เรื่องหลอนโดนปล่อยไว้ป่าช้า...

โดนปล่อยไว้ป่าช้า...

เรื่องหลอนป่าช้า
โดนปล่อยไว้ป่าช้า...

เรื่องที่ผมจะเล่าก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องที่คิดไปเองหรือเปล่านะ แต่ว่าเจอพร้อมกันหลายๆคนครับ ซึ่งผมก็คิดอยู่นานมากว่าจะเอามาลงดีมั้ยแต่ก็ตัดสินใจแล้วครับ เริ่มเล่าเลยละกัน

    เรื่องเกิดขึ้นประมาณปลายๆเดือนมกราคม 2559 ครับ ตอนนั้นผมอยู่ชั้นม.5 ที่โรงเรียนทางภาคอีสานแห่งหนึ่ง ซึ่งอาจารย์ก็ได้มาประกาศว่าที่อำเภอของเราจะมีหน่วยงานหนึ่งการจัดแข่งขันวิ่งซึ่งเป็นระดับประเทศเลยมั้ยผมไม่แน่ใจครับ โดยอาจารย์บอกว่าถ้าไปช่วยแจกน้ำนักกีฬาตามจุดต่างๆนั้น อาจารย์จะทำการลดคะแนนพฤติกรรมให้ซึ่งผมและเพื่อนอีก 2 คนซึ่งเป็นผู้ชายกับผู้หญิงอย่างละคนก็สนใจครับเลยไปลงชื่อกันโดยอยู่ที่จุด w6 พวกผมเลือกกันเองครับ เพราะอาจารย์บอกอยู่ใกล้บ้านเลี้ยงวัวเราก็นึกว่าอาจจะเป็นฟาร์มเล็กๆก็ได้มั้ง หลังจากนั้นประมาณ 2 วันอาจารย์ก็เรียกนักเรียนที่จะไปเข้าช่วยกิจกรรมดังกล่าวมาประชุมครับ โดยพวกผมก็มารู้ที่หลังว่ามีพี่ผู้หญิงม.6 อีก 2 คนอยู่ที่จุดเดียวกันกับเราด้วย ก็เลยทำความรู้จักกันแปปนึงแล้วก็ฟังที่อาจารย์บอกไปด้วย แล้วอาจารย์ก็นัดเวลาที่มาที่โรงเรียนคือเวลาตีหนึ่งครับ ฟังไม่ผิดหรอกครับตีหนึ่งผมกับเพื่อนอีกคนก็เลยต้องไปนอนบ้านเพื่อนที่อยู่ใกล้โรงเรียนที่สุดครับ

ก่อนวันที่จะไปพวกผมก็คุยกันเปิดเพลงฟังกันไปจนเวลาห้าทุ่มผมจึงบอกให้เพื่อนรีบนอนเพราะต้องตื่นตอนเที่ยงคืน สรุปคืนนั้นพวกผมนอนไปไม่ถึงชั่วโมงครับ พอใกล้ๆตีหนึ่งพวกผมก็ทำธุระเสร็จครับกำลังจะไปโรงเรียนโดยมีแม่ของเพื่อนขับรถไปส่ง พวกผมก็ถึงโรงเรียนเวลาตีหนึ่งกว่าๆเห็นคนยังมาไม่เยอะก็เลยเดินไปเซเว่นกันครับ หลังจากนั้นเกือบ 20 นาทีอาจารย์ก็เรียกรวมครับ ซึ่งอาจารย์ที่ไปมีแค่ 4 ท่านนอกจากนั้นเป็นพี่ๆทหารประมาณ 5-6 คนครับ พอเรียกรวมอาจารย์ก็อธิบายสิ่งที่ต้องทำอีกรอบนึงก่อนจะแยกขึ้นรถ ซึ่งรถที่จะพาเราไปก็คือรถกระบะ กลุ่มผม 5 คนแล้วก็มีพี่ๆกลุ่มอื่นอีก 2 กลุ่มขึ้นรถคันเดียวกันเดินทางออกจากโรงเรียนเวลาเกือบตีสองครับ




ผู้สนับสนุน

ก็ขับไปเรื่อยๆก็คยกันไปสนุกสนานครับมาถึงจุดแรกซึ่งเป็นกลุ่มของพี่ๆผู้หญิงม.6 และกลุ่มของคณะกรรมการนักเรียนบางคนครับ จุดนั้นอยู่ติดกับบริเวณซอยข้างๆวัดตรงข้างๆกันก็เป็นบ้านคนและร้านอาหารเล็กๆ ส่วนตรงข้ามวัดก็เป็นอาคารโล่งๆเหมือนหอประชุมครับ กลุ่มนั้นในตอนแรกซึ่งจะต้องลงตรงนั้นแต่ว่าพี่ๆเค้ากลัว ก็เลยไปจุดที่ 2 ซึ่งเป็นจุด w6 ที่เป็นจุดของพวกผมเมื่อไปถึงฝันของผมแตกสลายไปทันทีครับ เพราะมันเป็นพื้นที่ค่อนข้างจะโล่งมากๆ ในจุดที่จะต้องแจกน้ำนั้นอยู่ฝั่งที่เดียวกับบ้านที่เลี้ยงวัวครับโดยหันหลังให้บ้าน แต่ว่าห่างจากบ้านหลังนั้นประมาณเกือบ 15 เมตรได้ครับ และที่ที่พวกเราต้องยืน ณ ตอนนั้นมันเป็นต้นไม้ซึ่งใกล้ตายเต็มทีครับ เพราะมีใบอยู่น้อยมากแล้วไม่มีร่มอะไรให้เลย ตรงข้ามก็เป็นพื้นที่โล่งครับชาวบ้านเอาไว้ปลูกพวกมันสำปะหลังมั้ง ตอนนั้นซึงเป็นเวลาตีสอง แน่นอนว่ามันมืดมากครับห่างจากตรงที่มีแสงไฟไป 20 เมตรแล้วอาจารย์ก็มีไฟฉายให้กระบอกเดียวแต่พี่ในกลุ่มผมพกมาอีกกระบอกนึง หลังจากพวกผมลงจากรถอาจารย์ก็ช่วยจัดของอยู่ไม่ถึง 10นาที พวกผมก็คิดว่าอาจารย์คงจะรีบเพราะมีส่งอยู่อีก 3 กลุ่มครับ แล้วอาจารย์ก็ขับรถไปโดยปล่อยพวกผมไว้ 5 คนไว้ในที่มืดๆโดยมีไฟฉายเพียง 2 กระบอก

พี่คนนึงก็ถามพวกเราว่า

พี่2 : จะเปิดเพลงมั้ยล่ะ พี่มีลำโพงนะ

เพื่อน 1 : ก็ได้นะพี่เอามาเลยจะได้ไม่เงียบ

แล้วพี่เค้าก็เดินไปหยิบลำโพงมาให้พวกผมก็จัดการเปิดเพลงเลยครับ เพลงสากลเพลงเกาหลีเพลงไทยมาหมด ระหว่างนั้นพวกผมก็ยืนจัดของกันไปเรื่อยๆครับ แล้วผมกับเพื่อนก็สังเกตเห็นว่ามีผู้ชายเดินจากด้านขวามือของผมซึ่งผมยืนอยู่ด้านนอกบริเวณโต๊ะตัวที่ 2 โดยผมกับเพื่อนหันหน้าเข้าหากัน เพื่อนเลยบอกทุกคนว่า

‘อย่าทักนะ’

พวกผมก็เงียบครับโดยปล่อยเพลงมันเล่นอย่างเดียว พอเค้าเดินเข้ามาใกล้ๆจนเกือบถึงเราแล้วเค้าก็เปิดไฟฉายของเค้าครับ ปรากฏว่าเค้าคือลุงทหารคนนึงที่มาเฝ้าแถวๆนี้ก็โล่งไปดิครับ ลุงก็ยืนคุยอยู่แปปนึงแล้วก็เดินขึ้นไปทางด้านบนต่อไป พวกผมก็เล่นๆกันต่อมีเต้นแอโรบิคกันด้วยตอนตีสอง แล้วพี่คนนึงก็เกิดปวดฉี่ขึ้นมาครับ แกเลยไปฉี่หลังพุ่มไม้ตรงฝั่งตรงข้ามที่เป็นพื้นที่โล่งครับแกก็พาเพื่อนอีกคนไปเฝ้าแกหลังจากกลับมาเพื่อนผมคนนึงก็ชวนพี่สองคนเล่นเกมเศรษฐีแต่พวกผมหนาวแล้วตอนนั้นน้ำค้างก็มีแล้วด้วยจึงไปช่วยกันหากิ่งไม้มาทำฟืนเพื่อที่จะก่อไฟข้างหลังโต๊ะที่เอาไว้แจกน้ำครับ พอดีกับพ่อและแม่ของพี่คนนึงอยู่แถวนี้แต่ก็ม่ได้ใกล้เท่าไร่พี่เค้าเลยโทรให้พ่อมาก่อไฟให้ พวกผมหาฟืนมาก็กองเอาไว้รอพ่อพี่เค้า พอพ่อมาปุ้ปก็ได้ก่อไฟเลยครับแล้วก็ได้เสื่อมาผืนนึง พ่อกับแม่พี่เค้าอยู่สักพักนึงก็ขอกลับไปพักผ่อนพวกผมก็ขอบคุณท่านครับ เวลาใกล้ตีสามหลังจากก่อไฟแล้วเพื่อนผมกับพี่อีกสองคนก็ยึดเสื่อไปเล่นเกมเศรษฐี ผมและเพื่อนอีกคนเลยต้องเอากระสอบที่ใส่น้ำแข็ง ลังกระดาษแล้วก็ถุงดำที่ยังไม่ได้ใช้มานั่งแทน

นั่งไปสักพักเริ่มง่วงก็นอนกันในถุงดำนั่นแหละครับ ก็หลับๆตื่นๆ สักพักเพื่อนอีกคนที่ไปเล่นเกมเศรษฐีก็ง่วงครับก็เลยมานอนด้วย โดยมีพี่ผู้หญิงสองคนเฝ้ายามกัน (แมนไปเนาะ) ตอนนั้นปิดไฟฉายไปแล้วนะครับ แล้วก็หลับไปครับเกือบชั่วโมงนึงได้ก็ต้องสะดุ้งครับ เพราะมีพี่ทหารสองคนขับรถมาตะโกนบอกให้ตื่นเพราะนักวิ่งคนแรกจะมาแล้ว ซึ่งเวลานั้นคือตีสี่ครับอันนี้จำได้แม่น พวกผมก็ตื่นพี่ๆก็นั่งคุยๆกันอยู่ที่เดิมครับตั้งแต่เริ่มหลับจนตื่น ก็เดินไปจัดของกันก็งัวเงียกันนั่นแหละนั่งรอไปก็ไม่มีใครมาก็พูดๆกันพี่ทหารหลอกแน่เลย เลยลงไปนั่งผิงไฟกันต่อครับล้อมวง 5 คนก็คุยกันสัพเพเหระจนไม่มีไรให้คุยเพื่อนก็ปวดฉี่เลยให้มันไปฉี่หลังพุ่มไม้ที่พี่เค้าไปฉี่ก่อนหน้านี้ไปฉี่เสร็จก็กลับมาครับ ตอนนั้นตีห้าแล้วก็ยังไม่มีใครมามีแค่เรา 5 คนอยู่ที่เดิม

เริ่มมีแสงสว่างแต่ยังมีไม่มากครับ ก็นั่งเบื่อๆกันอีกนั่นแหละ พอ 6 โมงมันก็สว่างแหละแค่ไม่มีแดดผมเลยไปฉี่กลับมาก็เดินเล่นไปที่ซอยที่มีต้นไม้เล็กๆแห้งๆเดินไปค่อนข้างไกลเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปแล้วอัพลงไอจีครับ จากนั้นก็เดิกลับไป บ้านที่เลี้ยงวัวก็ตื่นนอนพอดีครับ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรกลับมาที่เพื่อนกับพี่ๆนั่งอยู่ อาจารย์ที่คุมอยู่จุดผมก็มาตรวจความเรียบร้อยแต่มาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ไป จนเวลาเกือบแปดโมงมีรถขายกับข้าวผ่านมาเลยซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งกินกันครับ แล้วก็น่องไก่ดิบหนึ่งชิ้น แต่ไม่ได้จะกินดิบๆนะจะเอาไปย่างครับ พี่ๆก็นั่งย่างไปพวกผมก็เดินไปเติมน้ำในแก้ว แล้วก็เอาถุงดำไปผูกในบริเวณใกล้ๆกันเพื่อให้นักวิ่งทิ้งแก้วน้ำ พอเสร็จก็ไปนั่งส่องไก่ย่างกัน พี่คนที่ขับรถพาเรามาก็เอาข้าวมาให้เรา 6 กล่องครับแต่พวกเราบอกว่ามี 5 คนนะ พี่เค้าก็มองหน้าแต่ไม่พูดอะไรเลยเอาข้าวกล่องนั้นมานั่งกินด้วย ก็นั่งกินไป 6 คนไม่ได้คิดอะไรมากครับ กินเสร็จพี่เค้าก็ช่วยดูน้ำแข็ง น้ำดื่มว่าพอมั้ยขาดอะไรมั้ยเกือบชั่วโมงได้ครับที่พี่เค้าอยู่กับพวกเราจนพี่เค้ากลับไป พอดีกับมีนั่งวิ่งคนแรกวิ่งมาพอดีซึ่งตอนนั้นเป็นเวลา 9 โมง

นักวิ่งคนแรกมา 9 โมงแต่พวกผมมากันตั้งแต่ตีหนี่ง ใช้เวลารอ 8 ชั่วโมงเพื่อให้น้ำค้างตกใส่หัวเล่นๆ โอ้วก้อดดดดด หลังจากนั้นนักวิ่งคนอื่นๆก็ทยอยมาเรื่อยๆ จนพวกผมได้พักกันตอน 11 โมงนั่นคือนักวิ่งคนสุดท้ายผ่านไป เราก็เก็บของเก็บขยะกัน แล้วก็มานั่งรอพี่เค้ามารับครับ แต่รอเท่าไหร่ก็ไม่มาระหว่างนั้นมีรถขายขนมจีบซาลาเปาผ่านมาพวกผมก็มองกันนะ แต่ก็ขับผ่านไปเฉยๆ ผมกับพี่คนนึงก็พูดกันว่า ‘เค้าจะไม่ถามว่าซื้อมั้ยหน่อยเหรอ 5555’ เรารอพี่เค้าประมาณเที่ยงพี่เค้าก็ช่วยเก็บของนะ แล้วพี่เค้าดูรีบมากๆเราก็ต้องรีบตามเพราะพี่เค้าบอกว่า กลุ่มอื่นเริ่มกลับกันแล้ว เราก็เก็บๆกันแล้วก็ขึ้นรถไปกินข้าวเที่ยงกันที่ร้านข้างๆวัดที่พูดถึงก่อนหน้า โดยมีอีกกลุ่มนึงรออยู่แต่เราบอกว่าให้กลับไปก่อนเลยเพราะไม่อยากให้รอ ถ้ามารอเรากลุ่มเดียวก็จะมาบ่นว่าเป็นตัวถ่วงอีกด้วยความที่ไม่ค่อยชอบหน้ากลุ่มนั้นกันอยู่แล้วน่ะครับ แต่พี่คนขับบอกให้กลับพร้อมกันเลย พวกเราก็ปฏิเสธครับแล้วพี่เค้ากับกลุ่มนั้นก็ขับออกไป แล้วพี่ที่อยู่ในกลุ่มผมก็บอกว่าจะโทรให้แม่มารับก็ได้ไม่ต้องรีบ แล้วเราก็สั่งข้าวมากินกันครับ
แล้วก็มีจานแบ่งมาให้ 6 ชุด โดยผมเป็นคนแจกก็เลยพูดกับทุกคนว่า ‘เอ้า เค้าให้มาเกินชุดนึงอีกล่ะ แปลกเนาะ’ แล้วอยู่ดีดีลุงที่นั่งอยู่ที่ร้านข้าวก็ถามว่า

ลุง : พวกหนูอยู่จุดไหนกันลูก

พี่ 1 : อยู่ตรงคอกวัวข้างล่างอ่ะค่ะ

ลุง : อ๋อ ตรงป่าช้าน่ะ ใช่มั้ย ? 

พอพวกผมได้ยินปุ้บก็มองหน้ากันอัตโนมัติ แล้วพี่ก็ถามอีกว่า

พี่ 1 : ตรงคอกวัวเลยเหรอคะ ?

ลุง : ใช่ๆ ตรงที่ข้างหน้าเป็นที่กว้างๆใช่มั้ยล่ะ มันเคยมีบ้านร้างนะ แต่เค้ามาทุบทิ้งไป ก็เลยเป็นป่าช้า

พวกเรา :  อ่าขอบคุณครับลุง / ขอบคุณค่ะลุง

แล้วก็เราหันกลับมาคุยกันพอดีกลับที่อาหารมาเสริฟท์พอดี

พี่ 1 : จริงๆพี่อ่ะรู้สึกนะ แต่ไม่อยากพูดให้กลัว

เรา : พี่เจออะไร

พี่ 1 : ก็ตอนที่พี่ไปหาฟืนอ่ะ พี่มองไปต้นกล้วยตรงนั้นอ่ะ เห็นใช่มั้ย มันเหมือนมีตามองมาที่เราเลยว่ะ แล้วก็ตอนที่น้องหลับกันอ่ะ พี่นั่งคุยกันอยู่ มันเหมือนมีเงาคนเดินผ่านแต่ไม่มีเสียงอ่ะตอนนั้นเราปิดไฟหมดเลยใช่มั้ยล่ะ

เพื่อน 2 : เหมือนเห็นเหมือนกันตอนที่ยืนจัดของอยู่อ่ะ รู้สึกพุ่มไม้ตรงข้ามมันมีอะไรขยับ แล้วตอนนั้นไม่มีลมเลยนะ
ทีนี้เราก็เลยบอกว่า

เรา : เดี๋ยวๆงั้นที่อาจารย์ไม่ยอมอยู่กับเรานานๆนี่คืออาจารย์รู้อยู่แล้วเหรอ ?

พี่ 2 : เออว่ะ ถึงว่าแกมาหาเราแค่ครั้งเดียวเอง

แล้วตอนนั้นคือพวกเราโกรธอาจารย์มากอ่ะ ที่แบบปล่อยให้เด็กมัธยม 5 คนอยู่ตากน้ำค้างกันตรงข้ามป่าช้าแล้วก็มืดไม่มีไฟเลยอ่ะนะ จนแบบกินข้าวเสร็จเลยเดินไปรอแม่ของพี่ที่จะมารับ แล้วก็เห็นว่าตรงที่แจกน้ำเนี้ยมันไม่มีน้ำเหลือแล้วทั้งๆที่มีนักวิ่งอยู่พี่เค้าเลยให้เราโทรหาอาจารย์

เรา : ฮัลโหลครับอาจารย์ พวกผมอยู่ตรงข้างๆวัดอ่ะ ของมันหมดแล้วนะแต่ว่ายังมีนักวิ่งมาอยู่เรื่อยๆอ่ะครับ

อาจารย์ : ก็ตรงนั้นมันหมดเวลาเค้าแล้ว เนี่ยครูกำลังตามเก็บ w6 อยู่ใครรับผิดชอบ

เรา : พวกผมเองครับ มีไรรึเปล่า

อาจารย์ : ทำไมไม่เก็บโต๊ะให้ครูแล้วพวกแก้วพวกลังอะไรไม่เรียงไว้ให้ดีๆเนี่ย

เรา : อ่า งั้นขอโทษครับอาจารย์

แล้วก็วางสายไป เราก็มาเล่าให้พี่กับเพื่อนฟังว่าอาจารย์พูดอย่างงี้ๆนะ จากนั้นเราก็เดินไปเรื่อยๆรอแม่พี่เค้ามารับ จนเลยวัดไปแล้ว ก็มีรถอาจารย์ที่คุมตรงจุดเรามารับพวกเราพอดี แต่พี่เค้าก็บอกอาจารย์ไปว่า

พี่2 : เดี๋ยวแม่หนูมารับค่ะอาจารย์ อาจารย์กลับไปเถอะ




ผู้สนับสนุน
แต่อาจารย์จะให้ขึ้นด้วยเราก็เลยขึ้นไป พี่เค้าก็ลยโทรบอกแม่ว่าให้ไปรับโรงเรียนเลย จนถึงโรงเรียนก็แยกกันไปเราก็กลับไปนอนบ้านเพื่อนเหมือนเดิมไปถึงก็บ่ายสองไปล้างหน้าล้างเท้าแล้วก็นอนกันเลยตื่นมาอีกทีก็ 2 ทุ่มก็มานั่งเล่าให้แม่ของเพื่อนฟังต่อ แล้วก็นอนกันต่อ

จบแล้วครับขอบคุณที่ติดตามนะครับผม

อ่านลืมกดไลค์เพจ >> https://www.facebook.com/pantipghosts/ นะ จะได้ไม่พลาดเรื่องหลอนใหม่ๆ กัน


เรื่องหลอนโดนปล่อยไว้ป่าช้า... เรื่องหลอนโดนปล่อยไว้ป่าช้า... Reviewed by Nobibi on พฤษภาคม 27, 2562 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.