เล่าให้ฟัง ประสบการณ์คุณยายข้างบ้านตายแล้วฟื้น

เล่าให้ฟัง ประสบการณ์คุณยายข้างบ้านตายแล้วฟื้น

ประสบการณ์คุณยายข้างบ้านตายแล้วฟื้น
ประสบการณ์คุณยายข้างบ้านตายแล้วฟื้น


**เล่าให้อ่านไม่ได้เล่าให้เชื่อ**

สวัสดีครับ วันนี้ผมว่าง ยางไม่ได้กรีด เพราะฝนตก เลยตั้งใจจะมาเล่าเรื่องนี้ให้อ่านสักเรื่อง เป็นอีกเรื่องที่วงการวิทยาศาสตร์พยายามจะหาคำตอบว่าเป็นเพราะอะไร จริงๆ ก็หาอ่านได้ทั่วไปตามกูเกิ้ล จะพบว่ามีคนตายแล้วฟื้นจำนวนมากอยู่ทั่วโลก

บังเอิญว่าคุณยายข้างบ้านผมท่านหนึ่งก็เคยตายแล้วฟื้นกลับมาเหมือนกัน

ผมไม่รู้หรอกว่าทางการแพทย์เขาจะถือว่าเป็นอะไร แต่ทางชาวบ้าน ถ้าลมหายใจหยุดไป ก็แปลว่าตายทั้งนั้น ผมก็ไม่มาขอเถียงกับนักวิทยาศาสตร์แล้วกัน เพราะผมก็เป็นเด็กบ้านๆ  กรีดยางเลี้ยงวัวช่วยพ่อแม่ดูแลทรัพย์สินบนดินประมาณ 10 เอเคอร์ไปวันๆ  เรียนน้อย ฝอยวิทยาศาสตร์ไม่เป็น แต่ถ้าสานสาด พอแค่นได้ เรื่องมันมีอยู่ว่า คุณยายท่านนั้น ตอนอายุได้65ปี เรื่องเกิดตอนปี2555 คุณยายผมขอสมมุติชื่อว่า คุณยายพร เพื่อง่ายต่อการเล่านะครับ

คุณยายพร แกอยู่บ้านกับหลานสาวครับ อยู่กัน2คน ยายพรมีลูก2คนเป็นหญิงกับชาย เรียนจบปริญญาตรีทั้งคู่ คนนึงไปทำงานระยองที่มาบตาพุด
อีกคนไปอยู่กรุงเทพ คนที่เป็นหญิงท้อง พอลูกได้5ขวบเลยเอามาไว้กับยายพร ปีใหม่ สงกรานต์ถึงได้ลงมา ตัวผมนั้นก็ชอบไปเล่นที่บ้านยายพรอยู่เพราะหลังบ้านยายพรมีต้นกระท่อมปลูกไว้ สามีแกที่ตายไปเป็นคนปลูก พอบ้านติดกัน ผมก็ไปขอ ยายพรก็ไม่คิดเงิน แต่ถ้าคนที่อื่นมา แกจะขาย แกมีที่ดินประมาณ1เอเคอร์ แค่พอทำกิน แต่สิ่งที่พอทำเงินให้ยายพรได้มากคือต้นกระท่อมที่สามีแกปลูกไว้นั่นแหละ ยายพรแกเคยโม้กับแม่ผมว่า
เวลาราคายางลงๆ  จนเงินไม่ค่อยพอใช้ ก็ได้ใบกระท่อมนั่นแล่ะช่วยไว้ ลูก2คนเรียนมหาลัยจบ ส่วนหนึ่งก็เพราะเงินจากใบท่อม  คนแถวบ้านที่เป็นตำรวจเขาก็รู้นะว่า บ้านยายพรมีต้นกระท่อม และขายด้วย แต่ตำรวจที่เป็นคนในบ้าน เขาก็ไม่ว่าอะไร ก็คนบ้านๆ เขาเข้าใจกันว่า ใบกระท่อมมันอยู่คู่ปักษ์ใต้มาประมาณ1000กว่าปี กินให้มีแรงทำงาน กฏหมายว่าเป็นยาเสพติดพึ่งมาถูกเขียนทีหลังนี้เอง


แต่เวลายายพรแกขายมากๆ  ตำรวจบ้านๆ  ก็จะแวะมาเตือนยายพรว่า "เพลาๆ ขายหิดน่ะ ผ๊มกลัวข้างบนโร้ ถ้าเขาบี้มา ผมกะต้องมาจับเติ้นหล่าว"
ถึงทีนี้ต่อมา หลานสาวยายพร โตเป็นสาวขึ้นมา อายุได้14-15 ก็ได้หนีตามผัวไปอยู่บ้านผัวที่กระบี่ ยายพรตามไปเอาหลานหลบบ้าน
หลานสาวดื้อไม่ยอมหลบ แกก็มานั่งปรับทุกข์ให้แม่กับพ่อผมฟังเรื่อยๆ  ผมเลยทำเท่าฟังด้วย ทีนี้ลูกสาวแกที่เป็นแม่ของหลาน ก็มาโกรธยายพร
ว่าเลี้ยงหลานยังไงให้ตามผัว ก็ต่อว่ายายพรหลายอย่าง ยายพรแกก็น้อยใจ เอาแต่นั่งซึมๆ อยู่ ไม่ออกไปไหน ข้าวก็ไม่กิน
แม่มาบอกผมว่า น่าเป็นห่วงยายพร เพราะแกเหลือตัวคนเดียว ลูกก็อยู่ไกล หลานก็หนี ไม่เป็นอันกินอันนอน แม่ผมแวะไปหาทุกวันเพราะห่วงเพื่อนบ้าน ผมจำได้ดีวันนั้น ผมนั่งปอกมะพร้าวอยู่ข้างบ้าน แม่ตะโกนเรียกผม เสียงโหวกเหวก เป็นน้ำเสียงตกใจมากว่า
"บ่าวๆ ๆ  ไอ่บ่าว โทรแจ้งตำรวจเร็ว ยายพรเสียแล้ว"

ผมทิ้งมีดได้ก็วิ่งไปที่บ้านยายพร เห็นยายพรนอนอยู่ในบ้าน ตรงหน้าโทรทัศน์บนโซฟา หลับตาสนิท เหมือนคนนอนหลับปกติ ผมเอานิ้วอังที่รูจมูก แกไม่หายใจแล้ว ผมจับที่ตัวยายพร ตัวยังไม่เย็น แปลว่าพึ่งสิ้นลมไม่นาน ผมโทรแจ้งตำรวจ ไปบอกคนแถวๆ นั้นว่า ยายพรเสียแล้ว คนก็มากันเต็ม ตำรวจมาถึง ผู้ใหญ่บ้านก็มา ตำรวจก็ตรวจสอบก็ว่า ไม่มีร่องรอยการฆาตกรรม ยายพรคงนอนหลับแล้วตายไปเอง ก็เลยมอบภาระให้ญาติๆ จัดการศพเอาตามประเพณี ญาติยายพรเลยโทรบอกลูกก่อน ลูกยายพรก็บอก จะรีบลางานลงใต้ทันที แต่ผ่านไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง
ยายพรแกดันลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่ง คนในบ้านตอนแรกไม่ทันตั้งตัว พอยายพรลุกขึ้นนั่งถาม "มาทำไหรกันเว้อเต็มบ้านฉ้าน"
เขาก็พากันร้องกรีดๆ วิ่งออกไปตั้งหลัก  พวกผู้ชายเขาก็ตกใจ แต่ไม่วิ่ง ยืนถามกันว่า "นั่นยายพรหม้ายนั้น" ยายพรกะว่า "เอ้อ กูนี้แนะ ไซรหล่าว"

คนก็บอกว่า ยายพรตายไปแล้วนะ ไม่รุ้ตัวเหรอ ยายพรแกก็ยังมึนๆ แกว่า

"แกตายตรงไหน แกแลหนังแล้วหลับไปเฉยๆ "


คนอื่นๆ ก็บอกว่า แม่ผมมาเจอยายพรนอนไม่หายใจ ตัวเริ่มเย็น คนอื่นๆ ก็มา ตำรวจก็มาตรวจ ยายพรนอนตายไปแล้วจริงๆ
ยายพรแกก็จับตัวเอง แล้วพึมพำว่า "กูตายจริงเออ" พอคนอื่นๆ ยืนยันว่าจริง ตายจริงๆ  คนที่กลัวๆ พากันทยอยเข้ามาดูยายพร
ยายพรแกก็บอกว่า แกคิดว่าแกหลับแล้วฝันไปเฉยๆ  คนก้ถามยายพรว่าฝันอะไร

ยายพรบอก เคลิ้มๆ แล้วหลับ ตอนหลับน่ะแกฝันว่า เหมือนแกรู้สึกว่าสบายเหมือนนอนบนน้ำ มันเย็นหลัง ตัวเบาหวิง
พอสักพักแกเห็นว่ามีแสงสีขาวๆ เป็นจุดให้แกเห็นมาจากข้างบน พอถึงมันค่อยๆ สว่างแล้วก็กว้างขึ้น ขนาดประมาณนี้ (แกทำมือน่าจะประมาณลูกบอล)
แล้วแกว่าในฝัน (ตามที่แกเข้าใจ) แกก็เหมือนถูกแสงนั้นดูดขึ้นไปหา แกแสบตาเลยหลับตา แต่รู้สึกตัวเองวูบวาบไปหมด
สักพักรู้สึกหายแสบตา แกเลยลืมตา แล้วแกก็เห็นว่า ตัวแกอยู่ที่ไหนสักที่ แต่มันคุ้นๆ  จำไม่ได้ว่าที่ไหน
แล้วตัวแกก็โผล่ไปเห็นตรงนั้นตรงนี้หลายที่เหมือนแกเหาะได้อยู่บนยอดไม้ แล้วทุกๆ ที่ ที่ไปเห็น แกก็คุ้นเคยหมดแต่นึกไม่ออกว่าเป็นที่ไหนบ้าง
บางจุดเหมือนแกเคยเห็นตอนเด็กๆ  บางจุดเหมือนแกเคยเห็นตอนสาวๆ  แกว่าบางจุดแกเห็นคนอื่นด้วย แต่เขาอยู่ข้างล่าง
บางคนมองมาที่ยายพรแล้วตะโกนคุยกัน ยายพรจำไม่ได้ว่าคุยอะไรกันบ้าง แต่จำได้ว่าคุย

พอถึงแกลอยไปไหนต่อไหนไม่รู้ เยอะแยะไปหมด แต่จุดนึงแกลอยไปพบยอดเขา แกเห็นว่าผัวแก (ที่เสียไปแล้ว) ยืนอยู่
ข้างๆ ผัว มีต้นกระท่อมหลังบ้านขึ้นอยู่ ส่งยิ้มให้ยายพร ยายพรแกดีใจ เลยพยายามหาทางลงไปหา แต่พยายามเท่าไหร่ แกก็ลงไปหาไม่ได้
ผัวแกได้แต่ตะโกนมาบอกประมาณว่า "เธอลงมาหาช้านไม่ได้หรอก กรรมเติ้น ไม่เหมือนช้าน ช้านต้องอยู่เฝ้าต้นท่อมนี้และ"
ยายพรว่า แกก็ไม่ยอมแพ้ จะลงไปหาผัวแกให้ได้ เพราะตายจากมาหลายปีก็ยังคิดถึงกันอยู่ แต่แกว่ายิ่งอยากลงไป ตัวยิ่งลอยไกลออกมา จนเห็นกันแค่ลิบๆ  ยายพรก็ร้องไห้เสียใจ แต่ตัวแกก็ไม่หยุดลอย ลอยมาจนถึงไหนไม่รู้ มาหยุดที่หน้าศาลาอะไรสักอย่าง
เสาใหญ่โตประมาณต้นยางนาเต็มวัย  ยายพรก็ลอยลงไปยืนตรงหน้าศาลานั้น

ทีนี้แกไม่รู้จะไปทางไหน เท้าเหยียบโดนพื้น แต่ก็เหมือนโดนแบบไม่เต็มเท้า รู้สึกสัมผัสถูกแค่เบาๆ  ยืนงงๆ อยู่ ก็มีผู้ชายเดินออกมาจากหลืบเสา
ยายพรว่าแกก็ตกใจ เพราะหน้าผู้ชายคนนั้น หน้าเหมือน เอกชัย ศรีวิชัย ที่เป็นขวัญใจยายพรเลย
ยายพรแกบอกแกก็ถามว่า น้องเอก ไซรมาอยู่ที่นี้ ผู้ชายคนนั้นไม่ตอบเอาแต่ยิ้มให้ แล้วกวักมือเรียกยายพรให้ตามเข้าไป
ยายพรแกก็ดีใจว่าได้เจอเอกชัย ศรีวิชัย เลยเดินตามไปง่ายๆ  ยายพรว่าแกพูดอะไรไปเยอะเหมือนกัน แต่จำไม่ได้ อารามดีใจที่ได้เจอนักร้องขวัญใจ
จนลืมมองไปเลยว่าข้างทางที่เดินตามไปเป็นยังไง รู้ตัวอีกทีคือทะลุทางออกอีกด้านที่เหมือนกับตอนเข้ามา ชายคนนั้นก็เดินหายไปด้านข้าง

ทีนี้ตรงนั้นยายพรแกเห็นว่ามีชาย2คน ยืนอยู่คนละด้านของเสายักษ์ คนนึงยิ้มแย้ม หน้าตาดี เหมือนพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน
อีกคนหน้าตาบอกบุญไม่รับเหมือนเจ้าหน้าที่เวลาที่ยายพรไปติดต่อธุระเรื่องเอกสารที่อำเภอ แต่คนหน้าไม่ยิ้มนั้นตัวใหญ่มาก ใหญ่กว่าคนยิ้มแย้มไปประมาณเท่านึง แกว่าแลๆ ตัวใหญ่เหมือนโยกเยก (โยกเยก เชิญยิ้ม) แต่หน้าดุมาก แต่คนที่ยิ้มแย้มส่งเสียงเรียกยายพรว่า
"มานี่ มานี่ต่ะ ไม่ต้องกลัว"
ยายพรก็เลยเดินเบี่ยงๆ ไปหาคนตัวปกติ ที่ยิ้มแย้ม แต่แอบชำเลืองมองคนตัวใหญ่ คนตัวใหญ่ก็เหลือบมองยายพรมาสบตาเหมือนกันตาดุมาก
พอยายพรเข้าไปใกล้คนยิ้มแย้ม แกว่าแกได้กลิ่นหอมเหมือนกลิ่นดอกมะลิกระจายฟุ้ง มีกลิ่นธูปหอมปนมาอ่อนๆ ด้วย
คนยิ้มนั้นก้ถามว่า "พร้อมไปนะ"
ยายพรถาม "ไปไหนอ่า"
คนนั้นบอก "เอ้า เขาไม่บอกทีเหอ"
"เขาไหน" "คนที่พาเข้ามาไง"
"คนที่หน้าเหมือนเอกชัย งั้นฮึ ไม่เห็นแหลงไรเลย"
คนนั้นเขาก็นิ่งๆ แล้วบอกให้ยายพรยืนรอ แล้วไม่รู้เขาเดินหายไปเฉยๆ  สักพักเขากลับมา แล้วบอก "ชาดเวรจริง เติ้นหลบบ้านต่ะ "




ผู้สนับสนุน
ยายพรว่ายายพรพยายามจะถามว่าอะไรยังไง จะให้ไปไหน แต่เขาไม่ยอมพูดอีกเลย เอาแต่เอามือดันยายพร แบบยืนที่เดิม แต่แขนน่ะยาวออกมาเรื่อยๆ
ดันยายพรมาจนถึงอีกด้านเหมือนตอนเข้าไป ยายพรก็ยังยืนงงๆ ไม่รู้จะไปไหน พักนึงคนที่หน้าเหมือนเอกชัย คนพาเข้าไป ก็เดินออกมาแล้วบอกว่า
"เอ้า ไม่หลบบ้านล่ะ" ยายว่า "หลบทางไหน ไปใช่ถูก" คนนั้นบอกให้ยายพรหันหลังแล้วโดด ยายพรก็หันมามอง เห็นว่าเป็นเหวสูงมากๆ  ยายพรก็กลัว
กำลังจะหันไปบอกว่าไม่กล้าโดด ก็รู้สึกเหมือนโดนผลักไม่ทันตั้งตัว ก็ลอยละลิ่ว รู้สึกเสียววูบที่ท้องน้อย รู้ตัวอีกทีคือ ลืมตาตื่นมาแล้วเห็นคนเต็มบ้านนี้และ

คนอื่นๆ ก็วิเคราะห์กันตามความเชื่อ ว่ายายพรน่ะคงตายไปแล้วไม่รู้ตัว วิญญาณหลุดออกจากร่างไปเที่ยวที่ต่างๆ ตามความทรงจำ ถึงได้รู้สึกคุ้นๆ กับทุกที่ที่เห็น แล้วที่ไปเห็นผัว ยืนบนยอดเขา แล้วมีต้นกระท่อมหลังบ้านอยู่ข้างๆ น่ะ อาจจะเป็นไปได้ว่า เพราะผัวแกเป็นคนปลูกต้นกระท่อม ตอนตาย อาจจะเพราะพะวงกับต้นกระท่อม รู้สึกหวง (แกเป็นคนหวงของมาก) เลยต้องอยู่เฝ้าต้นกระท่อม ตามที่ยายพรไปเห็นมา
ส่วนศาลาเสายักษ์ บางคนว่า นั่นอาจจะเป็นทางเข้าไปนรกหรือสวรรค์  ยายพรว่า แล้วทำไมคนที่มากวักมือเรียก
หน้าถึงเหมือนเอกชัย ศรีวิชัย เอกชัยไม่ตายที คนก็ว่า อาจจะเป็นผู้นำทางเฉยๆ  เพราะยายพร ชอบไปดูวงเอกชัย ศรีวิชัยแสดงมากๆ
เขาก็เลยเนรมิตหน้าตาให้เหมือนคนที่ยายพรชอบ เพื่อที่ยายพรจะได้เดินตามเขาไปง่ายๆ
(ผมคิดในใจตอนนั้น ฉิหายล่ะ ผมชอบดูผลงานของอาโออิมาก ถ้าผมตายผมจะเจออาโออิม้ายวะ)

ส่วน2คนที่ยืนเฝ้าเสาอีกด้าน คนหน้าดุๆ ตัวใหญ่ๆ  อาจจะเป็นยมบาล รอพาคนไปนรก ส่วนคนยิ้มๆ นั้นอาจจะเป็นเทวดารอพาคนไปสวรรค์
เพราะยายพรก็ถือว่า เป็นคนที่เข้าวัดทำบุญ จิตใจดีคนนึงของหมู่บ้าน และต้นกระท่อม ก็คงเป็นแค่ต้นไม้ชนิดนึงไม่ได้เป็นสิ่งบาปเลวในโลกวิญญาณหรอก การฟื้นกลับมาเล่าเรื่องสิ่งที่แกคิดว่าหลับฝันไป นั้น แน่นอนครับว่า ทำให้ทุกคนในหมู่บ้านที่รู้เรื่องมุ่งมั่นมาก
แต่ไม่ใช่การทำบุญ แต่มุ่งมั่นกับการเอาอายุยายพรไปซื้อหวย แน่นอนครับว่า ถูกแดรกกันเป็นแถว  ส่วนยายพร พอคิดว่าผัวแกยังยึดติด
จนต้องเฝ้าต้นกระท่อมหลังบ้านอยู่ แกก็เลย จ้างคนมาโค่นต้นกระท่อมทิ้ง แล้วบอกกล่าวผัวแกว่า ไปที่ชอบที่ชอบเถอะ อย่ามาเฝ้าเลย
ช้านไม่เอาไว้แล้ว พวกลูกๆ ก็หันมาใส่ใจยายพรมากขึ้น เพราะร้องไห้หนักมากตอนคนโทรไปบอกว่ายายพรสิ้นลม
พอยายพรได้รับโอกาสฟื้นกลับมา  ก็เลยดีใจ และเอาใจ ใส่ใจยายพร เรื่องที่ผมจะมาเล่าสู่กันฟังก็มีเท่านี้แล

ก็อย่างว่าล่ะครับ  ผมก็ไม่เคยตาย คุณก็ไม่เคยตาย การที่เราจะรู้ว่าโลกหลังความตายมีจริงไหม ผมก็ไม่กล้ายืนยัน

ได้แต่ฟังประสบการณ์จากคนที่ตายแล้วได้กลับมาเล่านี่ล่ะเล่าให้ฟัง อย่าเชื่อจนกว่าจะได้ลองตายด้วยตัวเองนะครับ สวัสดีครับ


อ่านลืมกดไลค์เพจ >> https://www.facebook.com/pantipghosts/ นะ จะได้ไม่พลาดเรื่องหลอนใหม่ๆ กัน



เล่าให้ฟัง ประสบการณ์คุณยายข้างบ้านตายแล้วฟื้น เล่าให้ฟัง ประสบการณ์คุณยายข้างบ้านตายแล้วฟื้น Reviewed by Nobibi on พฤษภาคม 31, 2562 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.