://www.facebook.com/pantipghosts/ นะ จะได้ไม่พลาดเรื่องหลอนใหม่ๆ กัน

ประสบการณ์ขนหัวลุกกับวิญญาณพ่อของเพื่อนมาหาตอนไปนอนที่บ้านเพื่อน ประสบการณ์ขนหัวลุกกับวิญญาณพ่อของเพื่อนมาหาตอนไปนอนที่บ้านเพื่อน Reviewed by Nobibi on กันยายน 04, 2561 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.