บ้านร้าง

เรื่องสยอง บ้านร้าง

เรื่องผีบ้านร้าง
เรื่องสยอง บ้านร้าง

สวัสดีค่ะ นี่ก็เป็นอีกกระทู้นึงที่เราจะมาเขียนให้อ่านกัน

เกริ่นก่อนนะคะ ย้อนไปเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว แม่เราย้ายบ้านใหม่ เป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ชั้นล่างจะเป็นบ้านโล่งๆ มีห้องครัวอยู่ท้ายบ้าน ชั้นสอง ถ้าเดินขึ้นบันไดไป จะเจอห้องน้ำอยู่ตรงหน้าเลย แล้วก็จะเป็นห้องนอน อยู่ฝั่งซ้ายขวา

อันนี้แค่ในบ้านนะคะ แต่ข้างบ้านเรา มันเป็นบ้านร้าง ร้างแบบมีต้นไม้ขึ้นรกมาก และก็มีศาลเก่าๆ อยู่บริเวณพื้นที่หน้าบ้าน


บ้านร้างอยู่ซ้ายมือ บ้านเราอยู่ตรงกลาง และบ้านขวามือ ก็เป็นบ้านที่มีคนอยู่นะ แต่เหมือนเค้าจะรักธรรมชาติมาก เพราะบ้านเค้าก็มีต้นไม้ขึ้นเยอะมาก หน้าบ้านเค้าก็มีต้นมะม่วงอยู่ต้นใหญ่มาก ตอนนั้นที่แม่ย้ายเข้าบ้านหลังนี้ เรายังอยู่ประมาณ ประถม อยู่นะ แต่มันก็โตพอที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้วนะคะ






ผู้สนับสนุน

ตอนย้ายเข้าไป มีพ่อ แม่ แล้วก็เรา อยู่กัน 3 คน ก็ไม่มีอะไรผิดปกติหรอก ตอนนอน ก็หลับสบาย พอผ่านไปได้ประมาณอาทิตย์นึง ก็เริ่มมีเพื่อนบ้านแล้ว ก็มีป้าคนนึง ขอใช้ชื่อว่า ป้ายิ้ม ป้ายิ้มเป็นเพื่อนบ้านคนแรกเลยที่มาคุยกับแม่ ป้ายิ้มแกเคยเช่าบ้านหลังนี้มาก่อน ก็คือหลังที่เราย้ายเข้ามาอยู่ใหม่นี่แหละ หลังจากป้ายิ้มย้ายออก เจ้าของบ้าน ก็ติดป้ายประกาศขายบ้าน โดยที่เมื่อก่อนบ้านหลังนี้เค้าให้เช่าอย่างเดียว และก็ขายให้แม่เราในราคาแค่ 4 แสน มันถูกมากสำหรับการซื้อบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น แถมยังทาสีบ้าน ทำห้องครัวให้ใหม่อีก คือโดยรวมมันคุ้มมาก ถ้าไม่มองบรรยากาศข้างบ้าน 2 ฝั่งนะคะ

ตอนนั้นเรานั่งอยู่หน้าบ้านกับแม่ ป้ายิ้มแกก็เดินมาหาแม่ มาคุยกันจิปาถะ คุยไปเรื่อยอะ ป้ายิ้มแกเป็นคนเม้าท์เก่งสุดๆ คุยไปคุยมา แกก็ถามว่า "ตอนนอนได้ยินเสียงไรบ้างมั้ย" แม่เราก็บกว่า "ไม่ได้ยินเสียงอะไรนะพี่ยิ้ม ก็ปกติดี ไม่เห็นมีอะไรเลย" ป้ายิ้มแกก็บอกว่า "ก็ดีแล้ว แต่ถ้าจะมานั่งกินเหล้ากินเบียร์หรือสังสรรค์กันหน้าบ้าน ก็อย่าเสียงดังนะ เดี๋ยวจะมีคนมาดุ" แกบอกแค่นั้น แล้วแกก็เดินไปเลย เราก็มองหน้ากับแม่ด้วยความสงสัย ด้วยความที่เด็ก เลยไม่เข้าใจอะไรมาก แม่เราก็บอกเราว่า "ตอนก่อนนอนให้สวดมนต์ไหว้พระทุกวันนะลูก จะได้นอนหลับฝันดี" เราก็ตอบรับแม่ไป

ตอนกลางคืน เราชอบออกมานั่งเล่นที่ระเบียงหน้าบ้าน ระเบียงชั้น 2 หน้าบ้าน มันก็จะมองเห็นบรรยากาศข้างๆบ้านจากมุมสูง

มีอยู่คืนนึง เราออกไปนั่งเล่นหน้าระเบียง เราก็ได้ยินเสียงคนเรียกชื่อเรา อยู่ 2 ครั้ง เราก็พยายามมองหาต้นเสียงนะคะ คือมันเป็นเสียงแบบคนแก่ๆ เราเด็กอยู่ เราไม่รู้เรื่อง เราก็ขานรับไป แต่ก็ไม่มีใครตอบรับนะ
บ้านตรงข้ามบ้านเรา เค้าเลี้ยงหมาไว้ 4 ตัว อยู่ๆมันเหมือนพร้อมใจกันหอน หอนอยู่นานเหมือนกัน
เรากลัว เราเลยรีบเข้าห้องไป พอเราเข้าห้องไป หมามันก็หยุดหอนนะคะ เราก็ไปบอกแม่เรา ว่าเมื่อกี๊มันเกิดอะไรขึ้น แม่เราก็ยังแซวเราเล่นๆอยู่ว่า "หมามันเห็นเราไปนั่งข้างบน เลยคิดว่าเป็นผีหรือเปล่า ถ้าหมามันหอนแปลว่าเห็นผี"

..............................................................................

แม่เราก็ยังแซวเราเล่นๆอยู่ว่า "หมามันเห็นเราไปนั่งข้างบน เลยคิดว่าเป็นผีหรือเปล่า

"ถ้าหมามันหอนแปลว่าเห็นผี"

เรายังเป็นเด็ก เราก็กลัวนะ แล้วตอนนั้นเราโลกส่วนตัวค่อนข้างสูงหน่อย ก้จะเริ่มแยกห้องนอนและ มีอยู่คืนนึง
ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นคืนวันเสาร์ เราก็นั่งเล่นคอม ฟังเพลงไปเรื่อยๆ มองดูนาฬิกา มันเกือบตี 1 แล้ว แล้วก็เริ่มง่วงๆ
เลยเปิดเพลงในคอมทิ้งไว้ แล้วเราก็นอนหลับไปโดยที่ไม่ได้สวดมนต์ แต่จริงๆแล้ว ทุดคืนเราจะต้องสวดมนต์ก่อนนอนตลอด

นอนไปได้สักพัก เราได้ยินเสียงเหมือนคนเคาะกำแพงจากฝั่งของบ้านร้าง อย่างที่บอกนะ ว่า บ้านเราติดกับบ้านร้าง


และบ้านทาวน์เฮาส์ กำแพงหรือรั้วบ้านมันต้องติดกัน เราได้ยินเสียงเคาะกำแพงรัวๆค่ะ แบบ "ปึ้งๆๆๆๆๆๆๆ" ประมาณนี้

เราก็สะดุ้งค่ะ แต่ช่วงนั้นคือกำลังงัวเงีย เคลิ้มๆหลับ เรานึกว่าเสียงเบสในเพลงมันดัง (โคตรคิดในแง่บวกเลย) ก็สะดุ้งแบบตกใจแรงอ่ะ

ยอมรับว่าตอนนั้นผวาไปเลย แต่ก็พยายามนอนต่อ แต่ก็นอนไปได้สักพัก ก็ได้ยินเสียงเคาะรัวๆอีกและ

"ปึ้งๆๆๆๆๆๆ"

ทีนี้ เราได้ยินเสียง "ฮิๆๆๆๆๆๆๆๆ" เป็นเสียงหัวเราะของผู้หญิงแก่ๆ มาพร้อมเสียงเคาะ เท่านั้นแหละ รีบวิ่งไปนอนห้องแม่เลย จนถึงเช้า ก็เล่าให้แม่ฟัง แม่ก็บอกว่าเราไม่ได้สวดมนต์หรือเปล่า หรือว่าฟังเพลงเยอะไปมั้ย เราเข้าใจว่าแม่พยายามไม่ให้เรากลัว

หลังจากนั้นมา เราก็พยายามสวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน ก็ตามนั้น คืนไหนไม่สวดมนต์ หรือเราเปิดเพลงเสียงดังเกินไปก็จะมีเสียงเคาะถี่ๆ มาจากบ้านร้างและ

พอเริ่มโตขึ้นมาหน่อย ก็จบ ป.6 พอจบป.6 พวกเพื่อนๆก็นัดมากินหมูกะทะที่บ้านเรา กินกันตั้งแต่ 4 โมงเย็น ระหว่างกินก็มีแบบเปิดเพลงกัน คุยเล่น ตลกขบขัน แต่เหมือนลืมคำพูดของป้ายิ้มไปว่า "จะสังสรรค์อะไรกัน ก็อย่าเสียงดัง เดี๋ยวมีคนมาดุ"

แล้วมันเป็นช่วงจังหวะที่พ่อกับแม่เราออกไปทำธุระข้างนอก ก็เลยกลายเป็นว่า ในบ้านเราตอนนั้น
มีแต่เด็กๆที่อยู่ป.6 กันแค่นั้นจริงๆ เลยไม่มีใครเตือนใครว่าอย่าเสียงดังกันเกินไป ไปๆมาๆสักพัก เพื่อนเราชื่อบิว (นามสมมุติ)

บิวได้ยินเสียงคนกระแอ้มไอ แบบเสียงแก่ๆ บิวมาบอกกับเราว่ามันได้ยินเสียงแบบนี้ แต่ไม่ได้ยินในบ้านเรานะ มันได้ยินเสียงมาจากบ้านร้าง เราและเพื่อนๆก็ว่ามันเพ้อเจ้อ ก็ไม่สนใจมัน ก็เล่นกันต่อ สักพักมีก้อนหินโยนมากลางวงหมูกะทะ พวกเราก็ตกใจ แต่ก็หาที่มาของหินไม่ได้ว่ามาจากทิศไหน พวกเราคิดว่าไอบิวแกล้ง เพราะตอนนั้นบิวมันเลิกกิน และไปนั่งเล่นเกมส์มือถือ 3310 สมัยก่อนค่ะ เราคิดว่าบิวแกล้ง เลยไม่ใส่ใจ แต่ก็แอบหมั่นๆ เหมือนเรียกร้องความสนใจหรือเปล่า

เรื่องหลอนบ้านร้าง
เรื่องสยองบ้านร้าง

ตอนนั้นบิวมันเลิกกิน และไปนั่งเล่นเกมส์มือถือ 3310 สมัยก่อนค่ะ เราคิดว่าบิวแกล้ง เลยไม่ใส่ใจ แต่ก็แอบหมั่นๆ เหมือนเรียกร้องความสนใจหรือเปล่า พวกเราเลยวางแผนแกล้งบิว โดยเอารองเท้าบิวโยนเข้าไปในบ้านร้างข้างบ้านเรา รั้วกำแพงบ้านร้างกับบ้านเรามันสูงประมาณเมตรกว่าๆ คือมันปีนหากันได้ พวกเราก็โยนรองเท้ามันเข้าไปบ้านร้าง แล้วพวกเราก็ทำเป็นเหมือนเล่นโยนของใส่กัน แล้วเอารองเท้าบิว มาโยนเล่น แล้วโยนแรงไปหน่อย เลยกระเด็นเข้าไปอยู่ในบ้านร้าง

พอโยนเข้าไปแล้ว ก็ต้องไปบอกบิว ให้บิวเข้าไปเก็บเอง เพราะบิวมันตัวสูงที่สุดในนั้น บิวมันก็เหมือนจะร้องไห้นะ แต่มันก็ปีนไปเก็บ จำที่บอกตั้งแต่แรกได้มั้ยคะว่า บริเวณพื้นที่หน้าบ้านร้าง จะมีศาลเก่าๆอยู่ แล้วก็มีต้นไม่รกๆ ตอนที่เราโยนรองเท้าบิวไปนั้น รองเท้ามันไปอยู่ตรงข้างๆศาลเก่า พวกเราก็ไปยืนดูหน้าบ้านร้าง ว่าบิวมันจะเก็บได้มั้ย บิวมันก็ปีนกำแพงไปบ่นไป

พวกเรารู้แล้วแหละว่าตอนนั้น บิวมันต้องโกรธแน่เลย พอบิวลงมาถึงพื้นหน้าบ้านของบ้านร้าง มันก็เห็นว่า รองเท้ามันอยู่ข้างๆศาล มันก็ด่าพวกเรานะ ว่า

"ไอ*** พวกเอ็งเล่นไรไม่รู้เรื่องเลย ระวังจะโดนผียายแก่หลอกนะเว้ย"

ตอนบิวมันกำลังก้มเก็บรองเท้าข้างๆศาล เราเห็นหน้าบิวมันเหมือนตกใจ

**ลืมบอกว่าศาลนั้นมันเตี้ยๆนะคะ มันเหมือนเสาศาลมันหักครึ่ง แล้วก็เอาครึ่งนึงมาตั้งไว้ มันเลยไม่สูง ความสูงของศาลมันอยู่ระดับเอว**

พอบิวมันเก็บเสร็จ มันรีบปีนกลับมาอย่างไวเลย แล้วตอนนั้นพ่อแม่เราก็กลับมาพอดี พวกเราก็เลิกกินกัน แล้วก็มานั่งเล่นกันต่อ แต่ทีนี้บิวมันบอกจะกลับก่อน เราก็เดินไปส่งบิวขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ เราเดินไปกับบิว 2 คน เดินไปเรื่อยๆ เราถามบิวว่า "ตอนก้มไปเก็บรองเท้า บิวเป็นไรอ่ะ เห็นไรหรอ" บิวบอกว่า "ตอนที่ได้ยินเสียงคนแก่ บอกพวกแกแล้วก็ไม่มีใครเชื่อ ยังจะแกล้งเอารองเท้าโยนเข้าไปอีก ถามจริงๆ ไม่กลัวผียายแก่หรอ ตอนเราก้มหยิบรองเท้าอะ เรามองไปในศาล เราเห็นเหมือนมีดวงตาของคนมองออกมาเลย เราว่าเป็นผีแน่ๆ" เราก็บอกบิวว่า "บิว แกเห็นจริงๆหรอวะ" เราถามได้แค่นั้น รถมอไซค์วินก็มา บิวก็เลยไม่ได้ตอบอะไรเรา


จนเวลาผ่านไป เราก็ไม่ได้ถามบิว ว่ามันเป็นยังไงอีก เพราะจบ ป.6 ก็แยกย้ายไปเรียนมัธยม ไม่ค่อยได้เจอกัน แต่เราจะสังเกตุได้จากหลายๆกรณี เช่น ถ้าบ้านเราเปิดเพลงเสียงดัง ก็จะมีเสียงเคาะกำแพงจากบ้านร้าง บางวันถ้าเป็นวันโกนวันพระ ก็จะได้ยินเสียงยายแก่หัวเราะ "ฮิๆๆๆๆๆๆๆ" ในตอนกลางคืน
เราอยู่มาจนชินแล้ว ก็ไม่ได้กลัวมาก

แต่มันมีเหตุการณ์นึง ที่ทำให้เราเชื่อว่าบ้านร้างข้างบ้านเรามีผียายแก่อยู่จริงๆคือว่า วันนึงพ่อแม่เราทะเลาะกันแบบรุนแรงมาก ถึงขั้นแบบมีการโยนข้าวของเสียหายเลย คือแม่เรายืนอยู่หน้าบ้านฝั่งบ้านรักธรรมชาติ พ่อเรายืนฝั่งบ้านร้าง แล้วแม่เราก็โยนของใส่พ่อเรา จำได้ว่า ตอนนั้น แม่โยนกระป๋อง เป็นแบบกระป๋องซักผ้า ใบไม่ใหญ่มาก โยนใส่พ่อเรา แต่ด้วยว่าแม่น่าจะโมโหจัด แรงแกเลยเยอะเป็นพิเศษ แกโยนเลยหัวพ่อ ข้ามกำแพงไปตกอยู่ในบ้านร้าง
พอโยนไป ก็ได้ยินเสียงดัง โครมมมมม




ผู้สนับสนุน
ตอนนั้นพ่อกับแม่เราก็ไม่หยุดทะเลาะนะคะ จนสักพักนึง ได้ยินเสียงคนแก่ แบบตะโกนมาแบบ "ฮื้มมมมมมม"  ลากเสียงนิดหน่อย แต่มันเป็นเสียงได้ยินชัดมาก พ่อกับแม่เราหยุดทะเลากัน และพากันเดินไปดูตรงบ้านร้าง ตอนนั้นเราก็เดินไปด้วย เพราะกลัว
พอเดินไปดู สิ่งที่เห็นคือ กระป๋องที่แม่ขว้างมา มันไปโดนศาลเก่าๆที่มันหักอยู่แล้ว กลายเป็นว่าหักหนักกว่าเดิมอีก พ่อแม่แล้วก็เรายืนดูกันแบบตกใจเลยค่ะ
เพราะตอนนั้นเป็นเวลากลางคืนด้วย ตอนที่ทะเลาะกันอะ
พอพวกเราจะเดินกลับเข้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงอีก "ฮื้มมมมม" พวกเราสามคนพ่อแม่ลูก หันไปมองในบ้านร้างอีกรอบ
เห็นยายแก่ ใส่เสื้อแขนยาวสีขาว มีสไบพาดสีน้ำเงิน นุ่งโจงกระเบน มีไม้ท้าว หลังค่อมนิดนึง ยืนอยู่ตรงศาล แล้วก็หันมามองพวกเรา
จำบ้านหมาที่บอกได้มั้ยคะ หมามันหอนเกรียวพร้อมกับตอนที่พวกเราเห็นยายแก่นั่นเลย เราขาแข็ง พ่อเราตอนนั้นน่าจะมีสติที่สุด เรียกเราและแม่ เข้าบ้าน และพ่อกับแม่เราก็เลิกทะเลาะกัน
คืนนั้นเราต้องมานอนรวมกับพ่อแม่ แล้วคืนนั้นเราสามคน ได้ยินเสียงเคาะผนังกำแพง แลัก็มีคนโยนหินขึ้นมาตรงหน้าต่างบนบ้านเราทั้งคืนเลย
เราจำไม่ได้ว่าเราหลับไปตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็ตอนเช้าแล้ว แม่เรามาปลุกบอกให้ไปทำบุญกัน ทำบุญเสร็จ ช่วงเช้ามันก็ไม่ค่อยน่ากลัวแล้ว พ่อเราก็เลยปีนข้ามกำแพงไปดูตรงศาลว่ามันมีอะไรเสียหายบ้าง
กระป๋องมันไปครอบตรงจั่วหน้าศาลเลย แถมศาลยังหักอีก พ่อเราก็เอากระป๋องออก
แล้วจำใจต้องตัดโซ่ที่คล้องประตูบ้านร้างออก เพื่อที่จะให้แม่ เข้าไปขอขมาได้
หลังจากขอขมากันจบ ก็ไม่มีอะไรอีกเลย
จะมีก็แต่ว่า ถ้าเพื่อนมาบ้านเราแล้วมาเสียงดัง หรือเอาขยะ ก้นบุหรี่ โยนไปบ้านร้าง ก็จะได้ยินเสียงเคาะกำแพง แล้วบางทีก็ได้ยินเสียงหัวเราะ "ฮิๆๆๆๆๆๆ" ของยายแก่ด้วย

แต่ทุกวันนี้เราก็อยู่จนชินแล้วค่ะ เราคิดซะว่า ถ้าเราไม่กวนเค้า เค้าก็ไม่กวนเรา เรื่องราวก็มีประมาณนี้ค่ะ

***เขียนให้อ่านกันค่ะ
***แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละคน

เครดิตเรื่องเล่าจากกระทู้ บ้านร้าง ของคุณ สมาชิกหมายเลข 1962505

บ้านร้าง บ้านร้าง Reviewed by Nobibi on ตุลาคม 02, 2562 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.