เมื่อฉันไปบวช กับสิ่งที่เจอในเวลานี้!!

เรื่องหลอน เมื่อฉันไปบวช กับสิ่งที่เจอในเวลานี้!!

เมื่อฉันไปบวช กับสิ่งที่เจอในเวลานี้!!
อ่านเรื่องผี เมื่อฉันไปบวช กับสิ่งที่เจอในเวลานี้!!

ค่ะเราเป็นคนชอบทำบุญนะค่ะทุกวันพระหรือถ้ามีโอกาสเราจะชอบเข้าวัดมากๆ เลยค่ะ และการที่เราชอบทำบุญนี้แหละค่ะ มันเหมือนเป็นต้นเหตุหรือป่าวนะ

วันที่ 5 มกราคม เพื่อนสนิทเราชื่อเมโทรมาชวนเราว่าอยากบวช ไปบวชเป็นเพื่อนหน่อย ด้วยการที่เราชอบทำบุญค่ะ ก็โอเคตกลงวันเวลากันว่าวันที่ 7 มกราคม เราจะเดินทางไปบวชที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เรากับเมเรียนอยู่กทม.นะค่ะปี 4 จะจบแล้ว อยู่ในช่วงทำโปรเจคเสนออาจารย์ค่ะ

เราก็ตกลงกันว่าจะออกเดินทางตี 4 ของวันที่ 7 เพื่อจะได้ถึงเชียงใหม่ในเช้าของอีกวัน พอใกล้ถึงวันเดินทางเราไปเดินเล่นจตุจักรค่ะ อยู่ๆ ก็มีหมอดูเดินมาทักว่าช่วงนี้อย่าเดินทางไกลอาจไปแล้วไม่ได้กลับมาก็ได้ เราก็ฟังนะแต่ตั้งใจจะไปแล้วก็คือจะไปค่ะ เราเป็นคนรั้นค่ะไม่ค่อยเชื่อเรื่องที่งมงายเท่าไหร่

พอถึงวันเดินทางเราขับรถไปรับเพื่อนที่คอนโดแต่ระหว่างทางที่จะไปคอนโดรถเราเกิดดับค่ะ ก่อนหน้าที่จะเดินทางเราก็เอารถเข้าไปเช็คแล้วนะ เราก็โทรบอกเพื่อนว่ารอแปบนะรถดับ สักพักผ่านไปประมาณ 20 นาที อยู่ๆ รถก็สตาทร์ติด เราก็งง เดี๋ยวติดเดี๋ยวดับ เราก็ขับไปรับเพื่อนต่อจนถึงระหว่างทางนครสวรรค์แม่เราโทรมาค่ะ โทรมาบอกว่าฝันไม่ดีว่าเรารถคว่ำช่วงนี้อย่าเดินทางไกลๆ นะ เมื่อเช้าไปทำบุญพระท่านก็เตือนมา เราก็บอกไม่ทันละแม่อยู่นครสวรรค์ละกำลังจะไปเชียงใหม่ แม่เราโวยวายเลยคะแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ได้แค่บอกดูแลตัวเองด้วยนะมีอะไรก็โทรมา



ผู้สนับสนุน


เราก็ขับต่อแบบไม่สนใจปกติก็เป็นคนไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ค่ะ เราเปลี่ยนกันขับกับเพื่อนจนถึงเชียงใหม่ในเช้าของอีกวัน เรากับเมก็ไปจัดการเรื่องมาขอบวชชี แม่ชีที่วัดเค้าก็จัดที่พักให้เรามา 1 หลังแล้วก็บอกว่าตอนนี้มีเด็กจากโรงเรียนในจังหวัดมาเข้าค่ายธรรมะถ้าทำอะไรเสร็จให้ไปช่วยที่โรงทานนะ เรากับเมก็ทำตามที่แม่ชีบอกนะค่ะ พอเสร็จจากโรงทานตอนบ่ายก็ไม่มีอะไรทำเค้าให้พักตามอัธยาศัยค่ะ ตกช่วงตอนเย็นจะมีทำวัดเย็นใช่มั้ยค่ะ แล้วก็นั่งสมาธิเดินจงกลม คืนแรกที่มาไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะค่ะเรากับเมก็กลับไปนอนที่บ้านพักกัน

พอตื่นเช้ามาช่วงนั้นเชียงใหม่เป็นหน้าหนาวแล้ววัดที่เราไปกันคือวัดเหมือนอยู่บนเขาค่ะ อากาศก็มักจะเย็นกว่าข้างล่างนิดหน่อย ไม่หน่อยละนะหนาวมากอะ เรากับเมแล้วก็คนอื่นๆ ที่มาบวชด้วย ตื่นมาทำวัดเช้ากันค่ะตอนตื่นเราก็ถามเมว่าเป็นไงนอนสบายมั้ย เมก็บอกรู้สึกแปลกๆ เมื่อคืนเหมือนมีคนมากระซิบข้างหูเราก็บอกคิดมากไปเองป่าวเพื่อนคงเพลียจากการเดินทางนะแหละ เมก็ไม่ได้พูดไรต่อ

เราลงมาทำวัดเช้ากันระหว่างกิจกรรมทำวัดเช้าจะมีเดินจงกลม ตอนนี้ที่เรารู้สึกว่ารอบข้างเราไม่ปกติเรารู้สึกเหมือนมีคนมาเดินข้างๆ ทั้งที่ทุกคนมีระยะห่างของตัวเองนะค่ะ เราก็รู้สึกว่ามีคนมาเดินข้างๆ แบบแนบชิดเลยค่ะ เราก็รู้สึกขนลุกเลยตอนนั้น เลยขอแม่ชีไปเข้าห้องน้ำ

ระหว่างทางเดินไปห้องน้ำมันจะเป็นเหมือนป่าคือห้องน้ำอยู่ในป่า เฮฮากันเลยทีเดียว ระหว่างทางที่เดินไปเราไปคนเดียวนะแต่เหมือนว่าไม่ได้ไปคนเดียวเหมือนมีคนมาเดินตามหลังตลอดเวลาเราเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีมากๆ เลย ตอนนั้นจะเดินกลับก็กลัวจะไปต่อก็กลัวก็เลยหยุดฟังเสียง พอเราหยุดแต่เสียงมันไม่หยุดมันเหมือนมีคนมาเดินรอบๆ ตัวเราตอนนั้นเหมือนจิตหลุดมากเลยนะวิ่งกลับไปที่เขาเดินจงกลมกันด้วยความเร็วแสงเลยก็ว่าได้ ตอนนั้นคือเริ่มกลัวแล้วค่ะเมก็มาถามว่าเป็นอะไรหรือป่าว เราด้วยความที่กลัวเพื่อนกังวล กลัวว่าเมจะไม่บวชต่อเพราะเรา เราก็เลยตอบไปว่าไม่มีไรหรอก เราโอเค

พอทำวัด เดินจงกลม นั่งสมาธิเสร็จก็ถึงเวลาทานข้าว เราก็กับเมเดินไปทานข้าวที่โรงทานปกติค่ะ แต่พอกลับมาคือมันไม่ปกติตรงที่มันมีเศษข้าวกล่องที่เรากับเมซื้อมาเมื่อวานตอนเดินทาง คือมันเหลือกะจะเอาไปทิ้งแต่ลืม ในห้องมีแต่เศษข้าวเต็มไปหมด เราก็เห้ยขโมยป่าวว้ะ พอไปตรวจเช็คของก็ปรากฎว่าอยู่ครบทุกอย่างไม่โดนรื้อ แต่ก็งงตรงข้าวกล่อง อะไรกันนี่หนูเหรอ แมวเหรอ ไม่น่าใช่เพราะหนูกับแมวเปิดประตูกห้องไม่เป็น

เราก็นำเรื่องไปบอกแม่ชี แม่ชีเข้ามาดูก็บอกว่าเค้าคงหิวนะ เค้ามาดีไม่มีอะไรหรอก เรากับเมมองหน้ากัน แม่ชีสื่อถึงอะไร ใช่แบบที่เราคิดหรือป่าว เหมือนชีจะรู้ว่าเราสงสัยแม่ชีเลยลอกว่าสัมภเวสีนะ ไม่มีอะไรหรอกแผ่ส่วนบุญให้เขาเขาก็ไม่มากวนแล้วละ เรากับเมไม่กล้ากลับเข้าห้องอีกเลยค่ะ ไปนั่งกันตรงลานวัดนั่งเล่นนั่งคุยกับคนที่มาบวชด้วยกันจนถึงตอน 3 โมงเรากับเมกลับมาที่ห้องอีกครั้งก็ปกติดีไม่มีอะไร

เราเปลี่ยนกันอาบน้ำรอเวลา 5 โมงจะไปทำวัดเย็นค่ะ วันที่สองนี้โดนเต็มๆ เลยค่ะ ช่วงที่เดินจงกลมมันกลับมาอีกแล้วค่ะเหมือนมีคนมาเดินรอบๆ เราก็เริ่มแผ่เมตตาจนกระทั่งแม่ชีพูดว่าเดี๋ยวจะไปนั่งสมาธิในป่านะ ช่วงที่นั่งสมาธิอยู่เรารู้สึกเหมือนคนเดินผ่านหน้าผ่านตามายืนมองเราเป็นพักๆ เราก็คิดว่าแม่ชีนะแต่พอลืมตาดูแม่ชีก็นั่งสมาธิอยู่นินา

ตอนนั้นจิตตกละค่ะ ก็นั่งหลับตาอย่างเดียวรอบนี้เหมือนมีคนเป็น 10 คนมาเดินรอบๆ มายืนจ้องหน้า เรารู้สึกอึดอัดไปหมดเหงื่อเริ่มไหลเป็นทางละค่ะ เราอึดอัดมากเลยลืมตาขึ้นมาดูว่าคืออะไรกันแน่ เต็มๆ ค่ะ !!! เงาดำๆ กว่า 10 เงายืนล้อมเราไว้เรามองไม่เห็นใครเลยค่ะในเวลานั้นคิดว่าผีหลอกแน่ๆ เรานี้ร้องสุดเสียงเลยค่ะ ร้องไปด้วยร้องไห้ไปด้วยแล้วภาพสุดท้ายที่เห็นคือแม่ชีและคนที่นั่งสมาธิอยู่วิ่งเข้ามาหาเราค่ะ นั้นคือภาพสุดท้ายแล้วเราก็ตื่นมาตอนเช้าค่ะ

เราตื่นมาตอนเช้าเราเห็นเมนั่งเฝ้าเราอยู่ เราเข้าไปกอดเมร้องไห้เลยค่ะเราบอกเราเห็นเงาดำๆ เป็นสิบๆ เงา เค้ามายืมล้อมเราเค้าทำเราหายใจไม่ออก เมปลอบเราแล้วก็ถามว่าจะกลับเลยมั้ยไม่บวชต่อก็ได้น้ะ เราตอนนั้นรู้สึกแย่เลยค่ะตั้งใจจะมาทำบุญกลับทำให้เพื่อนไม่สบายใจ เราเลยตอบเมไปว่าไม่ๆ อยู่ต่อๆ อีกแค่ 2 วันเองไม่เป็นไร เมก็ถามว่าแน่ใจนะเราก็โอเคไม่เป็นไร

ตอนช่วงเช้าไม่มีอะไรนะค่ะ เราขอข้ามไปตอนช่วงทำวัดเย็นเลยละกัน วันที่ 3 ตอนทำวัดเย็น วันนี้แปลกกว่าทุกวันค่ะอากาศเชียงใหม่ช่วงมกราก็รู้ๆ กันอยู่นะค่ะคือหนาวมากนะค่ะแต่เรานั่งสวดมนอยู่ เรากลับร้อนเหงื่อออกจะไปขอเปิดพัดลมก็กลัวคนอื่นเขาหาว่าบ้าป่าวหนาวจะตาย เราก็เริ่มไม่โอเคละค่ะ ร้อนมากร้อนแบบแดดเมืองไทยเดือนเมษาเลยเงี้ย ร้อนไปหมดร้อนเหมือนมีใครมาจุดไฟข้างๆ  พอสวดมนเสร็จถึงเวลาไปนั่งสมาธิในป่า วันนี้เราเลยบอกแม่ชีว่าขอนั่งใกล้ๆ กับแม่ชีนะค่ะ

พอตอนนั่งสมาธิมันเหมือนกลับมาอีกแล้วค่ะเงาดำทั้งหลาย ทีนี้เหมือนจะหนักกว่าเดิมค่ะเพราะเรารู้สึกหนักคอมากหนักเหมือนมีอะไรมาถ่วงคอไว้เราก็สวดแผ่เมตตาทำยังไงก็ไม่หายเราเลยร้องไห้ออกมาเลยค่ะสักพักได้ยินเสียงเมเรียก เราก็ลืมตาขึ้นมาเมถามว่าหลับในสมาธิเหรอได้เวลาไปนอนแล้ว เรามองหน้าเมแล้วก็ร้องไห้เลยค่ะเมก็งงเราร้องไห้ทำไม แม่ชีเดินมาหาเราแล้วก็บอกกับเมว่าพาเพื่อนกลับบ้านเถอะ เขาจะมาเอาเพื่อนหนูไปอยู่ด้วยนะ กลับไปเถอะไม่ไหวก็อย่าฝืน

พอเช้ามาเราเก็บของลาพระลาแม่ชีกลับบ้านเลยค่ะ ตอนขับรถกลับเรารู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกเราเลยเปลี่ยนให้เมขับ สักพักแม่โทรมาบอกว่าฝันไม่ดีอีกแล้ว ตอนนั้นด้วยการที่จิตตกมาจากวัดแล้วแม่ก็โทรมางอแงเรื่องฝันอีกเราก็กดวางสายเลยค่ะ เรากำลังจะเคลิ้มๆ หลับอยู่ๆ ก็เห็นเงาดำๆ ยืนอยู่ระหว่างทางลอดทางเลยค่ะ

เราก็สะดุ้งลุกขึ้นมาถามเมว่าเห็นอะไรมั้ย? เมก็บอกไม่นะไม่เห็นอะไรเลย เราก็ไม่บอกเมนะค่ะว่าเราเจออะไรก็เงียบไว้และก็พยายามข่มตาให้มันหลับ ระหว่างที่เราหลับเราฝันว่าเราไปยืนอยู่หน้าบ้านจำได้แม่นเลยค่ะแม่วิ่งเข้ามากอดแล้วก็ร้องไห้ สักพักเสียงได้ยินเสียงเมโวยวายเราก็ตื่นขึ้นมา ถามว่าอะไร เมบอกเห็นเงาดำๆ อะแก ตลอดข้างทางเห็นมาตลอดเลย อ่านเรื่องหลอนเราก็เริ่มกลัวละค่ะเราเลยบอกหาโรงแรมนอนมั้ยแก พรุ่งนี้ค่อยขับกลับก็ได้ เมก็บอกคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง ก็ยังขับต่อนะค่ะ ขับมาเรื่อยๆ จำได้เวลาที่เกิดเหตุคือ น่าจะประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ

เราเปลี่ยนขับรถนะค่ะระหว่างทางลงเขาเรามองไม่เห็นรถที่สวนมาเลยสักคันเลย เราก็ขับมาเรื่อยตามทางของเราอยู่ๆ ก็มีรถบรรทุกขับสวนมาเปิดไฟสูงด้วย เราด้วยความที่มองไม่เห็นทางหักหลบรถตอนนั้นเท่าที่จำได้นะค่ะ เหมือนรถเราไปชนเข้ากับเสาหลักแล้วรถเราก็พลิกคว่ำไป 2-3 รอบเนี้ยแหละค่ะพลิกคว่ำข้ามเสาหลักที่กั้นทางมา เหมือนเราโชคดีมากนะค่ะคือรถเราไม่ตกเหวเพราะมันพลิกมาหยุดตรงปากทางลงเหวพอดี

ตอนนั้นคือเราคิดว่าเราต้องตายแล้วแน่ๆ คิดถึงคำของแม่คิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นน้ำตาไหลเลยค่ะ หันไปมองเม เมไม่ได้สติแล้วค่ะ เราที่ยังมีสติอยู่แต่ขยับไปไหนไม่ได้คือปวดคอมากปวดมากๆ เหมือนมันหัก เราจำได้ว่าเรามีสติถึงตอนกู้ภัยมาช่วยเราออกไปอะค่ะ

ก่อนกู้ภัยจะเอาเราขึ้นรถไปโรงบาลสายตาเรามองไปที่รถเราเห็นเงาดำๆ ยืนอยู่รอบรถเป็นสิบๆ เงาเลยเราร้องไห้แล้วก็ไม่รู้สึกตัวไรอีกเลยค่ะ มารู้สึกตัวอีกทีตอนอยู่ที่โรงพยาบาล เราตื่นมาด้วยสภาพที่ถูกดามกระดูกคอ แขนซ้ายหัก และเอ็นข้อเท้าซ้ายฉีกค่ะ ส่วนเมแค่หัวแตก ตอนนั้นเราก็คิดว่าดีแล้วละที่เมไม่เป็นอะไร ไม่งั้นเราคงโทษตัวเองไปจนตายเลยค่ะ

พอเราตื่นมาสักพักเมเปิดประตูเข้ามา เมเดินได้ปกติค่ะไม่เจ็บอะไรเลยแค่หัวแตก เมบอกว่าโทรบอกแม่เราแล้วตอนนี้แม่กำลังจะมา เมถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นหักรถลงเหวทำไม เราก็บอกว่าแสงไฟจากรถบรรทุกมันสูงมากแล้วเราก็มองไม่เห็นอะไรเลย เมก็ว่า บ้าเหรอข้างทางมีไฟกริ่งนะ เราบอกเราไม่เห็นจริงๆ เราเห็นว่าทุกอย่างมันมืดไปหมดเห็นแค่แสงไฟหน้ารถตัวเอง เมเลยบอกว่าชั่งเถอะพักผ่อนก่อนแล้วพอแม่มาค่อยคุยเรื่องนี้กัน

พอแม่มาแม่มองสภาพเราแม่เราร้องไห้เลยค่ะ แม่ก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้นเราก็เล่าตั้งแต่เรื่องที่วัดถึงตอนที่รถคว่ำ แม่บอกว่าถ้าออกโรงพยาบาลแล้วจะพาไปหาพระที่บ้าน พอวันที่เราจะออกจากโรงพยาบาลพยาบาลก็ทักเราว่ามีคนมาเยี่ยมเยอะจังเลยนะค่ะ เราก็หืม? มีแต่แม่เราคนเดียวกับเมแค่นั้นนะที่มาเฝ้าเรา เราก็ไม่เถียงพยาบาลนะค่ะ เราก็ถามว่าเยอะนี้เยอะแค่ไหน พยาบาลบอกว่าประมาณ 10 กว่าคนได้เท่าที่เห็นนะคะ เราช็อค ใช่แล้ว ใช่เลย พวกนั้นแหละ พวกเงาดำ เราไปเล่าให้แม่ฟังแม่ก็บอกว่าจะรีบพาไปหาพระ

พอเรากลับมาถึงบ้านแม่เราไม่ให้เรานอนพักเลยค่ะรีบพาไปหาพระเลยค่ะ พอไปหาพระที่แม่นับถือ พระท่านก็พูดขึ้นมาเลยว่าดีนะที่บุญเยอะพวกนั้นเลยเอาโยมไปไม่ได้ แม่ก็ถามพระท่านว่ามีวิธีไหนที่จะทำให้เราหลุดพ้นได้บ้าง พระก็บอกว่าต้องทำบังสุกุลตายบังสุกุลเป็น ให้เริ่มทำวันนี้เลยเพราะพวกนั้นตามมาและจะเอาไปอยู่ด้วย

พอถึงเวลาทำพิธี พระเดินพาเราไปในป่าช้าให้เรานอนในโลงศพของพี่ตายโหงอะค่ะแต่ในโลงไม่มีศพแล้วนะ เรานอนอยู่ในโลงเป็นเวลา 1 คืนเต็มๆ ระหว่างที่นอนในโลงเรานอนไม่หลับเลยค่ะกลัวเพราะว่ามีเสียงเคาะโลงเหมือนมีคนมานอนจ้องโลงเรากลัวไปหมดเสียงเหยียบบนฝาโลง เขย่าโลง จนเราแทบเสียสติ

พอรุ่งเช้ามาทุกอย่างกับเงียบลง ก็มีคนมาเปิดฝาโรงบอกว่าออกมาได้แล้วนะ เขาก็เดินนำเราไปหาพระ พระท่านก็รดน้ำมนต์แล้วก็สวดอะไรอีกสักแปบ ก็บอกว่าให้เอาปลากับเต่าในถังนี้ไปปล่อยก็เป็นอันเสร็จ พอเราปล่อยปลาปล่อยเต่าเสร็จ เรารู้สึกเวียนหัวอยากอ้วกมากค่ะ เหมือนมันกลั้นไปอยู่เราก็อ้วกออกมา คือที่อ้วกออกมาคือมันมีเส้นผมมีเลือดเป็นลิ่มๆ  คือเหม็นมากกกกก พระก็บอกให้เรากินน้ำมนต์เข้าไปพอเรากินเข้าไปเราก็อ้วกออกมาอีก แต่ตอนนี้วกออกมาเป็นปกตินะค่ะ ไม่มีอะไรแล้ว

พระก็บอกว่าหมดแล้วละของดำในตัว หลุดพ้นแล้วนะ หมั่นทำบุญมากๆ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น คืองง ถึงตอนนี้ก็ยังงงว่า ฉันโดนของหรือโดนผีตาม พระบอกแม่ว่าห้ามบอกเราจนกว่าจะพ้นอายุ 25 แนะ! 25 ที่ใครบอกว่าเบญจเพส จบค่ะ


ผู้สนับสนุน


อ่านลืมกดไลค์เพจ >> https://www.facebook.com/pantipghosts/ นะ จะได้ไม่พลาดเรื่องหลอนใหม่ๆ กัน

เมื่อฉันไปบวช กับสิ่งที่เจอในเวลานี้!! เมื่อฉันไปบวช กับสิ่งที่เจอในเวลานี้!! Reviewed by Nobibi on กันยายน 14, 2561 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.