หลอนเพราะไม่ยอมเรียกชื่อ...ที่เกาะแห่งหนึ่ง

เรื่องเล่าหลอนเพราะไม่ยอมเรียกชื่อ...ที่เกาะแห่งหนึ่ง

เรื่องผี 2019
ประสบการณ์หลอนเพราะไม่ยอมเรียกชื่อ...ที่เกาะแห่งหนึ่ง

**เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล หากไม่เชื่อไม่เป็นไรค่ะ...เราอยากแชร์เรื่องราวให้ได้อ่านเป็นอุทาหรณ์ของคนที่ไปในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน**

     
       จากนี้จะเป็นเล่าแชร์ประสบการณ์ซึ่งเกิดขึ้นกับเพื่อนของเราเอง และเราก็อยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้นด้วย ไม่ได้เป็นการลบหลู่แต่อย่างใด แต่อยากให้เป็นอุทาหรณ์กับทุกคนที่ไปในที่ที่ไม่เคยไปมาก่อนแล้วเผลอทำในสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นจนทำให้เจอเรื่องหลอนที่ตามมาในคืนนั้น.....
     
       เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ2กว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงที่ปิดเทอมของมหาลัย ด้วยความที่ไม่เคยได้ไปเที่ยวไหนแบบจริงๆจังๆหลังจากผ่านโปรเจคช่วงนึงมาแล้ว เพื่อนๆในกลุ่มก็นัดกันไปเที่ยวที่บ้านเกิดของเพื่อนเป็นเวลา3คืน ด้วยความที่เราอยากไปเที่ยวกับค้างคืนตจว.กับเพื่อนครั้งแรกก็เลยไปด้วย เพื่อนๆไปกันทั้งหมด18คนชายหญิง เหมารถตู้สองคันจากกทม. ใช้เวลานั่งรถไป6ชม. ซึ่งเป็นการเดินทางที่ยาวนานมากและต่อรถเข้าไปอีกด้วย คืนแรกไปพักที่บ้านเพื่อนมีกินปิ้งย่างดื่มแอลกอฮอล์เฮอาปาร์ตี้แต่ก็ผ่านไปด้วยดี.....



       *หลังจากนี้จขกท.จำไม่ได้ว่าเกิดขึ้นในคืนที่สองหรือสามแต่จะเล่าแบบรวมๆละกันนะคะ
       ......วันต่อมาพวกเราวางแผนจองที่พักที่เกาะแห่งหนึ่งโดยนั่งเรือข้ามเกาะซึ่งเป็นเรือขนาดใหญ่ที่มีทั้งรถเล็กรถใหญ่ข้ามไปด้วยเมื่อถึงฝั่งก็ต้องนั่งรถสองแถวที่เหมามาซึ่งกว่าจะถึงที่พักต้องขึ้นเขาลงเขาซักสองลูกก็ว่าได้ ลุงที่ขับรถก็ขับนิ่มมากกกก(เราเกือบอ้วกตลอดทางเลย) จนถึงที่พักน่าจะเป็นเวลาช่วงบ่ายเราก็แยกย้ายกันเก็บของเข้าที่พัก2หลังแบบแยกชายหญิง เราก็พักส่วนของผู้หญิงไปจากนั้นนั่งเล่นกันคุยโม้ตามประสาสาวๆ ส่วนเพื่อนผู้ชายเก็บของเสร็จก็ไปเช่ารถมอไซค์ขี่ตะลอนหาที่เล่นทะเลกัน พอเจอทำเลแล้วก็ตามเพื่อนที่เหลืออยู่ที่พักไปเล่นน้ำจนถึงตอนเย็นก็กลับที่พักกันไปหาของกินเสร็จจนถึงหัวค่ำก็มีความคิดกันว่าไหนๆก็เช่ามอไซค์มาแล้วขับรถเล่นกันมั้ย เผื่อเจอร้านเหล้าจะได้แวะกินกัน(ตอนนั้นพวกเราเช่ามอไซค์กันมาทั้งหมดประมาณ5-6คัน)...
     
       ขาไป
       สรุปแล้วเพื่อนที่ตกลงจะไปกันทั้งหมดน่าจะ11คนรวมเราด้วย เพราะตอนนั้นเอามอไซค์ไป 6 คัน  แต่ละคันนั่งครบคู่เป็น 5 คัน เหลือเพื่อนคนนึงที่ขับไปคนเดียว.....พอจับจองรถที่ตัวเองถนัดกันแล้วก็ออกเป็นขบวนกันไป ตอนนั้นเราเป็นคนขับแล้วมีเพื่อนผู้หญิงซ้อนท้ายไปด้วยคนนึงให้ชื่อสมมติว่า " จ๋า " พวกเราขับตามถนนลึกเข้าไปในเกาะแบบกินลมชมวิว จุดแรกแวะไปที่จุดชมวิวตอนเข้ามามีไฟแต่พอไปจอดจุดชมวิวกลับมืดสนิทมากจนเห็นดาวบนฟ้าชัดเจน  พอมองไปตรงข้างหน้าที่เป็นรั้วกั้นให้ดูวิว สายตาก็สะดุดกับเงาใครสักคน เมื่อขับกันเข้าไปเป็นกลุ่มกลายเป็นชายหนุ่มต่างชาติกำลังชมวิวดูดาวคนเดียว (ในความมืดแบบนี้บางทีพี่เค้าก็ติสไปนะ) เพื่อนคนนึงขับเข้าไปคุยถามสักพักก็นำขบวนออกจากจุดชมวิวขับเข้าไปข้างในเกาะต่อ ระหว่างทางเต็มไปด้วยต้นมะพร้าว บ้านเรือนของชาวเกาะ และมีบาร์มีร้านเหล้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นจุดสองจุด
       จากนั้นพวกเราก็ขับขึ้นภูเขาสองสามลูกซึ่งมีความชันมากและมืดตลอดทางถ้าใครยังไม่ชำนาญอาจเกิดอุบัติเหตุได้  ตอนนั้นในใจเราไม่อยากมองหางตาเลยกลัวอะไรโผล่มาเพราะมีแต่ป่าทึบต้นไม้สูงๆ พวกเราขับกันไปเรื่อยๆเกาะกันเป็นขบวนๆไปมีจุดนึงที่มีร้านเหล้าอารมณ์เหมือนซอยสีลมขนาดเล็กตัวร้านตั้งเรียงลึกเข้าไปในซอยจนเกือบถึงชายหาดพวกเราเลือกที่จะขับผ่านไปกันก่อน ซึ่งขาไปราบรื่นมากไม่มีความผิดปกติอะไร
     



ผู้สนับสนุน
       ขากลับ
       พวกเราขับกันไปเรื่อยๆจัดว่าขับลึกมากน่าจะ 10 กว่ากิโลและพวกเราก็ตัดสินใจหยุดที่จุดนึง  "ตอนที่เริ่มชะลอจอดนั้นทางข้างหน้าเป็นสามแยก จากถนนคอนกรีตเป็นถนนดินแดงกว้าง2-3เมตรไม่มีความสว่างหรือเสาไฟฟ้าเข้าถึงสักต้นเลย ถนนทางขวาข้างทางเป็นดงหญ้าสูงเมตรกว่าๆขนาบตัวถนนตลอดทางส่วนถนนทางซ้ายเป็นต้นไม้ใหญ่ที่หัวมุมถนนเป็นพุ่มหนาทึบและมีต้นไม้เรียงถัดๆเข้าไปอีก พยายามมองให้ลึกก็มองไม่เห็นอะไรนอกจากความมืดข้างหน้า" (ในใจก็คิดว่ามีใครกล้าเข้าไปมั่งในเวลาแบบนี้...ตอนนั้นเราคิดในแง่ร้ายก็คือ ทางสามแพร่ง แต่พยายามไม่พูดไรคิดในแง่ดีเท่านั้น) ตอนนั้นเราเริ่มหวั่นๆแล้วทุกคนจอดกระจุกอยู่ตรงกลางสามแยก ไอเราด้วยความที่กลัวเพื่อนจอดไม่พอก้ขับเข้ามาตรงจุดที่แสงสลัวๆพอดี เพื่อนคุยตกลงกัน ณ ตอนนั้นว่ากลับไปกันตรงที่ร้านเหล้าเยอะๆกัน ในระหว่างนั้นเอง จ๋าก็ตะโกนออกไปว่า "ไป! กลับๆ!" ตะโกนไปประมาณนี้ หลังจากนั้นบรรยากาศก็เริ่มทะเงียบมากขึ้น จ๋าที่นั่งซ้อนท้ายเราตอนแรกก็ชวนเราคุยตลอดทางในตอนขามา จนขากลับจ๋าก็เงียบตลอดทางจนขับไปถึงซอยร้านเหล้า  จ๋าลงรถแล้วก็นิ่งไปเพื่อนสองสามคนก็เดินไปยืนคุยกับจ๋า  ในใจตอนนั้นคือจ๋าอาจจะคุยเรื่องทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับสิ่งลี้ลับ  แต่สักพักระหว่างที่เดินเข้าไปในซอยเพื่อนที่คุยกับจ๋าคนนึงตะโกนลอยๆว่า "เราหยุดอยู่ตรงนี้แล้วไม่ไปไหนต่อแล้ว" ตอนนั้นเราเริ่มรู้สึกละว่าเรื่องอะไร ตอนนั้นเริ่มใจไม่ดีกันละ..เลยพากันกลับที่พักเลย  เราไม่ได้ถามจ๋าเยอะเท่าไหร่ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็ถามจากเพื่อนที่คุยกับจ๋าก่อนหน้านี้ว่า ตอนจ๋าบอกตะโกนไประหว่างที่ทุกคนกลับรถกัน จ๋ารู้สึกวาบๆเหมือนมีคนมาอยู่ข้างหลังเลยนิ่งและเงียบไป เราจำได้ลางๆว่าจ๋าบอกว่าแทบไม่อยากมองกระจกรถมอไซค์เลยเพราะรู้สึกเหมือนมีเงาดำอยู่ข้างหลัง และก็มีช่วงนึงจ๋าสังเกตเห็นว่าเพื่อนที่ขับรถคนเดียวพอขับผ่านฝูงหมา อยู่ๆหมาก้ไล่เห่าทั้งๆที่ขาไปยังไม่มีไรเกิดขึ้นเลย ยิ่งทำให้จ๋าใจไม่ดีไปอีก....แต่จ๋าบอกว่าอาจจะคิดไปเอง

       พอถึงที่พักด้วยความที่เหนื่อยจากการขับมอไซต์ไปกลับรวมๆแล้ว 30 กิโล ในวันต่อมาเราย้ายที่พักไปอีกหลังเป็นบ้านพักหลังรวมอีกนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มเพิ่งเช็คเอ้าท์ไปวันต่อมาเราเลยย้ายเข้าไปซึ่งข้างในเป็นห้องแยกย่อยสองห้องและห้องรวมใหญ่อีกห้อง จ๋าไปนอนอีกห้องย่อยนึง เราก็นอนอีกห้องย่อยนึงคืนนั้นเราด้วยความเหนื่อยตื่นมาอีกทีก็นั่งกินเหล้ากับเพื่อนแต่ในระหว่างนั้นจ๋าก็เจอกับเหตุที่น่ากลัวกว่าตอนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้  เรามาถามจ๋าทีหลัง จ๋าบอกว่าระหว่างที่จ๋ากำลังเคลิ้มหลับตอนนั้นก็คือช่วงที่เรานั่งกินดื่มปาร์ตี้กันหน้าห้องที่จ๋านอนอยู่ตอนนั้นจ๋านอนอยู่กับเพื่อนอีกคน จ๋าบอกว่ารู้เจ็บที่หัวมากเหมือนมีใครมาเหยียบหัว จ๋าที่นอนตะแคงอยู่หางตาเหลือบไปเห็นเงาผู้ชายร่างใหญ่ตัวดำๆสูงๆกำลังยืนเหยียบหัวจ๋า  จ๋าบอกกลัวมากๆเลยสวดมนต์แต่เค้าก็ไม่ไปสักทีแต่กลับรู้สึกเจ็บที่หัวมากขึ้นจนจ๋าเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้  จ๋าบอกตอนนั้นเหมือนชายร่างใหญ่บอกกับจ๋าว่า จะขอนอนด้วย ก่อนที่จ๋าหลับไป  แล้วจ๋าก็เหมือนสะดุ้งตื่นเรียกเพื่อนข้างๆก็เหมือนเพื่อนจะไม่ตื่นด้วยซ้ำ
     
       จนจบทริปหลังจากนั้นก็ไม่มีไรเกิดขึ้นกับจ๋าอีก...แต่ก็ยังคงเป็นที่น่าสงสัยจนถึงตอนนี้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร...เค้าตามมาเพราะจ๋าตะโกนเรียกหรือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เข้ามาเตือนเพื่อนเราเพราะคืนนั้นเพื่อนเรากินเหล้ากันเสียงดังด้วยแต่ก็ไม่ได้ถามว่าได้ขอกันรึยัง?

     เรื่องก็จบเพียงเท่านี้ การเล่าอาจจะวนไปวนมายืดๆหน่อยนะคะ เราจะตั้งกระทู้เมื่อปีที่แล้วก็เพิ่งมีเวลาและนึกได้พอดี  จริงๆแล้วเราเป็นคนที่รับรู้เรื่องแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่มีเซนท์นะคะแต่ญาติที่บ้านหรือคนรอบตัวจะเล่าให้ฟังและอ่านผ่านกระทู้บ่อยๆเลยอยากลองแชร์อะไรแบบนี้ดูบ้าง  ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยด้วยนะคะ ^^


อ่านลืมกดไลค์เพจ >> https://www.facebook.com/pantipghosts/ นะ จะได้ไม่พลาดเรื่องหลอนใหม่ๆ กัน



หลอนเพราะไม่ยอมเรียกชื่อ...ที่เกาะแห่งหนึ่ง หลอนเพราะไม่ยอมเรียกชื่อ...ที่เกาะแห่งหนึ่ง Reviewed by Nobibi on มิถุนายน 06, 2562 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.