ประสบการณ์หลอนกับคอนโดในนิคม

อ่านเรื่องผี ประสบการณ์หลอนกับคอนโดในนิคม


สวัสดีครับ ผมทำงานเป็นพนักงานบริษัทๆหนึ่งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี
ทำงานที่นี่มาได้ 3 ปีแล้วครับ แต่เนื่องจากบ้านผมอยู่กรุงเทพ
เลยทำให้ผมเลือกที่จะเดินทางไปกลับเสียเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งสำหรับคนที่ทำงานห่างจากบ้านประมาณ 60 กม. คงจะทราบดีว่ามันเหนื่อยแค่ไหน

ผมเลือกที่จะอยู่คอนโดแถวนิคมที่ผมอยู่ครับ
คอนโดนี้เป็นของพี่คนที่คุยๆอยู่ด้วยกัน โดยปกติวันเสาร์อาทิตย์ก็จะกลับมา
พักด้วยกันที่บ้านผมที่กรุงเทพครับ

เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องเริ่มจากที่คอนโดและไปต่อที่บ้าน
คอนโดที่อยู่เป็นคอนโดที่ขนาดไม่ใหญ่มากครับ อยู่ชั้น 7 ของตึกเป็นห้องมุม
บรรยากาศที่นี่ก็ไม่ได้วังเวงนะครับ
แต่เป็นคอนโดที่เงียบพอที่ทำให้ไม่รู้ว่ามีคนอยู่บนชั้นเดียวกันจนหลังจากเข้าอยู่ไป 2-3 เดือน

ภายในก็เป็นห้องปกติครับ เดินเข้าไปจะเจอโซนนั่งเล่นก่อน ด้านขวาจะเป็นทางไปห้องครัวและห้องน้ำ
ส่วนด้านหน้าจะเป็นห้องนอนครับ คอนโดนี้เป็นแบบซื้อเปล่า ดังนั้นในห้องตัวแบ่งระหว่าง
ห้องนอนกับห้องนั่งเล่น และห้องนั่งเล่นกับห้องครัวจึงเป็นประตูอลูมิเนียมเลื่อนบานกระจกสีขาวขุ่นที่จ้างมาติดเอง
แต่มีแผ่นหนังวัวที่ผมเอามาติดเสริมไว้ให้ไฟแต่ละห้องไม่ทะลุถึงกันครับ





เหตุการณ์นี้เกิดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนครับ

ช่วงนั้นทำเอาผมหลอนไปเลย จากเดิมที่ผมมักจะเป็นฝ่ายแกล้งเรื่องผีๆ เสียมากกว่า

เวลาเห็นคนกลัวผี ผมจะฮาแบบสะใจหนักมากครับ

พี่คนที่อยู่ด้วยกัน ขอเรียกว่า ป้า ละกันครับ (ปกติไม่ได้เรียกอย่างนี้นะครับ ฮ่าๆๆ)
ป้า เป็นพนักงานแอดมินบริษัทญี่ปุ่นครับ บางครั้งต้องออกไปข้างนอกบ่อยๆ ทำวีซ่าบ้างอะไรบ้าง
ดังนั้นถึงแม้อยู่ด้วยกัน แต่มีหลายวันที่ไม่ได้ไปทำงานพร้อมกันครับ

ผมฝึกเกมส์อยู่ในห้องที่ปิดไฟมืดสนิท แต่ถึงอย่างนั้นไฟจากหน้าจอก็ทำให้เห็นทุกอย่างในห้อง
ได้โดยไม่ต้องเพ่งใดๆ ปกติเวลาผมฝึกหรือเล่นผมจะต้องใส่หูฟัง เพื่อให้ได้ยินเสียงในเกม
เป้นเกมที่ต้องใช้สมาธิฟังถึงขนาดเสียงฝีเท่าของคู่ต่อสู้ ดังนั้นแน่นอนหูฟังที่ใช้ตัดเสียงภายนอกได้อยากดี

วันนั้นไม่เหมือนวันทั่วๆไป ผมรู้สึกแปลกตั้งแต่การที่ผมหันหลังไปดูโดยอัตโนมัติว่ามีใครอยู่ด้านหลัง
ทั้งๆที่โดยปกติเวลาที่ผมหันไปมันจะมีป้า เดินผ่านไปเข้าห้องน้ำบ้าง หรือมาสะกิดบ้างเท่านั้น
วันนั้นผมจำได้ว่าผมหันไปเพราะรู้สึกจริงๆว่ามีคนดินผ่านไปประมาณ 3-4 ครั้ง

จะเรียกว่าเพราะกังวลก็ไม่ได้ แต่วันนั้นนอนไม่หลับเลยครับ
จากที่ปิดไฟ ปิดคอมนอน ตอนตีสองกว่า ผมก็มานอนอยู่บนเตียง คิดว่าเมื่อกี๊เราคิดไปเองรึเปล่า
ครั้นจะปลุกป้ามาถามว่าได้ไปห้องน้ำไหม ก็แลดูจะเกินไป เพราะมันดึกมากแล้วและต้องทำงานในวันรุ่งขึ้น

ผมเลือกที่จะหาอะไรทำครับ ผมเอาไอแพดมาเปิดอ่านหนังสือที่ซื้อไว้
พยายามคิดซะว่า อ่านๆไปง่วงเดี๋ยวกันหลับ แต่กลับกันเลยครับ มันดันทำให้ตื่นเสียมากกว่า
ผมมองนาฬิกาที่ข้างบนไอแพดจึงได้รู้สึกตัวว่า ตีห้าสี่สิบกว่าแล้ว

"ซวยละตู" ผมคิดในใจกับตัวเอง กังวลไปว่าพรุ่งนี้จะทำงานยังไงวะเนี่ย

ณ ตอนนั้นเอง ป้าก็ลุกขึ้นจากเตียงแบบไม่พูดไม่จา
ตอนนั้นผมโล่งอกมากกว่าครับ เพราะว่าอย่างน้อยจะได้มีคนช่วยปลุกได้ หากผมพยายามนอนแล้วหลับยาว

"ป้า เดี๋ยวผมนอนอีกหน่อย พออาบน้ำเสร็จแล้วปลุกได้ไหม" ผมถามไป
ไม่ได้มีเสียงตอบกลับใดๆ มีเพียงการพยักหน้าเบาๆ ด้วยหน้าที่ผมปกปิดไม่เห้นแม้ดวงตา
ผมก็ไม่ได้คิดอะไร วางไอแพดลง ห่มผ้าและพยายามนอน คิดเสียว่านอนชั่วโมงนึง ยังดีกว่าไม่ได้นอนแหละ

หลังจากเสียงน้ำในห้องน้ำดังขึ้น ผมเริ่มที่จะหลับได้ ผมมีจุดอ่อนกับเสียงน้ำอยู่เสมอ
แต่แล้ว... มันก็มีเลยครับ อาการขยับตัวไม่ได้เวลานอน หรือที่คนชอบบอกว่าผีอำ!!

ผีอำ... ฮ่าๆๆๆ ผมฮากับคำนี้มาโดยเสมอ ถึงตอนนี้ที่เรื่องมันผ่านไปผมคิดถึงสมัยก่อนที่ผมยังล้อเล่นกับเพื่อนได้ว่า
ถ้ามีผีผู้หญิงมาอำ จะจำปล้ำซะให้เข็ดเลย เพราะผมไม่เข้าใจว่ากับทุกรูปแบบการพบผีทำไมผีต้องมานั่งทับ

อาการผีอำ หรือ อัมพภาตขณะนอน ไม่ใช่อาการใหม่สำหรับผม ทุกคนต้องเคยเป็นนะผมว่า
ผมชินชากับมันและรู้วิธีหลุดจากมัน แต่สิ่งที่ทำให้ผมมองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มันพิเศษ คือ,,
ผมรู้สึกว่ามือผมที่อยู่ข้างตัว มันจับไปโดนขาของคน!?!?

เอาล่ะทำยังไงดีละทีนี้ จะออกแรง ฮึบ! ทีเดียวและลุกให้หลุดเหมือนทุกครั้งก็ไม่กล้า
เพราะมันจะทำให้ตอนเราลุกเราพุ่งหน้าไปหาบางอย่างที่มันไม่น่าจะมีอยู่จริง

ผมค่อยๆ ใช้เวลาในการประมวลผล เราจะทำอย่างไรดีมือเราก็ยังอยู่บนสิ่งๆนั้น
มันเย็นมาก เย็นจริงๆ ครับ ผมตัดสินในใช้วิธีออกแรงบิดตัวไปที่เดียวให้ตัวเองหลุดพ้นจากสถานะนั้น

ฮึบบ! ผมขยับตัวได้ในที่สุด สองมือที่เห็นตอนนี้อยู่บนเตียงข้างตัว ไม่มีอะไรอยู่ใต้มือทั้งคู่
บนเตียงไม่มีอะไร ผมรีบเอามือไปจับขาตัวเอง ว่าสิ่งที่ผมจับไปใช่ขาตัวเองไหม
ขาผมไม่เย็น และมือผมตอนลุกก็ไม่ได้อยู่ที่ขา ผมไม่ได้เอามือจับขาตัวเองแน่
ทุกอย่างที่คิด คิดอยู่ในช่วงวินาทีด้วยความลนลาน

"เออ หมอนข้างไง!" ผมคิดในใจ มันต้องเป็นหมอนข้างแน่ๆ แต่..
หมอนข้างอยู่ที่พื้นปลายเตียง!! แถมอยู่ใต้ผ้าห่มอีก




เสียงน้ำในห้องน้ำหยุดลง ตอนนั้นแดดออกแล้วผมมองนาฬิกาหัวเตียงเป็นเวลา 6 โมง
เข็มยาวเลยเลข 3 มาหน่อย... โอเควะ อย่างน้อยก็ได้นอน

ผมตั้งสตินึกคิดว่าผ้าห่มกับหมอนข้างมันจะหล่นไปตอนที่ผมบิดตัวรึเปล่า
แต่ผมก็นึกไม่ออกว่าจะท่ามันจะหล่นไปหมดได้อย่างไร
มันต้องหล่นไปแล้วสิ ผ้านวมหนักขนาดนั้น เล่าเรื่องผีถึงกระโดดมันคงแค่หล่นบางส่วน ไม่ปลิวหล่นทั้งหมดหรอก

ผมลุกไปที่ห้องน้ำ เพื่อจะชะโงกหน้าดู คุยกับป้าเพื่อเล่าเหตุการณ์ให้ป้าฟัง
แต่ในห้องน้ำ ไม่มีใครอยู่... ไม่ใช่แค่นั้น... ในห้องนั้นไม่มีใครอยู่เลยครับ

เอาจริงๆ จนถึงตอนนั้นผมก็ยังไม่มีความรู้สึกกลัวนะครับ เป็นความรู้สึกสงสัยมากกว่า
จนงงไปหมดเลยครับว่า “เฮ้ย มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย”
 
ผมตั้งสติสักครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเดินไปหยิบโทรศัพท์และโทรไปหาป้า เพื่อที่จะถามว่าอยู่ไหน
“ ...ตึ๊ดดดดด” เสียงโทรศัพท์แต่ละครั้งนานจนน่าทรมาน
หลักจากที่มีเสียงแกร๊กๆ เหมือนมีคนรับโทรศัพท์แล้วผมรีบไม่รอช้า
“อยู่ไหนเนี่ย เมื่อกี๊อาบน้ำอยู่ไม่ใช่หรอ”

“อะไร ก็วันนี้ออกมาตั้งแต่เช้า ตอนออกมายังเดินไปหยิบมือถือข้างๆที่นอน เห็นเธออ่านไอแพดอยู่เลย”
นั่นละครับ ผมนี่แทบไม่อยากพูดถึง ไม่อยากทำอะไรเลย กดวางโทรศัพท์อย่างไว และเดินไปอาบน้ำ
จำความทรมานได้เลยครับ ว่าการหลับตาสระผมในวันนั้นมันปวดร้าวแค่ไหน

หลังจากวันนั้น ผมก็เลือกที่จะกลับไปนอนบ้านสักพัก ปล่อยความกึ่งงงงวยกึ่งสยองขวัญที่คอนโดเอาไว้ก่อน
เพราะกลัวว่าหากอยู่คอนโด ต่อไปจะไม่เป็นอันนอน ไม่เป็นอันทำงาน

เรื่องราวก็ผ่านไปจนปกติดี จนผ่านไปกว่าสัปดาห์ ทุกอย่างรวมถึงจิตใจที่แปรปรวนของผมกลับไปสู่สภาพที่เรียกได้ว่าเป็นปกติ แต่ทว่าการที่ริบเร่งออกมาจากคอนโดในวันนั้น ทำให้ลืมของไว้หลายอย่างที่จำเป็นต้องกลับไปเอา หนึ่งในนั้นคือสมุดบัญชีครับ

จริงๆ พอนึกถึงสมุดบัญชีก็มีเรื่องสยองขวัญของมันเหมือนกันนะครับ สยองมากเวลาประชุมๆอยู่แล้วมีคนโทรมา
ทำบัตรเครดิตไหมคะ/คับ 5555+ สมาธิกระเจิงเลยครับ

การกลับไปที่ห้องไม่ได้ใช้ความกล้าอะไรมากครับ เพราะพอเข้าโหมดปกติ ก็ไม่ได้คิดถึงมันมากนัก ตอนนั้นให้ไปนอนที่คอนโดก็ไปได้ ทุกวันนี้ก็มานอนปกติแล้วนะครับ ผมจำได้เลยว่า ตอนขึ้นลิฟต์ยังพูดฮาๆกับป้าแกอยู่เลย แบบว่า

“เฮ้ยถ้ามาขอเลขเด็ดไปซื้อล็อตเตอรี่หน่อยป่ะ”
ยังจำป้าแกบอกได้เลยว่า “เอาสองตัวหรือสามตัวดี”
ซึ่งผมก็ตอบไปฮาๆ “โห ถ้ามาขนาดนั้นแล้วไม่ให้หกตัวนี่มีเคืองว่ะ”

เข้าถึงในห้องบรรยากาศก็ปกตินะครับ ผมก็เก็บของใส่กระเป๋า ป้าแกก็ไล่ปิดไฟในห้องเพราะ
คงไม่ได้กลับมาอีกสักพัก เนื่องจากอยู่บ้านกันจนชิน และผมเริ่มไปฟิตเนสแถวบ้านแล้วด้วย
จนกระทั่งตอนออก,,,

ทุกครั้งเวลาออกจากห้อง ผมกับป้าจะรู้กันเองอยู่ว่า ถ้าใครออกจากห้อง ให้เดินไปกดลิฟต์
ส่วนอีกคนตามออกไป ล็อคประตูแล้วเข้าลิฟต์ตอนมันมาพอดี
อยู่มาปีกว่า ไม่เคยมีใครออกไปกดลิฟต์รอแล้วปิดประตูเลยครับ

แต่ในวันนี้ หลังจากที่ป้าเดินออกไปและผมกำลังเช็คอยู่ว่าทุกอย่างในห้องถูกปิด ปลั๊กถูกถอดหมดแล้ว
กำลังจะสับคัตเอาท์ลง ประตูห้องก็ค่อยๆปิด ไม่ใช่แบบไหลปิดนะครับ แต่ก็ไม่ดังมากเหมือนลมพัด
จำได้เลยภาพวันนั้นมันเหมือน ช่วงเวลาที่คนเรากำลังตัดออกจากโลกภายนอก
เหมือนเพื่อนผมคนนึงที่เห็นแก้วมันกำลังจะตกจากโต๊ะ แต่เหมือนสติมันดันไปโฟกัสอยู่กับแก้ว
เลยเหมือนทำอะไรไม่ถูก และแก้วก็ตกแตกไปเฉยๆ
ผมก็เช่นกัน ทั้งๆที่มานั่งนึกดูว่า ถ้าเดินไปจับประตูเปิดไว้ มันก็น่าจะทัน แต่ตอนนั้น
มันฉงน มันสนใจกับประตูจนไม่ได้คิดจะขยับตัวออกไป เห็นประตูปิดไปต่อหน้าต่อตาอย่างนั้น

แล้วมันก็เริ่มขึ้นครับ... จากห้องนอนที่ผมอยู่ ผมเดินเลยประตูเลื่อนอลูมิเนียมที่กั้นห้องเล็กออกเป็นสองส่วน
เพื่อจะเดินออกไป เนื่องจากภารกิจในวันนี้เสร็จแล้ว เพียงแค่เลยขอบประตูนั้น ชายตาก็รู้สึกได้ว่า มีคนยืนอยู่
ไม่ผิดแน่ๆ ผมรีบเดินไปที่ประตู พยายามออกไป แต่ก็ออกไม่ได้ ประตูมันไม่เปิดครับ

คิดกับตัวเองนี่มันหนังป่าววะเฮ้ย ว่าแล้วก็หันไป ภาวนาในใจว่าขอให้เป้นอะไรก็ได้ เสื้อที่แขวนไว้
มองผ่านอาจเป็นแค่รูปคน แต่หันมองไป นี่เป็นครั้งแรกเลยครับที่ผมเห็น คือเป็นผู้หญิง ผิวคล้ำ
แต่เหมือนผิวซีดแล้วอยู่ในที่มืดมากกว่า ทั้งๆที่ห้องก็สว่างปกติ มันเป็นอะไรที่เห็นแล้วหดหู่
เธอยืนมองไปทางห้องครึ่ง มองขวางไปในทางเดียวกับประตูเลื่อน เธอไม่ได้หันมา ยืนอยู่อย่างนั้น

ผมเปิดประตูไม่ออก ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกจริงครับ ผมไม่ไหวพระ ไม่ห้อยพระ ไม่เคยเชื่อ
เคยได้ยินว่า ถ้าเจอแล้วเอาพระมาไหว้ บลาๆ แล้วจะหาย แต่ทำไงดีเราไม่มี ผมเลยยืนนิ่ง
ตั้งจิตอธิษฐานเหมือนตอนยืนเข้าแถวสมัยประถมเล่าเรื่องผี มัธยม แล้วคิดในใจว่า
“ผมไม่รู้ว่าคุณคือใคร มาทำไม แต่ผมจะลองไปทำบุญให้ ขอให้คุณอยู่สบายๆ อย่ารบกวนกันเลย”
แต่พอผมลืมตาขึ้น สิ่งที่ผมเห็นเต็มตาเลย คือ ผม!! ไม่ใช่ผมสรรพนามบุรุษที่ 1 นะครับ
ผมเป็นเส้นๆ ผมเต็มๆเลย คือเธอมายืนอยู่ครงหน้าผม ทั้งๆที่ผมควรจะหันหน้าเข้าประตูอยู่
แต่ทำไมไม่รู้ผมลืมตาตื่นมา ร่างกายมันกลับหลังหันไปแล้ว ไม่มีจังหวะ 1 2 เหมือนร.ด.

ช็อคโคตร ผมผงะหัวชนประตูดังปั้ง หลับตาปี๋ ตอนนั้นคือโคตรกลัว หน้าเค้าไม่มีแผลอะไรนะครับ
ถ้าไม่นับสีผิวที่แลดูแปลกๆ ผมอธิบายมันไม่ถูก แต่เธอดูปกติมาก หน้าตาไม่มีอารมณ์ใดๆ

จนผมถูกประตูชนเข้าข้างหลัง ป้าเปิดประตูเข้ามาถามว่าเป็นอะไร
ทุกอย่างในไม่มีอะไรผิดปกติเลยครับ ผมเลยกดล็อคประตู จ้ำอ้าวออกมาเลย
(จริงๆ นอกจากลูกบิดแล้วจะล็อคกลอนด้วยอีกที)

ป้าแกก็ไม่ได้ถามใดๆ คงรู้แล้วแหละว่าเกิดอะไรแน่ ไม่งั้นคนกวนๆอย่างผมคงไม่เงียบไป
หลังจากที่คุยเฮฮามาตลอดทาง

พอออกจากคอนโดได้ ทุกอย่างมันดูสดใสมาก
ผมนึกถึงสมัยเด็กตอนที่ดูหนังผีแล้วกลัว แล้วฉากต่อไปเป็นตอนกลางวันยังไงยังงั้นเลยครับ
ผมขับรถเข้ามอเตอร์เวย์มุ่งกลับบ้าน ผมไม่พูดอะไรจนได้บัตรผ่านทางมาแล้วอ่ะครับ
ไม่เข้าใจตรรกะตัวเองเหมือนกัน แต่พอได้รับบัตรมอเตอร์เวย์มาผมโล่งจนถอนหายใจ เฮ้อ ออกมาอย่างดัง
ผมเล่าทุกอย่างให้ป้าแกฟัง จริงๆ แกเป็นคนกลัวผีมาก แต่อยู่คอนโดนี้มาอย่างนานไม่เคยเจอ
อยู่ดีๆมาเจอมันก็ไม่ใช่ เราก็ไม่ได้ใช้ชีวิตแปลกไปจากเดิม ผมก็ไม่ได้ทำอะไรผิด

ผมพยายามหาหลักการทางวิทยาศาสตร์มาค้านอยู่เสมอ เหมือนหัวแข็งอ่ะ
แต่ยังไงก็หาคำตอบฉาก ผม นั่นไม่ได้ มันก็ค้านๆ ในใจก็เริ่มกลัว
ตอนแรกในใจกะแวะไปวัดครับ แต่ดันโง่ไง คิดว่าเย็นแล้ว วัดคงปิด
คือผมไม่เข้าวัดมานานมาก จนลืมไปหมดละครับ ตอนหลังมานั่งคิดๆดู เออเข้าวัดทีก็งานศพ งานศพถึงดึกวัดก็เปิดนี่หว่า
ยังขำตัวเอง แถมโดนเพื่อนล้ออีกต่างหาก

หลังจากที่เอาสมุดบัญชีไปทำบัตรเอทีเอ็ม แทนอันเก่าที่หายไป พวกผมก็เข้าบ้านรอพักผ่อนกันเต็มที่ครับ
ห้องนอนผมเป็นห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลึกไปทางหลังบ้าน เปิดจากห้องนอนไปจะมีห้องแต่งตัว
จากห้องแต่งตัวสามารถออกไปห้องโถงกลาง หรือห้องน้ำส่วนตัวได้ครับ

กลับถึงบ้านมาไม่ทันไร ยังไม่พักผ่อนหายใจเลย
หลังจากที่ผมเดินออกจากห้องนอน แล้วเข้าไปอาบน้ำ ผมรูดม่านอาบน้ำแล้วละเลงทันทีครับ
แต่ไม่ทันไร ประตูห้องน้ำ ซึ่งเป็นประตูเลื่อน มันปิดเองดังตึง! พอผมหันไปก็เห็นเงาคนยืนอยู่หน้าซิงค์
ในใจก็คิดว่า “ทำไมป้าแกเข้ามาแต่ผมไม่ได้เสียงเปิดประตูห้องนอนวะ”
ซึ่งตอนนั้นคิดอย่างอื่นมากกว่าเลยแกล้งพูดไปว่า “เข้ามาตอนผมอาบน้ำ จะทำอะไรป่าวเนี่ย” (ฮ่าๆๆ)

แต่ไม่มีเสียงตอบรับ...
ผมจึงเลื่อนผ้าม่านเปิดไป คิดเสียใจตอนหลังไม่น่าเลยตู แล้วก็พบว่า.. !!
ไม่มีใครยืนอยู่เลยครับ!!

เอาละไง บ้านนี้อยู่มา 27 ปี อยู่มาตั้งแต่เกิด ไม่เคยเจอ วันนี้มันจะเจอหรอวะ
ตะโกนเรียกเลยครับ ไม่ใช่เรียกผีนะครับ เรียกป้า “ป้า ป้า”
คราวนี้เสียงประตูห้องนอนเปิดดังขึ้น ตามมาด้วยประตูห้องน้ำเลื่อน
“มีอะไร” ป้าถาม
“ป่าว ไม่มีอะไร เสียงหนังดังไปป่าว” แกล้งกลบเกลื่อน คือไม่อยากบอกกลัวหลอน
“โว๊ะ แค่นี้อาบน้ำเสร็จค่อยบอกก็ได้ป่าว” ป้าทำเสียงหงุดหงิดเล็กๆ
ประมาณว่าเรียกกูมาตอนดูหนังเพราะแค่นี้อ่ะนะ
“ตอนเดินกลับไปไม่ต้องปิดประตูนะ เดี๋ยวตอนแต่งตัวทาครีมจะได้เย็นๆ”

หลังจากเข้านอนวันนั้น ผมรู้สึกตัวแล้วครับว่ามีอะไรผิดปกติแน่ๆ มันไม่ได้อยู่ที่สถานที่แล้ว
ผมคิดว่าผมคงทำอะไรผิดมา หากหลักการที่ทุกคนชอบพูดถึงมันถูกต้อง
หากอาจโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะผมจำไม่ได้ว่าผมไปทำอะไรเมื่อไหร่

ทั้งห้องมืดไปหมด ผ้าม่านอย่างหนาทำหน้าที่กับคนมีปัญหาด้านการนอนอย่างผมได้ดี
จนผ่านไปสักพักจึงจะมองเห็นจุดไฟเล็กๆสีเขียวของเราเตอร์ที่อยู่ห่างปลายเตียงไปทางขวาประมาณ 3 เมตร
ไฟจากแอร์ทางซ้ายมือประมาณ 2 เมตร และไฟจากเมนบอร์ดคอมที่เสียบปลั๊กคาไว้ประมาณ 2 เมตร หน้าเตียง

ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ผมเห็นมานานกว่า 2 ปีตั้งแต่การปลูกบ้านครั้งใหม่เสร็จสิ้น
แต่ไม่เคยคิดเลยว่า อยู่ดีๆจะได้มาเจอกับ คนๆนั้น คนที่เดินผ่าน เดินผ่านปลายเตียงที่อยู่หน้าผม
ตอนแรกผมคิดว่าไฟกระพริบ แต่มันไม่เคยกระพริบนี่นา มันคืออะไรวะ

ผมมองตามอะไรก็ตามที่มันผ่านหน้าไปโดยไม่ทันรู้ตัว
ไม่ใช่ว่าเห็นนะครับ ทุกอย่างมันมืดไปหมดเล่าเรื่องผี จนจังหวะที่สิ่งๆนั้นเดินมาจะถึงข้างเตียงด้านซ้ายผม
สิ่งนั้นมันมาบังไฟแอร์ที่ผมคุ้นเคยว่าอยู่ตรงนั้น จนเลยไป และผมเห็นไฟดวงเล็กๆนั้นอีกครั้ง

ผมค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ว่ามันคืออะไร มันอยู่ข้างเตียงผมแล้วแน่ๆ

สิ่งที่ผมตัดสินใจทำ... ไม่ใช่เอามือถือฉายไฟส่งไปดูแน่ๆครับ
ผมรีบเอามือจับผ้าห่มและคลุมโปงอย่างไว โดยไม่ลืมที่จะคลุมป้าแกด้วย

มือนึงรีบล้วงเข้าไปใต้หมอน หารีโมทไฟที่เพิ่งใช้ปิดไป
เฮ้อ โล่งอก มันยังอยู่ ผมกดเปิดไฟจากในผ้าห่ม คิดในใจเออหมดละล่ะ
เลยเปิดผ้าห่มออก ใจยังเต้นตุบๆ แต่อารมณ์เริ่มสงบลงบ้าง
ความรู้สึกยังจำได้ถึงวันนี้ ตอนที่เปิดผ้าออกไปแล้ว เจอสิ่งนั้น

สิ่งที่เป็นผู้หญิงที่ก่อนหน้านี้ผมเห็นแค่หน้า วันนี้ผมเห็นทั้งตัวเมื่อมองขึ้นไป
เธอใส่เสื้อแบบกลัดกระดุมสีดำ กางเกงโปร่งๆสีดำ เหมือนพวกอาซ้อใส่กันเวลาไปไหว้เจ้า
แต่เธอดูเป็นวันกลางคน หน้าและตามองลงต่ำลงมาที่ผม ทำหน้าตาหน้าสงสารหรือคิดในอีกมุมก็เหมือนโกรธ
ตาสีดำ ดำจนไม่รู้ว่านั่นคือตาหรือไม่มีตากันแน่ นะตอนที่ผมเปิดผ้าไป เสียงเธอกรีดร้องแสบแก้วหูมาก
มือเธอชี้มาที่หน้าผม ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก

“เฮ้ย เตี้ย!!!!” ผมตะโกนอย่างดัง พร้อมกระโจนไปอีกฝั่งของเตียง
ทุกอย่างหยุดชะงัก เสียงนั้นหายไป ป้าตื่นขึ้นมา คงจะเจ็บเล็กน้อยเพราะผมที่กระโดดเลยเธอไปก็ไม่ใช่ตัวเล็กๆ

ผมเล่าทุกอย่างให้ป้าฟัง ตั้งแต่เรื่องในห้องน้ำ
คืนนั้นเราตัดสินใจดูหนังครับ ดูถึงเช้า ผมจำได้เลยคืนนั้นดูแฮรี่ไป 3 ภาค
จนตื่นเช้าไปทำบุญตักบาตรแถวบ้าน ในใจคิดแค่ว่าภาวนาอย่ามาให้เจออีกเลย
ผมอุทิศส่วนบุญกุศลไปให้นะ

และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้เจอเหตุการณ์อะไรแปลกๆจากครั้งนั้นอีกครับ
ถึงทุกวันนี้ผมก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง มันจะเป็นไปได้ยังไง แล้วทำไมผมต้องเห็นคนเดียว?
ยังหาตรรกะจากมันไม่ได้เลยครับ

อ่านลืมกดไลค์เพจ >> https://www.facebook.com/pantipghosts/ นะ จะได้ไม่พลาดเรื่องหลอนใหม่ๆ กัน

เครดิตเรื่องเล่าผีจากกระทู้ ประสบการณ์หลอนกับคอนโดในนิคม ของคุณ สมาชิกหมายเลข 1200245

ประสบการณ์หลอนกับคอนโดในนิคม ประสบการณ์หลอนกับคอนโดในนิคม Reviewed by Nobibi on พฤศจิกายน 18, 2561 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.