เรื่องชวนหลอนในวัยเรียน

เรื่องเล่าผี - เรื่องชวนหลอนในวัยเรียน

เรื่องชวนหลอนในวัยเรียน
เรื่องเล่าผี - เรื่องชวนหลอนในวัยเรียน

เห็นช่วงนี้มีคนมาแชร์ประสบการณ์น่ากลัวเลยอยากแชร์เรื่องที่เคยประสบมาบ้างครับ ไม่เคยเขียนซักทีถ้าภาษา วรรค และคำบางคำผิดพลาดก็ขออภัยนะครับ

เรื่องมีอยู่ว่า ตัวผมเป็นเด็กต่างจังหวัดแถบชายแดนเขมรแถวบ้านก็จะมีความเชื่อเรื่องนี้อยู่บ้างและเคยพบเจอเรื่องราวที่อธิบายไม่ได้มาพอสมควร (คือมีเซ้นต์ในระดับนึงน่ะครับ) 

                เข้าเรื่องกันเลยผมได้มีโอกาสเข้าเรียนมหาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่งเป็นวิศวะน่ะครับการเรียนก็พอถูไถเกรดไม่ดีมากเทอม 2 เลยไปลงวิชาเลือกต่างคณะอัฟเกรดกลัวโดนไล่ออกเป็นวิชาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวครับเรียนกะสาวๆ ครู (ฟินสุดๆ ครับงานนี้) โดยเมื่อใกล้จะสอบทางอาจารย์ได้ชวนนักศึกษาไปออกทริปทะเลใต้ครับ พังงา กระบี่ ตรัง ก็เลยไปกันเกือบ 40 คน กลุ่มผมเด็กวิศวะปี 1 มี 4 คนครับกะลังห้าวเลยเห็นสาวๆ ครุไปกันเยอะก็รีบสมัครทันทีครับโดยไม่รู้ว่าจะเจออะไรที่ทำให้จำถึงทุกวันนี้
   ***ที่ต้องเกริ่นยาวเพราะมีเรื่องให้ตื่นเต้นตลอดทางนะครับ (สำหรับเรา) อย่าเพิ่งเบื่อกันซะก่อน
             
                เราออกเดินทางกัน 6 โมงเช้าเลยครับเพราะต้องเดินทางไกล นั่งรถทัวร์นำเทียวเหมาปรับอากาศสบายครับตามประสาวัยรุ่นเบาะหลังแน่นอน
ตัดมาที่จุดหมายแรกเลยนะครับ จังหวัดพังงา ตลอดทางก็เดินทางตลอกแวะพักบางที่แต่จุดหมายแรกของที่นี่คือที่พักครับคือถึงประมาณ 2 ทุ่มเศษพวกผมมากันง่ายๆ ครับเลยไม่ได้ถามรายละเอียดเห็นค่าใช้จ่ายน้อย (7 วัน 5000 ครับ) พอเจอที่พักแรกก็อึ้งกันสิครับ วัดถ้ำเสือครับ ฟังไม่ผิดครับวัดจริงๆ แถมเป็นวัดที่อยู่บนเขาด้วยครับแล้วถึงเวลากลางคืนทางอาจารย์ได้ขอห้องทางพระไว้ 2 ห้องครับ แต่ผู้หญิงมี 31 นอนห้องเดียวไม่หมดพวกผมกะมาหล่ออยู่แล้วก็โชว์แมนสิครับ ยกให้ 555 (ไม่ได้คิดถึงตัวเองเลย) พวกผมเลยต้องไปนอนที่กุฎิเก่าๆ ของพระครับเด็กวัดหาให้


นึกภาพตามนะครับ กุฎิไม้เก่าๆ ในห้องมีคราบเทียนเสื่อปูพอนอนผ้าเหลืองเก่าๆ โยงไปมาประตุล็อกไม่ได้พวกผมก็ไม่มีทางเลือกครับเพราะพระก็จำวัดหมดแล้วก็ต้องนอน อ้อ ลืมบอกอาจารย์ผู้ชายนอนห้องผู้หญิงนะครับ (แมนมากจารย์)

                พอจะนอนก็ต้องอาบน้ำแปรงฟันพอเรามาดึกมืดๆ นอนกุฎิมันก็ไม่มีห้องน้ำสิครับจึงต้องเดินหา เรื่องมันเริ่มตรงนี้ล่ะครับ พวกเรากะลังห้าวก็แยกย้ายกันไปทีละ2-3คนห้องน้ำก็ไม่สกปรกมากครับแต่.... ไฟเสียครับ มีเฉพาะหน้าห้องครับตอนนั้นกะ3ทุ่มกว่าล่ะมี 4 ห้องพอดีพวกผม 4 คนครับผมไม่รอช้าครับวิ่งแย่งเข้าก่อนโดยไม่ดูอะไรมีไฟหน้าห้องนะครับแต่เข้าไปแล้วจุดเทียนกันก็มืดน่ากลัวครับเลยอาบไปคุยกันไปร้องเพลงคุยไปคุยมาคุยกันอยู่3คนครับห้องริมฝั่งขวาเงียบมากมีแต่เสียงอาบน้ำพวกผมก็ไม่ได้สนใจคือคนนี้จะเป็นลูกไล่ในกลุ่มน่ะครับแต่ได้ยินเสียงตักน้ำรดตัวนะครับ

               พออาบเสร็จออกมาพวกผมเห็นอีกคนยังไม่ออกลูกไล่น่ะครับเลยจะแกล้งหนีกลับก่อนเลยบอกว่าเฮ้ยพวกกูกลับก่อนนะระวัง...หลอกนะเสร็จแล้วตามมาล่ะไม่งั้นไม่ได้นอนแน่แล้วก็รีบเดินออกมาเลยครับ แต่ได้ยินมันตอบอกกมาว่า อือ เดี๋ยวตามไปนอนด้วยเป็นสำเนียงคนใต้น่ะครับ (เพื่อนเป็นคนทุ่งสง)  เราก็รีบเดินกลับมืดๆ น่ะครับพอถึงกุฎิก็อื้งสิครับ ไอ้เพื่อนที่ทิ้งไว้ดันนอนหลับอยู่ พวกผมมองหน้ากันเลยครับซีดทุกคน  (เอาแล้วไง)  รีบปลุกมันเลยครับถาม เฮ้ยกลับมาตั้งแต่เมื่อไหรอาบน้ำไวจัง มันบอก ห้องที่กูเข้ายิ้มไม่มีน้ำไม่มีขันไม่มีอะไรเลยขออาบกะพวกก็ไม่มีใครตอบเงียบกันหมด (อึ้งสิครับพวกกูร้องเพลงอาบน้ำเลยนะอย่ามาอำ)  ผมบอกมัน มันบอกอำเห้ไรเรียกตั้งนานกูเลยกลับยังไม่โดนน้ำเลย

               ตอนนั้นคิดว่าคงมีคนอื่นมาอาบปลอบใจแต่เพื่อนบอกไม่มีน้ำไม่มีขันแล้วเสียงที่พวกกูได้ยินล่ะเท่านั้นล่ะครับ สวดมนต์ คลุมโปงนอนเบียดกันเลยครับ พอหลับไปซักพักก้สะดุ้งตื่นครับ มีคนมาเคาะประตูครับ เดินรอบกุฏิด้วย พวกผมตื่นกันหมดดูเวลากะตี 2 ได้ครับ ตอนนั้นทำใจดีสู้เสีอครับอาจมีเด็กวัดมาตามเผื่ออาจารย์เรียกตะโกนถามครับ ใครน่ะ มีอะไรป่าว เงียบครับ แต่มีเสียงเดินสั่นกันหมดครับทีนี้ไม่ถามล่ะคลุมโปงเลยครับแล้วก็เงียบไปซักพักพอเคลิ้มๆ ก็มีเสียงเหมือนเดิมครับทีนี้มีเสียงเรียก  (ขนลุกมากครับพิมพ์ๆ อยู่เนี่ย)  เปิดให้หน่อยจะไปนอนด้วย ยิ้มล่ะครับจำได้ว่าชวนมันมานอนด้วยทีนี้ไม่สงสัยอะไรล่ะครับบทสวดอะไรนึกได้สวดกันมั่วไปหมดเปิดไฟนั่งสวดกันจนหลับพอเช้าก็รีบออกไปกันเลยขอนของขึ้นรถพร้อมครับ จารย์ถามเห้ยไปไหนเดี๋ยวถ่ายรูปไหว้พระสายๆ ค่อยออก

             พวกผมเลยเล่าให้ทุกคนฟังเรื่องที่เกิดขึ้นอาจารย์เลยไปถามเด็กวัดแถวนั้นพอเด็กวัดฟังจบเลยถามครับไปอาบที่ไหนกันแล้วนอนที่ไหน พอบอกเท่านั้นล่ะครับเด็กวัดบอก ไอ้หนุ่มเอ้ยแกโชคดีแล้วโดนแค่นั้น ดีไม่หัวโกร๋นหมด เด็กวัดเล่าว่า กุฎินั้นมีเคยมีพระอยู่แต่ท่านมรณะภาพไปนานแล้วโดยลื่นล้มในห้องน้ำที่พวกผมไปอาบกันนั่นล่ะ พอมีคนเห็นบ่อยๆ เลยไม่มีใครไปใช้ห้องน้ำตรงนั้นกันแล้วเลยมีสภาพแบบนั้น  (ไฟเสียทุกห้อง)  แกบอกอีกว่าพวกผมไปนอนที่ท่านแต่ไม่ได้ขอไม่ได้สำรวมในวัดเลยมาเตือนน่ะ แล้วบอกว่าที่พวกผมควรจะนอนคือกุฎิอีกฝั่งนึงครับข้างกุฎิเจ้าอาวาสสงสัยเด็กวัดพาไปผิด พอผมไปดูที่กุฎิที่ว่า อึ้งครับ สะอาด พัดลมแบบติดผนัง แถมห้องน้ำข้างๆ  ฝักบัว ครับ ตอนนั้นทั้งกลัวทั้งโกรธเด็กวัดคนนั้นแถมหายหัวไปเลย

            พวกผมเลยไปขอขมาท่านที่กุฎิแล้วขึ้นไปไหว้พระบนยอดเขาครับ สวยมากมีหุ่นขี้ผึ้งพระสงฆ์ด้วยนะครับแต่เดินปวดขานิดนึง พอดีอารมณ์ไม่อยู่กะเนื้อกะตัวเลยเก็บรายละเอียดไม่ได้มากครับ เสร็จแล้วก็ออกไปหาอะไรกิน แล้วเตรียมเดินทางไปจังหวัดถัดไปครับ กระบี่  (สรุปมาแวะนอนพังงาแถมตื่นเต้นซะด้วย) 

            นี่แค่เริ่มต้นครับ คืนแรกก็โดนแล้วครับ อาจจะไม่สนุกเหมือนที่ใครหวังไว้ หรือเพราะผมไม่เคยเล่าเรื่องแบบนี้กะไม่รู้นะครับ แต่สาบานใด้ว่าเจอมากะตัวจริงๆ ถ่ายถอดจากความจำอาจมีรายละเอียดตกไปบ้างสอบถามได้ครับ 8 ปีได้แล้วครับ

           วันที่ 2 ครับ หลังออกจากวัดถ้ำเสือก็ไปดูนุ่นนี่นั่น ต่างๆ แล้วก็เดินทางไปกระบี่เลย คือพวกเราเริ่มปกติครับเพราสาวๆ เยอะแถมน่ารักด้วย (ต้องแมน55)  พอไปถึงกระบี่เราก็ไปลงเรือยนต์ลำไม่ใหญ่มากมีเด็กนักเรียนมารอนำเที่ยวด้วย ครับ โรงเรียนเกาะลันตา เราจะไปพักที่เกาะลันตากันคืนนี้

           ไปถึงก็มีรถกระบะมารับไปที่หาดต่อครับท่าเรืออยู่คนล่ะฝั่งกะหาด ก็เล่นน้ำทะเลยกัน ขึ้นเขาไปดูน้ำตก บางกลุ่มก็คุยกันพักผ่อน ส่วนพวกผมก็ตามสาวๆ ไปน้ำตกตามระเบียบ พอเริ่มเย็นก็มารวมตัวกันเพื่อกลับที่พักเพราะอาจารย์บอกชาวบ้านแถวนั้นจะทำอาหารเลี้ยงแนวโฮมสเตย์น่ะครับ (น่าจะมีค่าจ้างนะครับสงสัยต้องกะเด็กนักเรียนมานำเที่ยวล่ะ)

           พอถึงที่พักก็อึ้งอีกรอบครับ โรงเรียนบ้านเกาะลันตา ครับอ่านไม่ผิดครับนอนโรงเรียน (7วัน 5000บาท)  ตัวโรงเรียนด้านหน้าติดถนนครับด้านหลังเป็นเขา ป่ารกมาก มีอาคารเหมือนอาคารทำกิจกรรมซักอย่างครับอาคารปูนห้องโถงกว้างมีห้องน้ำ ให้ผู้หญิงนอนครับ ส่วนพวกเราก็.....

           อาจารย์บอกไปนอนที่โรงเรือนหลังนั้นล่ะกันเดียวอาจารย์นอนเฝ้าผู้หญิงเอง (แมนอีกแล้วนะครับจารย์)  พอมองตามไปเท่านั้นล่ะครับ ผู้อ่านลองจินตนาการตามนะครับ อาคารไม้ยกพื้นด้านหลังเป็นป่าเขา ใต้พื้นมีหญ้าขึ้นรก หลังคาสังกะสี ผนังเป็นไม้ระแนงทั้งหมดแผ่นละประมาณ 3 นิ้ว ช่องระหว่างแผ่น 2 นิ้ว คือแบบว่าลมผ่านได้ตลอด ข้างในมองออกข้างนอกได้ข้างนอกก็มองเห็นข้างในชัดเจน ฝุ่น หยากไย่ เพียบ ฝ้าไม่มี มีแต่ขื่อคานไม้มองเห็นสังกะสี พวกผมก็เริ่มแหยงล่ะครับ แต่ต้องรีบไปกินข้าวเลยรีบเอาของไปเก็บกัน

พอเข้าไปก็รู้สึกแปลกแล้วครับ ลมไม่เข้า... สถานที่บนเกาะมีลมทะเล ที่นอนเป็นไม่ระแนงแต่ลมไม่เข้า ผมเริ่มเอะใจล่ะครับเพราะพอจะมีเซ้นต์เรื่องแนวนี้แถวบ้านเกิดคนผีเข้ามีให้เห็นจนชินใครจะไม่เชื่อก็ได้นะครับแต่ผมเจอมาแต่เด็กจนเชื่อ เช่น คนป่วยจะตายลุกมารำได้ คนพูดภาษาที่ไม่เคยพูดได้ จำที่นั่งบนเครื่องที่หลานไปต่างประเทศได้โดยที่หลานยังไม่กลับ และอีกมากมายครับ

          เข้าเรื่องต่อ ผมรับวางของไม่ต้องจัดครับโยนๆ ไปเลยแค่ห้องโลงๆ แล้วก็ไปทานข้าวกันในหมู่บ้าน บ้านครูใหญ่น่ะครับ ก็มีอาหารใต้เยอะแยะเลยครับ รสชาติดี ผมชอบรสจัดอยู่แล้วเลยกินเต็มที่ครับ พอเสร็จก็คุยกันสักประมาณ3-4 ทุ่มก็กลับที่พักครับ ก็แยกย้ายกันอาบน้ำแปรงฟัน ผู้ชายอาบ ตรงอ่างครับมีอ่างปูนเก็บน้ำอยู่เสร็จแล้วก็เตรียมนอนกันครับ ตามประสาคนแปลกที่ครับก็นอนคุยกัน ผมเริ่มอึดอัดแล้วครับ ลมไม่เข้าร้อนมากเลยถามคนที่ไปด้วยกันว่า ใครมีเปลมามั้ยครับ ก็มีพี่กระเทยคณะวิทยาศาสตร์บอกมี เอาไปทำมัย ผมบอกผมชอบนอนตากลมว่าจะไปผูกดูดาวซักพักน่ะครับ แล้วก็ออกมาผูกริมสนามบอลมันจะมีซุ้มอยู่ครับคือตอนนั้นผมเริ่มเห็นเงาลางๆ ตามคานเรือนนอนแล้วครับ ก็ไม่กลัวมากเพราะคิดว่าตัวเองก็พอมีดีอยู่บ้าง

         ผมก็นอนเปล สูบบุหรี่ไปเรื่อยๆ  ครับพอเคลิ้มๆ  ก็มีคนมาเขย่าเปลครับ ตกใจล่ะสิ พี่ผู้ชายวิศวะอีกคนที่มาด้วยมาขอนอนด้วยครับ คนนี้เด็กตรังมีของเหมือนกัน ผมก็ไม่ว่าอะไรนอนสูบบุหรี่กัน 2 ตัว พี่เขาก็เปิดประเด็นครับ เห็นอะไรป่าววะ ผมตอบ ป่าวนี่พี่ พอดีเป็นคนไม่ค่อยชอบเล่าให้คนอื่นฟังน่ะครับกลัวเค้าว่าเพ้อเจ้อ พี่เขาบอกบอกกูมาตรงๆ  ผมเลยย้อนถาม แล้วพี่ล่ะเจออะไรมั่ง พี่เขาบอก กูเจอเยอะเลย ทั้ง มีคนเดินกระทืบพื้น (เป็นพื้นไม้ครับ เวลาก็จะเที่ยงคืนล่ะ)  มีคนนั่งห้อยขาบนคาน หลายคน นั่งสวดมนต์ที่มุมห้อง นอนไม่ได้เลยตามผมออกมา ผมอึ้งครับเริ่มกลัวบ้างแล้ว เลยบอก ผมเห็นเงาลางๆ บนคานแล้วก็อึดอัด รู้สึกไม่ดีมาตั้งแต่เย็นแล้ว แล้วก็นั่งคุยกันอีกนานเลยครับ

         พอซักพักพี่เขาก็ถาม จะไม่บอกพวกมันจริงๆ เหรอ เดี๋ยวเกิดไรขึ้นจะแก้ไม่ทันนะ (เป็นพี่ดันโยนขี้ให้ตรูล่ะ)  ผมเลยไปเรียกเพื่อนอีก 3 คนลงมาเล่าให้มันฟังมันบอกนอนหลับหลับตื่นๆ  ร้อน หายใจไม่สะดวกแต่ไม่เจออะไร ก็เลยย้ายไปนั่งคุยกันที่โรงอาหารล่ะครับไม่ง่วงล่ะ คุยกันได้ซักครึ่งชั่วโมงครับ ทุกคนที่นอนบนนั้นก็เดินลงมาหมด บอกนอนไม่ได้เลย มีคนกระทืบพื้น เตะขา คานลั่น เลยถามว่าพวกผมเจออะไรมั่งมั้ย ผมก็เล่าให้ฟังแบบนั้นล่ะครับ ทีนี้ไม่มีใครกลับขึ้นไปแล้วครับลงมาเอาผ้าใบปูนอนกันหมด คุยกันไปทีนี้งานเข้าครับ ฝนตก ฟ้าร้อง ไฟดับ โอ้มันเป็นคืนที่วิปลาสโดยแท้ มองไปที่อาคารหลังนั้นก็เห็นเป็นเงาดำวนไปมาข้างใน มีไฟดวงนึงที่อาคารนั้นครับเปิดทิ้งไว้ตอนทุกคนออกมา คุยกันยันเช้าครับ

        พอเช้าก็ไปอาบน้ำแปรงฟันกันที่อ่างครับผ้าขนหนูผืนเดียว ซักพักสาวๆ ก็ลงมาแปลงฟันด้วย ผมบอกรอผมอาบกันแปบนึงจะเสร็จแล้ว พวกเธอบอกไม่เป็นไรตามสบายไม่ถือ (เอิ่ม...พวกตรูนี่ล่ะถือ)  แต่ก็ไม่ได้เสียเปรียบอะไรได้เจอสาวๆ หน้าสดก็อึ้งๆ เหมือนกัน อาบๆ ไปพวกเธอบอกว่านอนไม่ได้มีคนมากวนเปิดปิดไฟเล่นทั้งคืนห้องน้ำก็ไฟติดๆ ดับๆ ไม่กล้าเข้าเลยลงมา พวกผมก็หลอนเลยครับแต่ไม่ได้บอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับพวกเธอจนถึงเดี๋ยวนี้ครับ ถ้าคนทริปนั้นมาอ่านก็จะจำได้ทันทีครับ พอสายๆ ภารโรงมาผมเลยถาม ลุงไอ้บ้านนั้นเค้ามีไว้ทำมัยลุงบอก อ๋อเขามีไว้ละมาดน่ะคนที่นี่นับถืออิสลาม แต่มีคนมาฆ่ากันตายที่นั่นเลยย้ายไปละมาดกันที่อื่นไม่ได้ใช้มานานแล้ว เอิ่ม อาจารย์ครับที่พักอาจารย์แต่ล่ะที่นี่แบบว่า.....

        พอเสร็จกิจก็เก็บของก็ไปทานเข้าเช้ากันที่เดิมครับแล้วก็ออกเรือมาเลย พี่รถทัวร์ก็มารอที่ท่า แล้วก็ไปเที่ยวกันหลายที่ครับที่ดังๆ สนุก นอนโรงแรมคืนนั้นหลับสบายครับ ทะเลใต้สวยนะครับแถมมีอย่างอื่นที่ไม่ใช่ทะเลก็น่าเที่ยวเยอะแยะเลยถ้าใครเคยไปแถวๆ เกาะนั้นก็ฝากดูอาคารหลังนั้นด้วยนะครับ
       อาจไม่ได้น่ากลัวเหมือนเรื่องอื่น ไม่มีอาฆาต ทำร้าย แต่ผมยอมรับว่าในตอนนั้น หลอนไม่แพ้คนอื่นแน่นอนครับ

คือตกไปนิด
       ผมถามจารย์ที่พามา เขาบอกว่าพอทราเรื่องแล้วแต่คิดว่าไม่มีอะไรมาพักแค่คืนเดียว พวกผมแบบ รู้แล้วดันหนีไปนอนกะสาวๆ มันน่านักเชียว

        ออกจากเกาะลันตาเราก็ไปเที่ยวกันต่อหลายที่ครับขอไม่ลงรายละเอียดนะครับ แล้วเดินทางต่อไปจังหวัดตรัง ออกเดินทางกันช่วงเย็นขับรถผ่านสวนยางมืดๆ  2 ข้างทางไฟไม่มี ถามเพื่อน เฮ้ยนี่เราควรขับทางเชื่อมจังหวัดไม่ใช่เหรอทำมัยดูวังเวงจังทางกะแคบรถสวนกันแต่ไม่มีรถสวนมาเลยเพิ่งจะทุ่มกว่าๆ เองนะครับ  (คือขึ้นรถกะหลับกันเลยเพราะเพลียมากเลยไม่รู้ว่ามาถึงตรงนี้ยังไง)  ซักพักก็ถามอาจารย์ สรุป หลงทางครับ อึ้งอีกแล้วครับพี่น้อง

        กะเลยนอนต่อครับปล่อยแกโทรถามทางไปตอนนั้นยังไม่มีสมาร์ทโฟนใช้กันหรอกครับ 3 ทุ่มครึ่งครับถึงตัวเมืองตรัง ไฟแดงมีลิงด้วยครับ ลิงหินสงสัยว่ามีทำมัยจนถึงทุกวันนี้ครับ จารบอกดึกแล้วเข้าที่พักก่อนแล้วใครจะกินอะไรค่อยออกมาหากินกันเพราะกลางเมือง เรากะดีใจได้พักที่ดีๆ ซักที (ในเมือง)  พอไปถึง ยังกะเรื่องแต่งถ้าผมเป็นผู้อ่านก็คิดว่าแต่งอะไรจะขนาดนั้น โรงเจครับ เป็นวัดจีน อ่านไม่ผิดครับ  ก็คิดแบบว่า จะให้พวกตูหลับดีๆ กันไม่ได้เขียวเหรอ เที่ยวนี้ไม่มีพลาดครับไม่เข้าที่พักเลยครับ 2 มือพนม 2 เข่าคุกลงกะพื้น กราบพระขอพร ไหว้เจ้าที่ขอนอนด้วยครับเพื่อความสบายใจ ทีนี้เป็นห้องโถงครับ ชายห้อง หญิงห้อง ตรงข้ามกันจารเนียนไม่ได้แล้วครับมานอนกะพวกผมเลย 55 ค่ำคืนนั้นก็ผ่านไปแบบหวาดระแวงแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ

        เราอยู่นี่กัน 3 วันจนถึงวันกลับไปเที่ยวมาหมดครับ น้ำตก ดำน้ำ ถ้ำลอด อีกเยอะเลยครับ มามีเรื่องตอนคืนสุดท้ายน่ะครับ พี่คนที่ลุกมาตามผมที่เกาะลันตาจำกันได้มั้ยครับ แกเป็นคนที่นี่ เด็กถิ่น แกไม่สบายครับ แกนอนดิ้นทั้งคืนผุกลุกผุดนั่ง ผมถามแกเป็นไร แกบอก เขาไม่ให้กูกลับ งานเข้าสิครับ เขาน่ะใคร ผมกะหลับสบายมา 2 คืนจนตายใจล่ะ พี่เขาบอกว่าที่นี่มีวิญญาณอยู่แต่ไม่ได้มากวนเลยไม่เล่า เขาบอกว่าอยากให้พี่อยู่ต่อเป็นคนที่นี่แถมสื่อกะเค้าได้ ผมเลยบอกพี่จะเอาไง พี่บอกว่าบอกเขาไปแล้ว ว่าขอกลับก่อนทำโปรเจคเสร็จจะกลับมาเยี่ยม ลืมบอกพี่เขาปี 4 ภาคอิเล็คทรอนิคส์ ครับ ก็เลยได้นอนกันแบบไม่ค่อยจะสนิทเท่าไหร่ พอเช้าเรากะเก็บของขึ้นรถ ไหว้พระ ลาร้านกาแฟหน้าโรงเจ แอบไปกรึ๊บกะลุงแกทุกเย็น

       พอขึ้นรถครบกะลังจะออกจากหน้าวัด ท่านพี่คนเดิมชักครับผมก็ ตรุว่าล่ะเมื่อคืนมันยอมง่ายไปนิดนึง ผมเคยเจอคนผีเข้านะครับแต่ไม่เหมือนแบบนี้ แกเป็นแบบเหมือนพวกที่ไปงานของคนเชื้อสายจีนที่ลองของกันน่ะครับไม่รู้เรียกอะไร ที่มีคนเลื้อย คนคำรามเป็นเสือ คนทำท่าเหมือนลิง แบบนั้นล่ะครับ แกหมอบกะพื้นไม่พูดไม่จาซักพัก แกกะออกไม้ออกมือเดี๋ยวเสือเดี๋ยวลิง ผมถอดพระแขวนให้ก็ไม่หาย ตัวเเกก็มีตะกรุดรัดเอว

สุดท้ายประมาณ 10 นาทีแกก็หาย ไม่เหมือนคนผีเข้านะครับ แกบอกแกเห็นทุกอย่างรู้หมอแต่คุมตัวเองไม่ได้ แกบอกแค่ว่าเค้ามาส่งน่ะ แล้วเราก็เดินทางกลับครับมีซื้อของฝากแวะถ่ายรูปตามทางก็ถึงกรุงเทพทุกคนโดยสวัสดิภาพครับ ถึงจะมีเรื่องตื่นเต้นมากมายแต่ก็คุ้มครับทริปนี้ พวกผมได้สนิทกะสาวๆ ในทริป กันหมดได้สานความสัมพันธ์กันจนเป็นแฟนกันอยู่พักนึงเลยนะครับ


ผู้สนับสนุน

       ก็จบทริปแบบนี้ล่ะครับอาจจะไม่สยองนะเพราะไปเที่ยวไม่ได้ไปล่ะท้าผี แค่บางทีสิ่งลี้ลับพวกนี้ก็แทรกเข้ามาในมิติที่เราอยู่ ทำให้บางเรื่องที่เราไม่เชื่อมองไม่เห็น ก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีอยู่จริงนะครับ


อ่านลืมกดไลค์เพจ >> https://www.facebook.com/pantipghosts/ นะ จะได้ไม่พลาดเรื่องหลอนใหม่ๆ กัน

เครดิตเรื่องเล่าจากกระทู้ เรื่องชวนหลอนในวัยเรียน ของคุณ สมาชิกหมายเลข 1627661


เรื่องชวนหลอนในวัยเรียน เรื่องชวนหลอนในวัยเรียน Reviewed by Nobibi on กันยายน 19, 2561 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.