ความรัก ความผูกพัน…ทำให้คนธรรมดาๆ เห็นผีได้ จริงๆ นะ!!!

เรื่องเล่า ความรัก ความผูกพัน…ทำให้คนธรรมดาๆ เห็นผีได้ จริงๆ นะ!!!

เรื่องผี
เรื่องเล่า ความรัก ความผูกพัน…ทำให้คนธรรมดาๆ เห็นผีได้ จริงๆ นะ!!!

อ่านเรื่องหลอนๆ ของคนอื่นมาเยอะแล้ว เลยอยากเล่าเรื่องของตัวเองแบ่งให้คนอื่นอ่านบ้าง อาจจะไม่หลอนมากสำหรับคนอื่นๆ แต่มันก็เป็นครั้งแรกที่เจอแบบจะๆๆๆๆ เป็นประสบการณ์ตรง และจริงล้าน % และโดยส่วนตัวเราเองเป็นคนไม่มีซิกเซ้นส์นะคะ ก็แค่คนธรรมดาทั่วๆ ไป (จะว่าไปก็ดีแล้ว ไม่อยากจะมี และไม่อยากจะเห็นหรอกนะเรื่องแบบนี้  O__o) 

อ่อ..คืออีกอย่างคือเราเป็นคนที่กลัวผีเอามากๆ แต่ก็ขอบดู-ชอบอ่านเรื่องผีๆ (ดูจะขัดแย้งเนอะ แต่ก็คิดว่าคงมีอีกหลายๆ คน ที่เหมือนกับเรา555) เวลาดูหนังผี หรืออ่านเรื่องเล่าก็เคยพูดกับตัวเองขำๆ นะว่าผีอะกลัวนะ แต่ถ้าเป็นคนในครอบครัวตัวเองอะ...ไม่กลัวหรอก มาเลย จะได้ขอหวย!!

แต่และแล้วก็ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง อยู่ๆ มาวันหนึ่งก็ต้องมาเจอ.... เจอกับสิ่งที่เคยพูดไว้จริงๆ คุณตาเรามาหา!! นี่คนในครอบครัวกันเองนะ ไม่คิด ไม่ฝันว่าจะเจอ.... ว่าแล้วก็ขอสิหวยอะ เคยปากดีไว้ไม่ใช่เหรอ....แต่คือว่า ณ เวลานั้นมันไม่เป็นอย่างที่คิดอะ มันทำอะไรไม่ถูก  ร้อนๆ หนาวๆ  ขนลกไปทั้งตัว พึ่งรู้ว่าขนหัวลุกมันเป็นแบบนี้ นี่เอง!!!

................

ก่อนอื่นต้องขอท้าวความก่อน  แล้วค่อยมาเข้าเรื่องกัน....  บ้านเกิด เราอยู่ภาคอีสาน จังหวัดใด จังหวัดหนึ่งที่ติดประเทศลาว จะเรียกว่าอยู่บ้านนอกก็ได้นะ อิอิ  แต่เรามาเป็นน้องดาวที่ กทม อ้าว...ว่าไปนั่นอีก 555++  เรียนจบมหาลัยเอกชนชื่อดังที่ กทม หลังจากนั้นก็อยู่ และหางานทำที่นี่เลย  ชีวิตก็คล้ายๆ กับคน ตจว ทั่วไป เข้ามาทำงานที่ กทม แล้วกลับไปเยี่ยมบ้าน ปีหนึ่งครั้ง หรือสองครั้ง ก็ว่ากันไป




ผู้สนับสนุน

ช่วงเรียนจบใหม่ๆ งานก็หายากอยู่นะ แถมเงินเดือนนี่น้อยมาก ตอนนั้นได้งานที่หนึ่ง และเงินเดือนน่าจะอยู่ประมาณไม่เกิน 7000 บาท ไม่มีโอที ไม่มีเงินพิเศษอะไรทั้งนั่น  โอ้แม่เจ้า...ค่าเช่าบ้าน ค่ากิน ค่าอยู่ สารพัดค่า แค่นี้ต้องขอบอกว่าไม่พอ แถมงานเยอะมาก เจ้านายก็สุดๆๆๆ   มีเรื่องดราม่าเกิดขึ้นมากมาย....

และแล้วก็ทนไม่ไหวค่ะ  คุณพระ...นี่มันขี้ข้าชัดๆๆๆ เลยต้องออกค่ะออก อย่างนี้ต้องลาออก.. หางาน เปลี่ยนงาน สารพัดสารเพ สมัครไว้หลายที่มากๆ ทั้งเข้าไปสมัครโดยตรง , ฝากประวัติไว้กับบริษัทจัดหางาน ทั้งโดยตรง และทางเว็บไซต์ บอกตรงๆ ชีวิตช่วงนั้นเหนื่อย และท้อมากๆๆๆ อารมณ์แบบสิ้นหวังสุดๆ ไม่มีอะไรดีเลย มีแต่เรื่องแย่ๆ ป่วยเป็นนั่นเป็นนี่ ปัญหาก็เยอะมาก แถมแฟนยังมีชู้อีก เฮ้อ...อยากตายให้รุ้แล้วรู้รอดไป  ชีวิตยังกับหนังดราม่ายังไงยังงั้น 

ช่วงนั้นเลยเข้าพึ่งทางธรรมค่ะ อยากจะไปทำบุญตามวัดต่างๆ แต่ทรัพย์จางเจ้าค่ะ  เลยต้องสวดมนต์  และสวดเยอะมาก โดยเฉพาะ คาถาชินบัญชร  พยายามทำใจให้นิ่งสงบ สวดแล้วก็แผ่บุญกุศลให้เทวดาประจำตัว ให้เจ้ากรรมนายเวร และสุดท้ายขอพรให้ตัวเอง  ทำแบบนี้ทุกวัน วันละหลายรอบเลย เอะอะคิดอะไรไม่ออกก็สวดมนต์ไว้ก่อน 555++ (ปกติไม่ได้ชอบสวดมนต์ หรือทำอะไรแบบนี้นะคะ แต่ไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ อยากจะพึ่งพ่อแม่ แต่ก็ไม่อยากให้พวกท่านเป็นห่วงค่ะ) 

และแล้วฟ้าก็เปิดทางสว่างให้เดิน....  เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น  จำได้ว่ามันเหมือนสียงสวรรค์ เลยค่ะ  เขาโทรมาบอกว่าได้งาน และให้เขามาที่บริษัทอีกครั้งเพื่อมาเซนต์สัญญาการจ้างงาน!!  แม่เจ้า...ดีใจสุดๆๆ เพราะไม่คิดว่าจะได้งานบริษัทนี้  เป็นบริษัทอินเตอร์ และที่สำคัญเงินเดือนที่ขอไปก็ค่อนข้างสูงอยู่  คิดว่าหมดหวังไปแล้ว  อยากจะกรี๊ดๆๆๆๆๆ

แต่หลังจากที่เราเริ่มงานที่บริษัทนี้ได้ไม่นาน...ก็ได้รับโทรศัพท์จากทางบ้านว่า คุณตาเสียแล้วนะ  วันนั้นร้องไห้หนักมาก  พึ่งจะเริ่มงานได้ไม่นานเอง  งานก็ค่อนข้างเยอะ และต้องทำให้เสร็จทันเวลาด้วย  หนักใจมากจะทำไงดี อยากจะกลับไปกราบศพคุณตาเป็นครั้งสุดท้าย.... แต่ทางบ้านบอกว่าให้อยู่ทำงานต่อไปเพราะโอกาสดีๆ ไม่มีกันบ่อยๆ คนตายก็ตายไปแล้ว...แต่คนเป็นยังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป  เขียนไปน้ำตาซึมไป...  ถึงแม้คุณตาจะเสียหลายปีไปแล้ว แต่ยังรักและคิดถึงอยู่เสมอ เหมือนกับพึ่งจะผ่านไปเมื่อไม่นานมานี้เอง....

เวลาผ่านไปประมาณ 6 เดือนเห็นจะได้ และแล้วเราก็ผ่านโปรของบริษัทเป็นพนักงานประจำ แถมมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นคือ หลังจากที่ผ่านโปรแล้วเงินเดือนเราขึ่นอีกต่างหาก ถือว่าเยอะด้วย อิอิ.... ดีใจสุดๆๆ เหมือนฝันเพราะที่ผ่านมาเจอแต่อะไรที่แย่ๆ  หลังจากเคลียงานเสร็จ เราก็ขอเจ้านายลากลับไปเยี่ยมบ้าน

เรานั่งรถทัวร์กลับคืนวันนั้นเลย  ถึงบ้านก็ตอนสายๆ  ของอีกวัน และนานๆ ได้กลับบ้านที ตระเวนทักทาย สวัสดีญาติๆ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ เต็มไปหมด ตะลอนทั้งวันจนเย็น และคืนนั้นเราก็ไปนอนบ้านยายกับลูกพี่ลูกน้อง (ขอแทนตัวว่าน้อง A ) อีกคนหนึ่ง (อีคนนี้มันมีเซ้นส์ซะด้วย) และที่บ้านยายเราปกติจะอยู่กัน 4 คน คือ ตา ยาย น้า และลูกพี่ลูกน้อง (ขอแทนตัวว่าน้อง B ) แต่ ณ ตอนนี้ก็เหลือแค่ 3 คน เพราะคุณตาเราเสียไปแล้ว

เย็นวันนั้นทุกอย่างก็ผ่านไปอย่างปกติ  กินข้าว อาบน้ำ คุยกันไป ดูทีวีไป คืนนั้น ยายเราเข้านอนก่อนเพื่อนค่ะ เพราะส่วนใหญ่คนที่บ้านนอกจะเข้านอนกันเร็วกัน ทุ่ม สองทุ่ม ก็เริ่มเงียบแล้ว ก็เหลือเรา น้า น้องA และน้อง B ที่ยังดูละครกันอยู่ พอละครจบน้าเราบอกให้ปิดทีวีและไปนอน แต่ไอ้เราคนชอบนอนดึก กว่าจะเข้านอนก็เที่ยงคืน ใครจะหลับลง ก็เลยบอกนอนไม่หลับขอดูจะดูทีวีต่ออีกหน่อย และก่อนที่น้าเราจะเดินจากไปก็พูดว่า ระวังนะ เดี๋ยวตาก็มาดุเอาหรอก (เพราะทุกครั้งที่เรากลับมาเยี่ยมบ้าน คืนแรกเราชอบมานอนบ้านตายาย และเราชอบดูทีวีจนดึกจนดื่น ก็คุณตานี่แหละที่เป็นคนชอบมาดุ เพราะท่านไม่ชอบให้ดูทีวีดึกๆ ดื่นๆ) หลังจากน้าพูดจบ พวกเราก็หัวเราะกัน ขำๆ

จากนั้นเรา  น้อง A และน้อง B ก็ดูทีวีกันต่อไป ไม่นานนักน้อง B ก็ง่วง แล้วเข้าไปนอนอีกห้องหนึ่งกับยายเรา  (ส่วนเรากับน้อง A มาทุกครั้งก็จะหอบที่นอน หมอน มุ้งแบบกาง มานอนที่ห้องโถง หน้าทีวี) เราสองคนก็นอนดูทีวีกันต่อไป และแล้วอยู่ๆ ก็เหมือนมีกิ่งไม้ใหญ่หล่นลงมาใส่ตรงหลังคาช่างที่พวกเรานอนกันอยู่ เรากับน้องA มองหน้ากันแบบงงสิคะ เพราะบริเวณรอบๆ บ้าน ไม่มีต้นไม้ใหญ่เลย และคงไม่ใช่แมวแน่ๆ เอาละสิทีนี่

จากนั้นรีบเลยค่ะ ปิดทีวี  กางมุ้ง ปิดไฟนอน สิค่ะ เป็นไปแบบอัตโนมัติ ไม่ต้องคุย ไม่ต้องบอก

เข้าสู่บรรยากาศเงียบกริบ มีแต่เสียงจิ้งหรีดร้อง และแสงไฟลอดผ่านช่องจากนอกบ้านเข้ามาในบ้าน น้องA หลับเสียแล้ว ทิ้งพี่ทำไมพี่นอนไม่หลับ  ไอ้เราก็นอนหันไป หันมา ข่มตาให้หลับก็ไม่หลับ ก็เลยนอนมองแสงไฟที่ลอดเข้ามากระทบกับมุ้ง ช่วงปลายเท้าเราพอดี  แต่อยู่ๆ รู้สึกว่าทำไม่แสงไฟมันแปลกๆ ไป เราเลยพยายามจ่องอย่างใจจดใจจ่อ เอาละสิแสงไฟกลายเป็นเสื้อแขนสั้น คอกลม สีขาว มีกระดุมอยู่ด้านหน้า เป็นเสื้อบางๆ (เสื้อที่คนแก่ชอบใส่กัน สบายๆ อยู่บ้าน) จากนั้นก็เริ่มเห็นมากขึ้นๆ จากเสื้อกลายเป็นกางเกง  ส่วนกางเกงเป็นกางเกงขาสั้น ไม่สีกรมท่า ก็สีดำ ที่นี่ไม่ต้องพูดถึง มาให้เห็นทั้งตัวสิคะ เอาละสิทีนี่ งานเข้าละ ร้อนๆ หนาวๆ ขนลุกไปทั้งตัว ทำอะไรไม่ถูกเลย แม้แต่ขยับตัวก็ไม่กล้าจริงๆ

งานเข้าละทีนี้ คุณตามาเยี่ยมเราละ ท่านก้มมองเราจากตรงปลายเท้าของเรา เพราะมุ้งที่กางมันเตี้ย ถ้าจะมองคนในมุ้งก็ต้องก้มลงมามอง เพื่อนๆ ลองนึกภาพตามนะค่ะ ดูจากมุ้ง  และลักษณะ ของคุณตาที่เราเห็นคือแขน ขา ผอมมากๆๆ เหมือนหนังติดกระดูกยังไงยังงั้น  มือทั้งสองข้างของท่านอยู่ทางด้านหน้า แต่ทำไมนิ้วมื้อทั้งสองข้างของท่านดูหงิกๆ  แปลกๆ อย่างไรก็ตามถือว่าท่านยังปราณี  ที่ให้เราไม่ต้องเห็นหน้าของท่าน  เหอๆๆๆ

จากนั้นจำได้ว่าเราพยายามหลับตาสวดมนต์ สวดผิด สวดถูก และบอกคุณตาว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปวัดทำบุญไปให้ ตอนนี้หนูกลัว กลัวมากจริงๆ  คุณตาไปสักทีได้ไหม หลับตา แล้วก็ลืมตาดู ทำอยู่ตั้งหลายครั้ง ก็ไม่เป็นผล คุณตาไม่ไปสักที มองเราอยู่นั่นแหละ....ตายๆๆๆ หัวใจเราเต้นรัวมากๆ ขนลุกอยุ่ตลอด เหมือนจะเป็นไข้ขึ้นมาทีเดียว เลยตัดสินใจหลับตาครั้งสุดท้าย แล้วก็ทีบไอ้คนข้างๆ นี่แหละ เพราะกลัวเรียกแล้วไม่ตื่น (แอบสงสารน้องอยู่ แต่พี่ไม่รู้จะทำยังไงจริง..)  

น้อง A: (ตกใจตื่นแบบงงๆ) อะไรๆๆๆๆ 
เรา : พี่ปวดฉี่ พาไปฉี่หน่อย
คุณน้อง A : โอ้ย...ก็นึกว่าอะไร ปะๆๆ (แล้วก็เดินไปเปิดไฟ)
เรา : ไม่ปวดละ ไปๆ ไปนอนกับยายกัน (วิ่งสิคะ)
คุณน้อง A : งงๆ.... อะไรวะ เออๆๆๆ

เราวิ่งเข้านอนแทรกตรงกลางเลย ต้องตรงกลางเท่านั้น  ยายก็งงสิคะ ไอ้พวกนี้มันจะมานอนเบียดกันทำไมในห้องนี้  และก็ดีนะที่ยายเรานอนเสื่อ เราเลยหาที่แทรกง่ายหน่อย อ่อ...ยายเราก็ถามอยู่นะว่าเป็นไร แห่กันมาทำไม โถ่ยายใครจะไปกล้าเล่าให้ฟังตอนนี้ละ เหอๆๆๆ ก็เลยตอบว่า เปล่าจ้าไม่ได้เป็นอะไร นอนกันเถอะๆๆๆ

พอตื่นเช้าขึ้นมา  รีบเดินตรงไปหาทุกๆ คนเลยค่ะ แล้วก็เล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น  และเพราะอะไรถึงต้องเข้าไปนอนเบียดกันเมื่อคืนนี้   สรุปไม่มีใครเชื่อเราสักคน หาว่าเรากลัวความมืด แล้วคิดไปเอง  ถ้ามันเป็นแบบนั้นก็ดีสิ  แต่นี่อะไรจะเห็นชัดขนาดนี้  ไอ้เราก็ยื่นยันกระต่ายขาเดียวสิ ว่าเห็นจริงๆ เสื้อ ผ้า ลักษณะ ของคุณตา เป็นแบบนี้ๆๆ  จู่ๆ คุณยายเราก็น้ำตาไหล และบอกว่า ชุดที่เราเห็นอะ เป็นชุดที่คุณตาใส่  วันที่คุณตาเสีย  เหวอเลยสิทีนี้!!!

แล้วลักษณะที่เราเห็นละ คือท่านผอมมาก ผอมจนเหลือแต่กระดูก มันอะไรยังไง  และต้องขอบอกก่อน คุณตาเราเสียเพราะเป็นมะเร็งที่ปอด  และก่อนหน้าที่ท่านจะเสีย เราก็เคยมาเยี่ยมท่านนะ แต่ตอนนั้นท่านไม่ได้ผอมเหมือนอย่างที่เราเห็นเมื่อคืน  หลังจากนั้นยายเราก็ไปเอาอัลบั้มรูปงานศพมาให้เราดู  เรานี่เหวอรอบสองสิคะ รูปถ่ายตอนที่ท่านนอนอยู่ในโรงศพ ท่านผอมมากๆ ผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก  และนิ้วมือของท่านหงิกๆ แปลกๆ ลักษณะเหมือนเกร็งๆๆ  อ่านเรื่องผี pheex3อย่างที่เราเห็นเมือคืนแปะ ยายเราเล่าเหตุผลให้ฟังอยู่ แต่เราจำไม่ได้แล้วอะ เพราะมันก็นานมากแล้ว

ไม่เคยคิดเลยว่าชาตินี้จะเห็นผี  แล้วตอนนั้นละ ตอนที่พวกญาติเราเล่าให้เราฟังว่า  ตอนเราเป็นเด็ก อายุน่าจะประมาณ 4-5 ขวดได้ ลูกชายของเพื่อนบ้านเราเป็นไข้ป่าตาย เขาอายุเท่าๆ กับเรา และเราก็ชอบมาเล่นด้วยกันทุกวัน  ช่วงงานศพ เราจะร้องไห้งอแง้และก็กลัวมากๆๆ เพราะเราบอกว่าเราเห็นเพื่อนเราคนนั้นเขามาหา..... หรือว่าตอนนั้นเราจะเห็นผีจริงๆ

น้าเราเลยพูดว่า คุณตาคงอยากมาทักทาย เพราะตอนงานศพก็มีเราคนเดียวที่ไม่มา  คิดแล้วก็เสียใจ  และเราก็ผิด  ผิดที่ควรจะไปจุดธูปบอกท่านตั้งแต่เมื่อว่าน ตอนที่เรากลับมาถึงบ้าน   จากนั้นรีบไปจุดธูปขอโทษคุณตาอย่างด่วน ที่หลานคนนี้ไม่ได้มางานศพ เพื่อมาลาคุณตาครั้งสุดท้าย ขอโทษที่กลับมาบ้านแล้วแท้ๆ ก็ดันลืมมาจุดธูปบอกอีก และหลังจากนั้นเลยรีบอาบน้ำ แล้วไปทำบุญที่วัดแต่เช้าเลย

เราก็สงสัยอยู่นะว่าทำไม ไอ้น้องA คนที่มันมีเซ้นส์ เมื่อคืนทำไมไม่เจอ กลับเป็นเรา ทีงานศพของคุณตาหนะเจอดีบ่อยนักเชียว แต่ก็อย่างที่น้าเราว่า สงสัยคุณตาคงอยากจะมาทักทายเรานี่เอง เหอๆๆๆๆ




ผู้สนับสนุน

อ่านลืมกดไลค์เพจ >> https://www.facebook.com/pantipghosts/ นะ จะได้ไม่พลาดเรื่องหลอนใหม่ๆ กัน

เครดิตเรื่องเล่าจากกระทู้ ความรัก-ความผูกพัน…ทำให้คนธรรมดาๆ เห็นผีได้ จริงๆ นะ!!! ของคุณ J North Pole

ความรัก ความผูกพัน…ทำให้คนธรรมดาๆ เห็นผีได้ จริงๆ นะ!!! ความรัก ความผูกพัน…ทำให้คนธรรมดาๆ เห็นผีได้ จริงๆ นะ!!! Reviewed by Nobibi on กันยายน 11, 2561 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.