เรื่องเล่าจากความทรงจำ

เรื่องเล่าจากความทรงจำ

อ่านเรื่องผี
อ่านเรื่องผี

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาเล่าเรื่องจริงที่เคยเจอประสบการณ์หลอนลี้ลับมาตั้งแต่เด็กจนถึงตอนโตให้ฟังค่ะ เราเป็นคนค่อนข้างมีเซนส์ค่ะ บางเรื่องอาจจะไม่น่ากลัวเท่าไหร่ และเอาเรื่องที่เรารู้สึกว่ามันชัดและใช่ ทั้งหมดที่มาพิมพ์นี้เป็นเรื่องจริงทุกอย่างที่เคยเจอและบางเรื่องก็เป็นเรื่องที่คนใกล้ตัวเราเคยเจอค่ะ ...

1. จุดเริ่มต้น 

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้วสมัยประถม หลังบ้านเราติดคลองถัดจากคลองก็เป็นสวนมะพร้าวค่ะ แต่ก่อนเราจะไปรับแม่ที่ทำงานกับพ่อ กว่าจะมาถึงบ้านก็มืดแล้ว วันนั้นเดินเข้าบ้านมากับแม่ ระหว่างเดินก็มองไปทางคลองหลังบ้านซึ่งมืดมากตอนนั้น อยู่ดีๆเราก็เห็นเป็นเหมือนดวงไฟสีขาวสว่างๆ ความสูงประมาณผู้ใหญ่ เหมือนยืนอยู่ตรงทางเดินริมคลอง เราก็ถามแม่ว่าเห็นไหม แม่ก็บอกไม่เห็นมีอะไร ซึ่งตอนนั้นสวนก็มืดมากเพราะไม่มีไฟเลย ฝั่งตรงข้ามคลองก็เป็นบ้านเรา แล้วมันคือแสงอะไร ทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ค่ะ แต่รู้ว่าหลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงบ้าง เห็นบ้างเป็นต้นมา



2. เข้าค่ายที่ราชบุรี 


สมัยอยู่ม.ปลาย น่าจะประมาณม.4-5 ไม่แน่ใจ ทางโรงเรียนจัดให้ไปเข้าค่ายธรรมะที่วัดแห่งหนึ่งในราชบุรี ก็แยกฝั่งกันชาย-หญิง นอนคนละที่ ผญ.ก็นอนรวมกันทั้งระดับชั้น ห้องที่นอนเป็นเสื่อแต่มีแอร์ ประตูกระจกปิดไว้ สถานที่ค่อนข้างโอเคในระดับหนึ่ง เรากับเพื่อนก็นอนใกล้ปากทางเข้าประตู แล้วใกล้ประตูก็จะมีกระเป๋าของเพื่อนๆ คนอื่นมาวางกองๆกั้นไว้หลายสิบใบ ตอนนั้นน่าจะประมาณ 5 ทุ่ม ครูก็เข้ามาปิดไฟห้องแล้วเดินออกไปแต่หน้าห้องด้านนอกยังเปิดไฟไว้อยู่ แสงก็เข้ามาในห้องบ้างเพราะประตูเป็นกระจก ในขณะที่เสียงเริ่มเงียบลงเพราะทุกคนเริ่มจะหลับกัน เรากับเพื่อนก็ยังคุยเม้าท์มอยไม่เลิก คุยซักพักเห็นผญ.คนหนึ่งถัดจากเราไปหลายแถว ลุกขึ้นมานั่งหันหลังให้ เรากับเพื่อนก็ไม่ได้คิดอะไรก็คุยกันต่อ ซักพักเราก็เห็นผญ.คนนั้นกำลังเดินมาเพราะใส่ชุดสีขาวทั้งชุด ค่อยๆเดินมาทางเราแต่เรามองไม่เห็นหน้าเพราะมืดและผมผญ.คนนั้นบังหน้าอยู่ก็ยังไม่ได้สงสัยอะไรอีกเพราะคิดว่าจะเดินมาหาของในกระเป๋าที่วางไว้หน้าประตู แต่พอเดินมาถึงผญ.คนนั้นกลับนั่งยองๆ เอามือเท้าคางมองออกไปนอกประตู นั่งอยู่ตรงนั้นนานพอสมควร แต่ก็ยังไม่เห็นหน้าอีกเพราะผมบัง เรากับเพื่อนก็กระซิบกัน

"ใครวะ มานั่งทำไรตรงนี้"

ก็ยังสงสัย เราเลยพูดไปว่า

"เห้ย มานั่งทำไรวะ ไม่หลับไม่นอนไง"

ผญ.คนนั้นก็ยังนั่งท่าเดิมไม่ขยับ เพื่อนเรามันก็ตะโกนไปอีกรอบ ซักแปบผญ.คนนั้นลุกขึ้นแต่ก็ลุกแบบหันหลังให้ เพื่อนเราก็เลยบอกว่า

"กูว่าใช่วะ รีบแกล้งหลับเถอะ"

ด้วยความกลัว พวกเราก็รีบหลับตากันหมด ก็ได้ยินเสียงผญ.คนนั้นเดินมาทางเรา เรากลัวเลยไม่ได้ลืมตา แต่เพื่อนเรามันแอบหยีตาอยู่  มันก็กระซิบว่า

"มาชะโงกดูพวกเราด้วยอะ"

เราก็เงียบเพราะเรารู้สึกเหมือนมีเงาดำๆมายืนอยู่ข้างๆ ซักพักก็รู้สึกว่าไม่มีเลยลืมตา ผญ.คนนั้นก็หายไปแล้ว

เช้าตื่นมาก็ไปเล่าให้ครูฟัง ครูเลยไปเล่าให้พระฟัง พระท่านเลยบอกว่า "เจออีกแล้วสิ โรงเรียนอื่นมาก็เจอ ไม่มีอะไรหรอก เขามาคอยดูแลเฉยๆ" ฟังแล้วถึงกับเงิบไปตามๆกัน


3. เรื่องของอากง 

เรื่องนี้เล่าย้อนไปตอนปิดเทอม ม.3 จะขึ้น ม.4 ตอนนั้นอากงเราอายุประมาณ 90ปี เจ็บออดๆแอดๆมาหลายปี มาถึงวันหนึ่งที่ทุกคนไม่อยากให้เกิด อากงเราเสียที่บ้านตอน4ทุ่มกว่า ทุกคนเสียใจกันหมด หลังจากนั้นก็คุยกันเรื่องพิธีต่างๆ พวกผู้ใหญ่เลยไม่ได้นอนกันทั้งคืน (แต่เราหลับเพราะง่วงมาก)

ตอนเช้าก็มีทำพิธีจากบ้านมาที่วัด พอถึงวัดก็ต้องลงจากรถเตรียมตัวแบกโลงศพที่มีอากงเราอยู่ข้างในเข้าศาลา แต่ศาลาวัดแถวบ้านเรา โลงศพต้องยกขึ้นเหมือนฐานอีกขั้นหนึ่งซึ่งสูงประมาณหัวเข่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่2คน เขากำลังแบกโลงศพจะขึ้นบนฐานนั้น เราก็ดันปากพล่อยถามแม่

"แม่ๆ คนยกเขาคงหนักอากงเนอะ"

แม่เราก็หันขวับมาว่าเรา ว่างานศพเขาไม่ให้พูดเรื่องอะไรแบบนี้ แม่พูดไม่ทันขาดคำ ได้ยินเสียงคนแบกโลงร้องโวยวายว่า

"มาช่วยยกหน่อยอยู่ดีๆก็ยกไม่ไหว"

ก็มีเจ้าหน้าที่อีก 2 คนวิ่งมาช่วยยกรวมเป็น 4 คนแต่ก็ยกไม่ไหวอีก ซึ่งแต่ละคนเป็นผู้ชายตัวสูงใหญ่ทั้งนั้น แม่เลยบอกว่าให้รีบพูดขอโทษอากงเดี๋ยวนี้ เราก็เลยพูดไปว่า

"อากงหนูล้อเล่นนะเมื่อกี้ ให้คนเขายกอากงขึ้นฐานได้นะ"

พูดจบ คนยกเขาก็ยกได้ตามปกติ เราเลยเริ่มกลัวแล้วตอนนั้น  แต่ขณะที่ทำพิธีตามแบบจีนที่วัดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ว่าเรื่องดันเกิดที่บ้านเราหลังอากงตายครบ 7 วัน

ตามปกติคนจีนเวลามีคนตาย เขาจะวางโต๊ะตั้งอาหารไว้สำหรับคนตายที่บ้าน ตั้งแต่วันแรกที่ตายไป โดยต้องตั้งอาหาร 3 มื้อเหมือนคนทั่วไป ทุกวัน จนครบ 7 วัน แล้วหลังโต๊ะก็จะมีรูปคนตายวางไว้บนเก้าอี้ สวมเสื้อคนตายไว้บนเก้าอี้และกางเกงพาดไว้บนที่นั่งเก้าอี้ ส่วนข้างล่างเก้าอี้นั้น จะวางรองเท้าของแกไว้ เสมือนแกนั่งอยู่ที่โต๊ะนั้นตลอดเวลา เวลาผ่านไปก็เอาอาหารไปตั้งตามปกติจนถึงคืนวันที่ 7

ห้องนอนของแม่เรา จะใกล้ๆกับเตียงที่อากงนอนอยู่ ซึ่งแกจะนอนบนเตียงแล้วก็มีมุ้งกางเฉยๆ ไม่ได้มีห้องกั้นอะไร ปกติตอนแกมีชีวิตอยู่ก็จะเจอ กินข้าวด้วยกันประจำ แล้วโต๊ะที่ตั้งอาหารให้แกก็วางไว้ใกล้ๆเตียงแกเหมือนกัน คืนวันนั้นเรานอนห้องแม่ดูทีวีถึงประมาณเที่ยงคืนกว่า อยู่ๆเราก็ได้ยินเสียงร้องเท้าอากงเดิน เสียงมาจากทางเตียงแกกำลังเดินมาทางห้องมา เดินมาใกล้เรื่อยๆ ตอนแรกก็ว่าหูฝาด เลยเรียกแม่ แม่บอกเบาเสียงทีวีซิ พอเบาทีวีแค่นั้นแหละค่ะ ได้ยินเสียงแกเดินจริงๆ เป็นเสียงของรองเท้าที่วางไว้ใต้เก้าอี้ ซึ่งแกใส่ประจำ กำลังเดินมาทางห้องแม่ แม่เลยบอกว่า

"ปิดทีวีเดี๋ยวนี้แล้วรีบนอนซะ"

ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เรากับแม่เลยกลัวจนหลับไป เช้าตื่นมาเล่าให้ป้าๆ ฟัง เลยกลัวกันหมดทั้งบ้านเลยค่ะ

4. หอพักตอนเรียนมหาวิทยาลัย 

เราเป็นเด็กกทม. แต่สอบติดมหาลัยต่างจังหวัด ก็เลยต้องย้ายไปอยู่หอ หอที่อยู่เป็นหอนอกใกล้ๆกับมหาลัย เราได้ย้ายไปอยู่หอนี้กับเพื่อนตอนขึ้นปี 2 แล้วตอนนั้นพี่ปี 2 ต้องเป็นคนรับน้องปี 1 ซึ่งก็ต้องเลิกดึกๆ  วันนั้นเป็นวันแรกที่เราย้ายเข้าหอนั้นซึ่งก่อนหน้าเราได้เอาของเข้าไปก่อนแล้ว เข้าไปก็อาบน้ำปิดไฟเตรียมนอนเพราะตอนเช้าต้องไปรับน้องอีก พอปิดไฟซักแปบก็นอนคุยกับเพื่อนเรื่องรับน้อง คุยได้แปบเดียวได้ยินเสียงคนเคาะตู้เสื้อผ้า...

เรากับเพื่อนก็ต่างคนต่างถามกันว่า

"ได้ยินใช่มะ"

เรากับเพื่อนก็ทำเป็นเงียบๆ ไม่สนใจคุยเรื่องอื่นต่อ ซักพักเสียงเคาะตู้ก็เงียบไปก็โล่งใจ แต่โล่งได้แปบเดียว ทีนี้มันมาเคาะเตียงเลยค่ะ เตียงเป็นเตียงเหล็ก ก็ได้ยินเสียงแก๊งๆๆๆๆ ดังตลอด เคาะตรงนั้นทีตรงนี้ที เราก็ถามเพื่อว่า

"เคาะทำไม ยิ่งกลัวๆอยู่"

มันก็ชูมือขึ้น2ข้าง มันบอก

"ดูเอาละกันว่าใช่กูป่าว" เรากับเพื่อนก็แบบอืมมมมมม รู้ละ ว่าอะไร เสียงก็เคาะตลอด จนเราพูดว่า

"ขอนอนนะ มาดี เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่วันแรกแล้วจะอยู่ไปอีกหลายปี"

เสร็จแล้วเสียงก็เงียบ เรากับเพื่อนก็หลับ...

แต่พอเช้าตื่นมา ตัวเราเป็นรอยช้ำเขียว ตามแขนขาเต็มไปหมด เหมือนไปกระแทกอะไรมา ตอนแรกก็คิดว่ากลางคืนนอนดิ้นหรือเปล่า แต่ปรากฎเป็นอยู่ 3 วันเลยเซ็ง ไปถามเจ้าของหอ แกถามว่า

"ตอนย้ายเข้ามาได้จุดธูปไหว้ศาลพระพรหมหน้าหอหรือยัง"

เราก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ไหว้อะไรเลย เจ้าของหอเลยให้ธูปเทียนมาไหว้ เราเลยบอกท่านว่าย้ายเข้ามาอยู่นี่ ให้ท่านคุ้มครองด้วย หลังจากนั้นก็ไม่มีรอยจ้ำอะไรเลย เสียงก็หายไป ไม่มีอะไรอีกเลย จนกระทั่งวันที่แฟนเพื่อนเราตาย จะมาเล่าคอมเมนท์ต่อไปค่ะ

5. แฟนเพื่อน 

ก่อนอื่นถ้าเพื่อนเรามาเห็นข้อความนี้ ก็น่าจะรู้ว่าเป็นมัน ขออนุญาตเอามาเล่าหน่อยนะ ...

เพื่อนเราคนนี้สมมุติว่าชื่อ มาย มายนี่เรารู้จักกันมาตั้งแต่เรียนอนุบาลยันประถมแล้วก็แยกกัน ซึ่งตอนนั้นไม่ค่อยชอบหน้ามันและมันก็ไม่ชอบหน้าเรา5555 สุดท้ายมาเจอกันตอนมหาลัยอยู่คณะเดียวกัน เอกเดียวกันเลยจำกันได้ จับพลัดจับผลูมาเป็นรูมเมทกันที่หอแห่งนี้ (หอที่เล่าไปข้อ3 ลืมบอกว่าหอนี้เป็นหอหญิง) หอนี้อยู่3คน มีเรา มาย แล้วก็อ้วน อยู่ด้วยกันด้วยความปกติสุขมาได้ซักพัก จนมีอยู่วันหนึ่งเดือนกรกฎาคม ตอนนั้นอยู่ปี2 (ปี2 หลังจากย้ายเข้าหอมาไม่นาน แต่หลังจากเรื่องนี้ก็ไม่เจออะไรในหอเลยนะคะ) นั่งเรียนวิชาอังกฤษอยู่ เพื่อนเราได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนแฟนของมายว่า

"พี่ต่อ (แฟนมาย)ตายแล้ว รถชนตายบนทางด่วน" 

มายก็เงียบไปแปบนึง ยังคิดว่าเพื่อนพี่ต่อโกหก แล้วปลายสายก็ย้ำมาว่านี่เรื่องจริง ตอนนี้ศพของพี่ต่ออยู่ที่โรงพยาบาล เพื่อนเราช็อคร้องไห้ไม่ออกเลยค่ะ มันก็เล่าให้เราฟัง แล้วก็รีบขออาจารย์ลากลับบ้านที่กทม.ก่อนมีเรื่องด่วน พอมายไปถึงกทม.ก็โทรมาหาเรา ร้องไห้ฟูมฟายว่า

"พี่ต่อตายแล้ว รถชนคอหักตายคาที่เลย ชนกำแพงทางด่วน"

ทางด่วนตรงนี้ที่ไหนซักที่ในกทม. เราก็จำไม่ได้แล้วค่ะแต่รู้ว่าตรงนั้นตายกันเยอะ มันก็ร้องๆๆๆๆๆๆ ร้องไห้จนแบบจะขาดใจตาย ก็อย่างว่าคบกันมานานค่ะ จนพิธีอะไรเสร็จสิ้น มายก็กลับมาอยู่หอ ก็คอยทำบุญให้พี่ต่อตลอด...

ค่ำวันหนึ่งตอนนั้นประมาณ 3 ทุ่มนิดๆ เรา มาย อ้วนก็ไปหาไรกินกันแถวๆหอ เสร็จกลับมาจะขึ้นหอ (ประตูขึ้นหอเราจะเป็นสแกนบัตรแล้วเปิดประตูกระจกเข้าไป รอบๆนั้นก็เป็นกระจกก่อนจะขึ้นบันไดหอ) สแกนบัตรเสร็จเราเห็นเงาของพี่ต่อยืนอยู่ข้างๆกระจก เราขนลุกมากตอนนั้น นึกในใจเอาแล้วไง เจอแล้วๆ 5555 เราก็รอจนขึ้นไปถึงห้อง เราก็บอก

"พวก กูเห็นพี่ต่อตะกี้นี้ตรงกระจกข้างล่าง"

มายก็ถามใส่เสื้อสีอะไร เราเลยตอบไปว่า

"เสื้อเชื้ตลายสก็อตดำ"

มายปล่อยโฮเลยค่ะเพราะว่ามายคิดถึงพี่ต่อมาก รอให้มาเข้าฝันก็ไม่มาซักที ทำทุกวิธีพี่ต่อก็ไม่มาหามันซักทีแต่เราเห็น ซึ่งเราไม่อยาก ก็คุยๆไปจนหลับ ผ่านไปหลายวันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

มาอยู่วันหนึ่งเราฝันค่ะ ฝันว่าเดินอยู่ในวัดซักที่ เหมือนพาน้องปี 1 ไปรับน้องที่วัดแล้วในฝันฝนตก เราเลยบอกให้น้องๆมาหลบอยู่ในโบสถ์ก่อน แล้วเราก็ยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง เราเห็นพี่ต่อค่ะยืนหันข้างตากฝนอยู่ เราก็นึกในใจ

"หึ้ย ตายไปแล้วนี่หว่า มาไงวะ"

แล้วฝนก็ซาลง พี่ต่อก็หายไป เราเลยบอกให้น้องๆ กลับมหาลัยเพราะฝนเริ่มเบาแล้ว ขณะที่เรากำลังก้าวเท้าออกจากประตูโบสถ์ เราเจอพี่ต่อมายืนอยู่ข้างหน้าเราค่ะ แล้วก็เอามือ 2 ข้างมาข่วนตัวเรา จำได้ในฝันเลือดออกเต็มไปหมด แล้วพี่ต่อก็พูดว่า

"ทำไมไม่ทำบุญให้กู ทำบุญให้กูบ้าง"

เสียงเค้าโกรธมากค่ะแล้วเราก็สะดุ้งตื่น...

พอตื่นมาวันนั้นฝนตกปรอยๆพอดี ฟ้าขมุกขมัวมาก เราก็เลยปลุกมายด้วย ปลุกอ้วนด้วยจะบอกว่าเราฝันถึงพี่ต่อ เแต่เรายังไม่ทันอ้าปากจะเล่าเรื่องเลยค่ะ อ้วนมันตัดบทก่อนว่า

"กูฝันถึงพี่ต่อ กูฝันว่ากูกำลังว่ายน้ำในสระอยู่ดีๆ แล้วพี่ต่อว่ายมาข้างๆ สภาพน่ากลัวมากแล้วบอกว่า เขาหนาว ช่วยเขาด้วย"

แล้วพอดีตอนนั้นโทรศัพท์อ้วนมันดัง มีเพื่อนผช.อีกคนชื่อโอ โทรเข้ามาพอดี โอบอก

"กูฝันเห็นพี่ต่อวะ"

อ้วนมันเลยเปิดลำโพงให้เรากับมายฟังด้วย สิ่งที่โอเล่า มันเหมือนฝันของอ้วนเป๊ะๆ ตอนนั้นมายเริ่มน้ำตาคลอแล้วค่ะ อ้วนมันก็เล่าเรื่องที่ฝันให้โอฟัง แล้วเราก็เล่าเรื่องที่เราฝันให้พวกมันฟัง ตอนนั้นนั่งมองหน้ากันขนลุกไปหมดค่ะ โอนี่โวยวายใหญ่เพราะกลัวมาก55555 สุดท้ายวันนั้นเราตัดสินใจไปทำบุญให้พี่ต่อที่วัด หลังจากนั้นเขาก็ไม่มาเข้าฝันอีกเลย แต่ว่าประมาณปี 4 เรามีโอกาสไปวัดแห่งหนึ่งในหัวหินกับแก๊งค์เราค่ะ ในนั้นมีมายกับโอไปด้วย ไปถึงวัดหลวงพ่อทักมายว่า

"เขาตามเรามาด้วยนะ ตามตลอดแหละ"

นั่งฟังอยู่ขนลุกกันเกรียวเลยตอนนั้น

6. ผีจาน

สมัยฝึกงานปี3 เรามาฝึกที่โรงแรมหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ ทำอยู่ห้องอาหารฝึกเป็นเด็กเสิร์ฟอาหาร (ทำอยู่3เดือน)เพราะทางเอกที่เรียนบอกทำงานอะไรก็ได้ที่ใช้ภาษาอังกฤษ เราก็มาทำได้ซักเดือนนึง พักกลางวันที่โรงแรมครัวจะปิดค่ะ (โรงแรมไม่ใหญ่มาก) เราก็นั่งเล่นมือถือในห้องครัวอยู่คนเดียว ตอนนั้นไม่มีคนอยู่เลยนอกจากเรา ก็นั่งเล่นไปเรื่อยๆได้ยินเสียงจานแตกเพล้งง ดังมาก เราคิดว่ามันต้องหลายใบแหงๆเพราะดังขนาดนี้ แต่ตอนที่เดินไปดูจานแตก เรางงมากเพราะจานมันแตกอยู่หลังเคาน์เตอร์ครัวด้านในสุด แต่เศษมันกระเด็นมาหน้าประตูห้องครัวด้วย ทั้งๆที่จานใบเดียวกันแล้วห่างกันตั้งหลายเมตรแถมแตกตรงเคาน์เตอร์ด้านในสุด มันไม่มีทางที่จะกระเด็นได้หักมุมและไกลได้ขนาดนี้...

พอป้าๆแม่ครัวเข้ามาเราก็บอกจานแตก เดี๋ยวจะจ่ายตังค่าจานให้ ป้าแกก็บอกแตกได้ยังไง จานเก็บเข้าตู้ไปหมดแล้วไม่มีวางจานอยู่ข้างนอกเลยซักใบ มาได้ยังไง เรายิ่งงงเป็นไก่ตาแตกเลย มายังไงวะนั่น ป้าเลยบอกชั้นนี้อะแรง พรุ่งนี้เอาของมาไหว้ด้วย แล้วหลังจากไหว้เจ้าที่ชั้นนั้นเราก็ไม่เจออะไรอีก

7. ณ โรงแรมใจกลางกรุงเทพฯ

เรื่องนี้เกิดที่โรงแรมที่เดิมค่ะ ตอนนั้นเราเรียนจบแล้วกลับมาสมัครที่นี่ต่อ เพราะชอบบรรยากาศ location ตั้งอยู่กลางเมือง ใกล้ห้างใหญ่ๆสวรรค์มากค่ะ หลังจากที่เรียนอยู่ ตจว.มานานไม่มีไรเลย ความรู้สึกเลยเหมือนกลับถิ่น 5555

เราเป็น front office อยู่นี่ได้ปีนึงแล้วอยากจะออกเพราะเกลียดผู้จัดการค่ะ เยอะทุกอย่าง ชี้นิ้วอย่างเดียว ตัวเองทำอะไรไม่เป็นซักอย่าง เอาหน้าคนเดียว (ระบายอารมณ์ค่ะ 5555 ) ช่วงก่อนจะออกซักเดือน 2เดือน เราได้ขึ้นไปตามห้องพัก type ต่างๆเพื่อถ่ายรูป เอารูปลงเว็บไซต์โรงแรม เราก็ไปคนเดียวถ่ายรูปตามห้องว่างแต่ละขนาดๆก็ถ่ายไปทุก type จนเสร็จกลับบ้าน คืนนั้นฝันค่ะว่าเราอยู่ห้องเลข 805 แล้วมีคนแก่ๆผู้ชายเดินมาบอกว่าหนูๆ รู้มั้ยห้อง 804 มีผีนะ ผีผญ.ผูกคอตาย แล้วแกก็หัวเราะ ในฝันเราก็กลัวค่ะแต่ไม่ได้อะไร เช้าก็ตื่นไปทำงานตามปกติ...

นั่งทำงานซักพักเราก็นึกขึ้นได้ว่า "เห้ย เมื่อวานถ่ายรูปห้อง804 ด้วยนี่ ลองเปิดดูดีกว่า" เพราะนึกถึงที่ฝันเมื่อคืนจริงๆตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรค่ะเรื่องเล่าจากความทรงจำ เพราะเราไม่คิดว่ามันจะมีอะไรอยู่แล้ว แต่ดันเจอจริงๆค่ะดูจากรูป เราถ่ายรูปทุกมุมห้องนี้ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องรับแขก แต่แจ็คพอตมันไปอยู่ห้องน้ำค่ะ ส่วนที่อาบน้ำเป็นที่กั้นกระจกมีประตูปิด เราถ่ายมาด้วยแต่ในเงากระจกอาบน้ำเห็นเป็นเงาดำผู้หญิงผมยาวๆยืนหันหลังอยู่ ไม่เป็นอันทำงานเลยวันนั้น...

เรื่องรู้ไปถึงเจ๊บัญชีซึ่งมีญาณพิเศษ นางอ้างว่านางเห็นอะไรพวกนี้ นางเลยขอรูปไปดู นางก็อืมม เห็นชัดเลยนะเนี่ยเห็นเหมือนกัน  เราก็ว่านางมั่วรึเปล่า ห้องจริงก็ยังไม่เคยไปดู ตกบ่ายนางก็ชวนเราไปห้องนั้น แม่บ้านรู้ก็ตามมาจะขอหวยอีก 55555 เราก็ส่งนางไปในห้องน้ำแต่นางยังเข้าไม่ถึงห้องน้ำเลยค่ะ แค่ปากประตูห้องนอน(ห้องน้ำที่เจออยู่ในห้องนอน) นางก็บอกว่า

"ไม่ไหวแล้วอะ น่ากลัวมาก ไม่อยากเข้าไปเลย"

เราก็นึก

"ไรวะ มาทั้งทีไม่กล้าเข้าอีก"

เหล่าแม่บ้านก็อาสาใจกล้าเข้าไป เจ๊บัญชีแกเลยตามเข้าไปด้วย พอนางไปถึงหน้าประตูห้องน้ำแค่นั้นแหละค่ะ นางกรี๊ดลั่นทั้งชั้นเลย นางบอกเห็นผู้หญิงคนนี้จริงๆ คนอื่นก็ขนลุกเกรียวไปหมด รวมทั้งเราด้วย นางบอก

"ผู้หญิงคนนี้อยู่ตรงมุมตู้กระจกอาบน้ำจริงๆ อยู่มานาน ไปไหนไม่ได้เลย ทรมานมาก"

เราก็นึก เอาแล่วววว แล้วทำไงละที่นี้ เราก็เลยถามเจ๊แกว่า

"ปกติแม่บ้านมาทำความสะอาดไม่เห็นเคยเจอเลย"

นางก็บอกว่า

"คนอื่นสัมผัสไม่ได้ มีแต่แก(ก็คือเรา) คนเดียวที่สัมผัสได้ เขาเลยออกมาให้เราเห็นมาเข้าฝันเรา แล้วเขาก็อยากให้ช่วยแต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง"

แต่ห้อง804น่าแปลกคือ มีลูกค้าเคยมาพักไม่ถึง 5 คนตั้งแต่เปิดตึกมา (เปิดตึกมา5-6ปี) แล้วก็มานอนคืนเดียวแล้วก็ไป อันนี้ F/O Manager เล่าให้เราฟัง เวลาทำจองห้องให้ลูกค้ามาอยู่ห้องนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะ cancel ตลอดไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกันค่ะ แล้วอีกอย่างโรงแรมนี้ไม่มีศาลพระภูมิค่ะ ไม่รู้ทำไมอีกเช่นกัน เรื่องรู้ถึงลูกเจ้าของโรงแรม แกเลยให้พระมาทำบุญตึกและห้อง 804 โดยเฉพาะ แล้วหลังจากนั้นก็มีคนมาพักห้อง 804 ตลอดและมีลูกค้ารายปีมาพักด้วย


ผู้สนับสนุน

อ่านลืมกดไลค์เพจ >> https://www.facebook.com/pantipghosts/ นะ จะได้ไม่พลาดเรื่องหลอนใหม่ๆ กัน

เครดิตเรื่องเล่าจากกระทู้ เรื่องเล่าจากความทรงจำ ของคุณ สมาชิกหมายเลข 2368889
เรื่องเล่าจากความทรงจำ เรื่องเล่าจากความทรงจำ Reviewed by Nobibi on กันยายน 26, 2561 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.